Menu

กระเทียม

ชื่อเครื่องยา

กระเทียม

ชื่ออื่นๆของเครื่องยา

ได้จาก

ลำต้นใต้ดิน (หัว) หรือกลีบ

ชื่อพืชที่ให้เครื่องยา

กระเทียม

ชื่ออื่น(ของพืชที่ให้เครื่องยา)

หัวเทียม (ภาคใต้) กะเที้ยม (อีสาน) กระเทียม (ภาคกลาง) หอมขาว กระเทียมขาว (อุดรธานี) กระเทียมจีน (ทั่วไป) ปะเซ้วา (กะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน) หอมเทียม (เหนือ) เทียม หัวเทียม (คาบสมุทร)

ชื่อวิทยาศาสตร์

Allium sativum L.

ชื่อพ้อง

Allium controversum Schrad. ex Willd., Allium longicuspis Regel, Allium ophioscorodon Link, Allium pekinense Prokh., Allium scorodoprasum Regel, Porrum ophioscorodon

ชื่อวงศ์

Alliaceae

ลักษณะภายนอกของเครื่องยา:
           หัวใต้ดิน ลักษณะกลมแป้น มีเยื่อหุ้มสีขาวหนา แต่ละหัวประกอบด้วยหลายกลีบรวมกัน มีประมาณ 6-10 กลีบ แต่ละกลีบรูปรี ยาวประมาณ 1-4 เซนติเมตร มีใบแบบ scale leaf หุ้ม เป็นลักษณะเยื่อบางสีขาวหรือสีขาวอมม่วง หุ้มอยู่ 2-3 ชั้น ซึ่งแยกออกจากส่วนของเนื้อได้ง่าย เนื้อในหัวมีสีขาวหรือเหลืองอ่อนๆ กลิ่นแรง ฉุน รสเผ็ดร้อน มีน้ำเหนียวเป็นยางอยู่ในหัว กลีบกระเทียมที่ปอกเปลือกหุ้มออก และคั่วแล้วสีเหลืองอมน้ำตาล มีกลิ่นฉุน หอม รสเผ็ดร้อน


 

เครื่องยา กระเทียม

 

เครื่องยา กระเทียม

 

เครื่องยา กระเทียม

 

เครื่องยา กระเทียม

 

เครื่องยา กระเทียมโทน

 

เครื่องยา กระเทียมโทน

 

เครื่องยา กระเทียมโทน

 

ลักษณะวิสัย ต้นกระเทียม

 


ลักษณะทางกายภาพและเคมีที่ดี:
           ปริมาณน้ำไม่เกิน 68% w/w  ปริมาณเถ้ารวมไม่เกิน 2.5% w/w  ปริมาณเถ้าที่ไม่ละลายในกรดไม่เกิน 1% และปริมาณสารสกัดเฮกเซน แอลกอฮอล์ และน้ำ ประมาณ 0.52, 0.50 และ 15% w/w  ตามลำดับ เภสัชตำรับอังกฤษระบุปริมาณสาร alliin ไม่น้อยกว่า 0.45 % w/w 

สรรพคุณ:
           ตำรายาไทยใช้หัวกระเทียมเป็นยาขับลม แก้ลมจุกเสียด แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ธาตุพิการ  อาหารไม่ย่อย ขับเสมหะ ขับเหงื่อ ลดไขมัน รักษาปอด แก้ปอดพิการ  แก้อุจจาระเป็นมูกเลือด  บำรุงธาตุ  กระจายโลหิต  ขับปัสสาวะ แก้บวมพุพอง  ขับพยาธิ  แก้ตาปลา  แก้ตาแดง น้ำตาไหล  ตาฟาง รักษาโรคลักปิดลักเปิด  รักษามะเร็งคุด   รักษาริดสีดวง แก้ไอ  คุมกำเนิด แก้สะอึก  บำบัดโรคในอก แก้พรรดึก รักษาฟันเป็นรำมะนาด  แก้หูอื้อ แก้อัมพาต  ลมเข้าข้อ  แก้อาการชักกระตุกของเด็ก พอกหัวเหน่าแก้ขัดเบา รักษาวัณโรค  แก้โรคประสาท แก้หืด แก้ปวดมวนในท้อง บำรุงสุขภาพทางกามคุณ  ขับโลหิตระดู  บำรุงเส้นประสาท   แก้ไข้   แก้ฟกช้ำ   แก้ปวดกระบอกตา แก้โรคในปาก แก้หวัดคัดจมูก   แก้ไข้เพื่อเสมหะ ทำให้ผมเงางาม  บำรุงเส้นผมให้ดกดำ ใช้ภายนอก รักษาแผลเรื้อรัง รักษากลากเกลื้อน แก้โรคผิวหนัง  ทาภายนอกบรรเทาอาการปวดบวมตามข้อเพราะเป็นยาพอกให้ร้อน ใช้พอกตรงที่ถูกแมลง ตะขาบ แมงป่องต่อยเป็นส่วนประกอบในตำรับยาเหลืองปิดสมุทร (แก้ท้องเสีย), ยาประสะไพล (ขับน้ำคาวปลา ในสตรีหลังคลอด), ยาธาตุบรรจบ (แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ  ท้องเสีย ใช้กระเทียม 3 กลีบ ทุบชงน้ำร้อน ใช้เป็นน้ำกระสายยา สำหรับยาผง)

         บัญชียาจากสมุนไพร: ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ตามประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ระบุการใช้กระเทียมในตำรับ “ยาแก้ลมอัมพฤกษ์” มีส่วนประกอบของหัวกระเทียมร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ มีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดตามเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ มือ เท้า ตึงหรือชา ตำรับ "ยาประสะไพล" มีส่วนประกอบของหัวกระเทียมร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ มีสรรพคุณรักษาระดูมาไม่สม่ำเสมอหรือมาน้อยกว่าปกติ บรรเทาอาการปวดประจำเดือน  และขับน้ำคาวปลาในหญิงหลังคลอดบุตร ตำรับ "ยาเลือดงาม" มีส่วนประกอบของหัวกระเทียมร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ มีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ แก้มุตกิด ตำรับ”ยาเหลืองปิดสมุทร” มีส่วนประกอบของหัวกระเทียมคั่ว ร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ ในตำรับ มีสรรพคุณบรรเทาอาการท้องเสียชนิดที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ เช่น อุจจาระไม่เป็นมูก หรือมีเลือดปนและท้องเสียชนิดที่ไม่มีไข้


รูปแบบและขนาดวิธีใช้ยา:
           กระเทียมสด 2-5 กรัมต่อวัน กระเทียมแห้ง 0.4-1.2 กรัมต่อวัน น้ำมันกระเทียม 2-5 มิลลิกรัมต่อวัน สารสกัด 300-1,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือรูปแบบยาอื่นๆ ที่มีสาร alliin 4-12 มิลลิกรัมหรือสาร allicin 2-5 มิลลิกรัม

           ขนาดและวิธีใช้สำหรับอาการท้องอืดท้องเฟ้อแน่นจุกเสียด:
                   ใช้กระเทียม  5-10  กลีบ ซอยละเอียด  รับประทานหลังอาหาร หรือพร้อมอาหาร
           ขนาดและวิธีใช้สำหรับรักษากลากเกลื้อน:
                   ฝานกระเทียมถูบ่อย ๆ บริเวณที่เป็น  หรือตำแล้วขยี้ทาบริเวณที่เป็น  วันละ 2 ครั้ง ก่อนจะทายาใช้ไม้บาง ๆ เล็ก ๆ ที่ได้ฆ่าเชื้อโรคแล้ว (โดยการแช่ในแอลกอฮอล์ 70%  หรือต้มในน้ำเดือด 10-15 นาที) ขูดบริเวณที่เป็น ให้ผิวหนังแดง ๆ  ก่อนทา เพื่อให้ตัวยาซึมลงไปได้ดีขึ้น เมื่อหายแล้วให้ทายาต่ออีก 7-10 วัน
           ขนาดและวิธีใช้สำหรับแก้ไอ:
                   ตำรายาไทยให้ใช้กระเทียม และขิงสดอย่างละเท่ากันตำละเอียด ละลายน้ำอ้อยสด คั้นเอาน้ำจิบแก้ไอ กัดเสมหะ ทำให้เสมหะแห้ง ตำรายาไทยบางตำรับให้คั้นกระเทียมกับน้ำมะนาวเติมเกลือใช้จิดหรือกวาดคอ

องค์ประกอบทางเคมี:
           น้ำมันหอมระเหย ประมาณ 0.1-0.4% มีองค์ประกอบหลักคือ allicin  ajoene  alliin  allyldisulfide diallyldisulfide ซึ่งเป็นสารประกอบกลุ่มกลุ่ม organosulfur  สารในกลุ่มนี้ที่พบในกระเทียมเช่น  สารกลุ่ม S-(+)-alkyl-L-cysteine sulfoxides , alliin 1% , methiin 0.2% , isoalliin 0.06% และ cycloalliin 0.1% และสารที่ไม่ระเหยคือ สารกลุ่ม gamma-L-glutamyl-S-alkyl-L-cysteines , gamma-glutamyl-S-trans-1-propenylcysteine 0.6% และ gamma-glutamyl-S-allylcysteine รวมประมาณ 82% ของสารกลุ่ม organosulpur ทั้งหมด ส่วนสารกลุ่ม thiosulfinates (allicin) สารกลุ่ม ajoenes (E-ajoene และ Z-ajoene) สารกลุ่ม vinyldithiins (2-vinyl-(4H)-1,3-dithiin , 3-vinyl-(4H)-1,2-dithiin) และสารกลุ่ม sulfides (diallyl disulfide , diallyl trisulfide) ซึ่งเป็นสารที่ไม่ได้พบในธรรมชาติแต่เกิดจากการสลายตัวของสาร allin ซึ่งถูกย่อยสลายด้วยเอนไซม์ alliinase หลังจากนั้นจึงเกิดการรวมตัวกันใหม่ได้สาร allicin ซึ่งเป็นสารที่ไม่เสถียร สลายตัวได้สารกลุ่ม sulfides อื่นๆ ดังนั้นกระเทียมที่ผ่านกระบวนการสกัด การกลั่นน้ำมัน หรือความร้อน สารประกอบส่วนใหญ่ที่พบเป็นสารกลุ่ม diallyl sulfide , diallyl disulfide , diallyl trisulfide และ diallyl tetrasulfide ส่วนกระเทียมที่ผ่านกระบวนการหมักในน้ำมัน สารประกอบที่พบส่วนใหญ่เป็น 2-vinyl-(4H)-1,3-dithiin , 3-vinyl-(4H)1,2-dithiin , E-ajoene และ Z-ajoene ปริมาณของ alliin ที่พบในกระเทียมสด ประมาณ 0.25-1.15% สารกลุ่มอื่นๆ ที่พบ เช่น สารเมือก และ albumin, scordinins, saponins 0.07% , beta-sitosterol 0.0015%, steroids, triterpenoids และ flavonoids

การศึกษาทางเภสัชวิทยา:   

ฤทธิ์ปกป้องตับจากสารพิษ

      การทดลองป้อนสาร diallyl disulfide (DADS) จากกระเทียมให้แก่หนูขาว ขนาดวันละ 50 และ 100 มก./กก. น้ำหนักตัว ในหนูแต่ละกลุ่ม นานติดต่อกัน 5 วัน ก่อนเหนี่ยวนำให้ตับเกิดการเสียหายด้วยสาร carbon tetrachloride (CCl4) พบว่า DADS ทั้งสองขนาดสามารถป้องกันตับเป็นพิษได้ การตรวจสอบลักษณะทางจุลกายวิภาคศาสตร์พบว่าสามารถยับยั้งความเสียหายของเซลล์ตับ โดยลดการทำงานของเอนไซม์ aspartate transaminase (AST) และ alanine transaminase (ALT) ในตับลงได้ ลดการแสดงออกของโปรตีนที่เกี่ยวข้องในกระบวนการอักเสบ และการตายของเซลล์ตับ ได้แก่ Bax, cytochrome C, caspase-3, nuclear factor-kappa B, I kappa B alpha นอกจากนี้ยังมีผลเพิ่มการแสดงออกของโปรตีน และเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ catalase, superoxide dismutase, glutathione peroxidase, glutathione reductase, glutathione S-transferase ผลจากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า สาร DADS จากกระเทียมมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและปกป้องตับจากสารพิษ โดยกลไกกระตุ้นการทำงานของ nuclear factor E2-related factor 2 (Nrf2) ซึ่งเป็น transcription factor หรือโปรตีนที่ควบคุมการแสดงออกของยีนที่ทำหน้าที่ปกป้องเซลล์ และเนื้อเยื่อจากอนุมูลออกซิเจนที่ว่องไวต่อปฏิกิริยา การกระตุ้น Nrf2 มีผลเหนี่ยวนำการสร้างเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ และสร้างเอนไซม์ในระบบการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายในขั้นตอนที่ 2 (detoxifying Phase II  enzyme) และยับยั้ง nuclear factor-kappa B มีผลให้ลดการสร้างสารที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบลง และปกป้องตับจากสารพิษได้ (Lee, et al, 2014)

ฤทธิ์ต้านการอักเสบ

      ศึกษาฤทธิ์ต้านการอักเสบของสารสกัดน้ำโดยไม่ผ่านความร้อน (raw garlic) และสารสกัดกระเทียมที่ผ่านการต้มแล้ว นำมาทดสอบในหลอดทดลอง โดยใช้เนื้อเยื่อของกระต่าย พบว่า raw garlic สามารถยับยั้งเอนไซม์ cyclooxygenase (ที่ทำให้เกิดการสร้างสารอักเสบ) แบบ non-competitive และ irreversible จากการศึกษาพบว่า raw garlic สามารถยับยั้งเอนไซม์ cyclooxygenase ได้ โดยมีค่า IC50 ต่อเกล็ดเลือด,ปอด และหลอดเลือดแดงในกระต่ายเท่ากับ 0.35, 1.10 และ 0.90 mg ในขณะที่กระเทียมที่ต้มแล้วมีฤทธิ์ยับยั้ง cyclooxygenase ได้เล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับกระเทียมที่ไม่ผ่านความร้อน เนื่องจากส่วนประกอบสำคัญในกระเทียมนั้นถูกทำลายในขณะที่ให้ความร้อน จากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่ากระเทียมน่าจะมีประโยชน์ในการป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตันได้ (Ali, 1995)

      จากการรวบรวมงานวิจัย ที่ศึกษาฤทธิ์ต้านการอักเสบของกระเทียม โดยสรุปพบว่ากระเทียมมีฤทธิ์ต้านการอักเสบผ่านหลายกลไก ดังนี้คือ ต้านการอักเสบผ่าน T-cell lymphocytes โดยไปยับยั้ง SDF1a-chemokine-induced chemotaxis มีผลให้การมารวมกลุ่มกันของสารที่ทำให้เกิดการอักเสบลดลง, ยับยั้ง transendothelial migration of neutrophils มีผลให้ลดการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาวชนิด neutrophil ในกระบวนการอักเสบลง, ยับยั้งการหลั่งสาร TNFα ซึ่งเป็นสารเริ่มต้นในขบวนการอักเสบ, กดการสร้างอนุมูลไนโตรเจนที่ว่องไวต่อการเกิดปฏิกิริยาการอักเสบ และการทำงานผ่าน ERK1/2 ทั้ง 2 กลไก ได้แก่ การยับยั้ง phosphatase-activity (directly related with ERK1/2 phosphorylation) และการเพิ่ม phosphorylation of ERK1/2 kinase (ผ่านทาง p21ras protein thioallylation) มีผลทำให้การอักเสบลดลง (Martins, et al, 2016)

ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย 

      การทดสอบความสามารถในการต้านเชื้อ Escherichia coli ซึ่งป็นเชื้อก่อโรคทางเดินอาหาร ของสารสกัดหัวกระเทียมด้วย เอทานอล เมทานอล  อะซิโตน  และการสกัดสดโดยวิธีบีบคั้นแบบเย็น โดยใช้วิธี microdilution broth susceptibility test พบว่าการสกัดสดมีค่า MIC และค่า MBC ต่ำที่สุด (3.125กรัมต่อลิตร) และรองลงมาคือ สารสกัดจากตัวทำละลาย เอทานอล เมทานอล และอะซิโตน ให้ค่า MIC และ MBC เท่ากัน (6.25กรัมต่อลิตร) แสดงว่าสารสกัดสดมีสมบัติในการยับยั้ง และฆ่าเชื้อแบคทีเรียดีที่สุด เนื่องจากในกระเทียมสดมี allin เป็นสารประกอบกำมะถันที่สำคัญ เมื่อกระเทียมสดถูกบด หรือผ่านกระบวนการแปรรูป allinase จะถูกปลดปล่อยออกมาจากภายใน vacuole ของเซลล์ และอาศัยน้ำเป็นกลไกในการทำปฏิกิริยาได้เป็น allicin ซึ่งเป็นสารที่มีความสามารถในการยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งกระบวนการสกัดสดช่วยให้การทำปฏิกิริยาระหว่างสาร allin และ allinase ดีขึ้น เนื่องจากจะต้องใช้เวลาในการบีบเค้นน้ำกระเทียมซึ่งระยะเวลาดังกล่าวช่วยให้การทำปฏิกิริยาระหว่างสารมากขึ้น อาจทำให้ได้ allicin เพิ่มขึ้น (ภรภัทร และรังสินี, 2554)

ฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพ

       การทดสอบฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพของสารสกัดน้ำที่ได้จากหัวกระเทียม ทำการศึกษาในหลอดทดลอง โดยใช้วิธี tube dilution method ใช้ยา Ciprofloxacin 40 μg/mL เป็นสารมาตรฐาน เชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้ในการทดสอบ ได้แก่ Escherichia coli, Klebsiella pneumoniae, Pseudomonas aeruginosa, Staphylococcus aureus และ Salmonella typhi ผลการทดสอบ พบว่าสารสกัดน้ำจากหัวกระเทียมสามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อ โดยมีค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งเชื้อ (MIC) ต่อเชื้อ E. coli, K. pneumonia, P. aeruginosa, S. aureus และ S. typhi เท่ากับ 120, 120, 120, 80 และ 120 mg/ml ตามลำดับ และมีค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถฆ่าเชื้อ (MBC) เท่ากับ 120, 160, 120, 120 และ 160 mg/ml ตามลำดับ (Lawal, et al., 2016)

หมายเหตุ

        เชื้อ E. coli สามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ก่อให้เกิดโรคอุจจาระร่วง และโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบ และการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น

        เชื้อ K. pneumonia ก่อให้เกิดการติดเชื้อที่ปอด ทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น

        เชื้อ S. typhi เป็นแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุสำคัญของโรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคอุจจาระร่วง ไข้ไทฟอยด์ โรคทางเดินอาหารอักเสบ เป็นต้น

        เชื้อ S. aureus เป็นเชื้อที่ทำให้เกิดการติดเชื้อผิวหนังที่พบทั่วไป เช่น  ฝี  หนอง แผลติดเชื้อ สามารถสร้างสารพิษ endotoxin ทำให้เกิดการติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร ลำไส้อักเสบ อาหารเป็นพิษ เป็นต้น และยังก่อให้เกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาสในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในโรงพยาบาลอีกด้วย

        เชื้อ P. aeruginosa มักก่อให้เกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาสในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในโรงพยาบาล โรคติดเชื้อ P. aeruginosa ได้แก่ การติดเชื้อในชั้นผิวหนัง การติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนล่าง และการติดเชื้อในกระแสเลือดเป็นต้น

ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

         เมื่อนำสารสกัดกระเทียมที่ได้จากการบ่มสกัด (aged garlic extract (AGE) ด้วย 20 % เอทานอล เป็นเวลา 20 เดือน ที่อุณหภูมิห้อง นำมาทดสอบการต่อต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของไลโปโปรตีนชนิดความหนาแน่นต่ำ หรือต้านการเกิด oxidized LDL (ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว) โดยนำ LDL ที่แยกได้จากคนมาทดสอบในภาวะที่มีหรือไม่มี AGE โดยใช้ CuSO4 และ 5-lipoxygenase เหนี่ยวนำให้เกิด oxidized LDL และทดสอบสารสกัดของ AGE ผลการทดสอบพบว่า AGE มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระโดยลดการสร้าง superoxide ion (อนุมูลอิสระของออกซิเจน) และลดการเกิด lipid peroxide (ออกซิเดชันของไขมัน)  โดย AGE 10%v/v เมื่อใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย สามารถยับยั้งการเกิด superoxide ได้อย่างสมบูรณ์ ส่วนสารสกัด 10% v/v จาก diethyl ether ของ AGE ให้ผล 34%  ฤทธิ์ลดการเกิด lipid peroxidation ของ LDL พบว่าสารสกัด 10% v/v จาก diethyl ether ลดการเกิด lipid peroxidation ที่เกิดจากการเหนี่ยวนำของ Cu2+ และ 5-lipoxygenase ได้ 81% และ 37% ตามลำดับ สรุปได้ว่า AGE มีผลยับยั้งการเกิด oxidation ของ LDL โดยลดการสร้าง superoxide และยับยั้งการเกิด lipid peroxide  ดังนั้น AGE จึงอาจมีบทบาทในการป้องกันการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว (atherosclerotic disease) ได้ (Dillon, et al, 2003)

      การศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดหัวกระเทียมด้วย เอทานอล เมทานอล  อะซิโตน  และการสกัดสดโดยวิธีบีบคั้นแบบเย็น ทดสอบโดยวิธีการยับยั้งอนุมูลอิสระ DPPH, การต้านออกซิไดส์จากสาร hydrogen peroxide (hydrogen peroxide (H2O2) scavenging activity ผลการทดสอบฤทธิ์ยับยั้งอนุมูลอิสระ DPPH พบว่าการสกัดกระเทียมด้วยตัวทำละลายอะซิโตน ให้ค่า IC50 ต่ำที่สุด เท่ากับ 3.58±0.02 mg/ml รองลงมา ได้แก่ สารสกัดเมทานอล เอทานอล และการสกัดสด ตามลำดับ โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 3.72±0.03, 4.47±0.20 และ 55.36±3.96 mg/ml ตามลำดับ  ผลการต้านสารออกซิไดซ์ที่รุนแรง ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (H2O2) พบว่าสารสกัดด้วยตัวทำละลายเมทานอล มีสมบัติการต้านออกซิไดส์ของสาร H2O2 ดีกว่าสารสกัดด้วย เอทานอล อะซิโตน และการสกัดสด ตามลำดับโดยมีค่า IC50 เท่ากับ 13.10±3.25 ,17.42±1.32, 29.58±2.72 และ 76.55±6.79  mg/ml ตามลำดับ (ภรภัทร และรังสินี, 2554)

      ฤทธิ์การเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (radical scavenging activity) ของสารสกัดกระเทียมด้วยน้ำ และเอทานอล วิเคราะห์ด้วยวิธียับยั้งอนุมูลอิสระ DPPH พบว่าสารสกัดกระเทียมที่สกัดด้วยเอทานอลสามารถยับยั้งอนุมูลอิสระได้ เท่ากับ 52.28% ส่วนสารสกัดน้ำยับยั้งได้น้อยกว่า 50% ซึ่งผลของการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระมีความสอดคล้องกับค่าฟีนอลิคทั้งหมดคือ เมื่อนำไปวิเคราะห์ปริมาณสารฟีนอลิคทั้งหมด (total phenolics) ด้วยวิธี Folin ciocalteu พบว่าสารสกัดเอทานอล มีปริมาณ ฟีนอลิคเท่ากับ 1.34 GAE/ 100 g ทั้งนี้อาจเนื่องจาก สารสำคัญในกระเทียมที่เป็นสารหลักในการต้านอนุมูลอิสระคือ quercetin ซึ่งสารชนิดนี้อยู่ในกลุ่มสารประกอบฟีนอลิค โดยมีหมู่ OH (hydroxyl) ในโครงสร้างจำนวนมาก จึงสามารถให้อิเล็กตรอนกับอนุมูลอิสระ ทำให้อิเล็กตรอนมีความเสถียรขึ้น (สุญาณี และคณะ, 2556)

      การศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในหลอดทดลอง ของสารสกัดเอทานอลของต้นอ่อนกระเทียม หลังจากงอกในระยะต่างๆ ด้วยวิธีการทางเคมี ได้แก่ การทดสอบฤทธิ์สารสกัดในการจับอนุมูลอิสระ DPPH (Diphenylpicrylhydrazyl)  และ ORAC (Oxygen Radical Absorbance Capacity) ทดสอบฤทธิ์ลดการสร้างอนุมูล peroxyl radical พบว่าต้นอ่อนกระเทียมที่มีอายุ 5 วัน มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงสุดในทั้งสองการทดสอบ ในขณะที่สารสกัดเอทานอลของหัวกระเทียมสด มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ต่ำกว่า และยังพบว่าการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีภายในต้นอ่อนที่มีอายุ 5 – 6 วัน มีความแตกต่างกับต้นอ่อนที่มีอายุ 0 – 4 วัน อย่างชัดเจน ต้นอ่อนกระเทียมจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับใช้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้ (Zakarova, et al, 2014)

      การทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และหาปริมาณสารโพลีฟีนอลที่ได้จากกระเทียมรูปแบบต่างๆ ได้แก่ กระเทียมสด (FG) และผลิตภัณฑ์กระเทียมพร้อมรับประทานจำนวน 4 รูปแบบ ได้แก่ กระเทียมเจียวด้วยส่วนผสมของน้ำมันถั่วเหลืองกับไขมันจากพืชที่ผ่านการไฮโดรจีเนต (1:1) ใช้อุณหภูมิ 180ºC เป็นเวลา 2 นาที (FRG), ส่วนผสมของกระเทียมสด 20% กับกระเทียมอบแห้ง 80% (MG), กระเทียมสดสับที่มีการใส่เกลือ 2%(CGS) และกระเทียมสดสับที่ไม่มีการใส่เกลือ (CG)โดยทำการศึกษาในหลอดทดลอง ตรวจสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธีทางเคมี โดยใช้วิธี DPPH (1,1-diphenyl-2-picrylhydrazyl) assay รายงานผลในหน่วย DPPH scavenging activity (I%), ตรวจสอบผลในการยับยั้งเกิดออกซิเดชันของไขมันด้วย วิธี β-carotene/linoleic acid assay รายงานผลในหน่วยร้อยละของ linoleic acid peroxidation (%LAP) และวิธี Rancimat® method รายงานผลในรูปแบบ protection factor (PF) ผลการทดสอบพบว่า ปริมาณของสารโพลีฟีนอลที่พบใน กระเทียมเจียว (FRG) มีปริมาณสูงสุด เท่ากับ 8.32 ±1.32 µg/mg เมื่อเทียบกับ FG, CG, CGS และ MG เท่ากับ 6.99± 0.39, 6.36± 0.54, 4.78 ±0.37และ 6.21 ±1.10 µg/mg (P<0.05) เมื่อทดสอบด้วยวิธี Folin-Cio-calteu reagent   การตรวจสอบโดยใช้วิธี DPPH assay พบว่ากระเทียมเจียว (FRG) ออกฤทธิ์ยับยั้งอนุมูลอิสระ DPPH ได้ดีที่สุด โดยมีร้อยละของการยับยั้งของ FRG, FG, CG, CGS และ MG เท่ากับ 60.85±6.03, 21.69 ±3.22, 28.80 ±4.11, 23.11± 1.78 และ 24.92 ±4.76 µg/mg ตามลำดับ (P<0.05)  การตรวจสอบโดยใช้วิธี β-carotene/linoleic acid assay พบว่ากระเทียมเจียว (FRG)ออกฤทธิ์ยับยั้งการเกิดเปอร์ออกซิเดชันของกรดไลโนเลอิก ได้ดีที่สุด โดยมีร้อยละของการยับยั้งของ FRG, FG, CG, CGS และ MG เท่ากับ 79.09±2.97, 35.74 ±3.65, 34.42± 4.47, 38.11± 2.56 และ 40.94 ±4.94 µg/mgตามลำดับ (P<0.05)  จากการทดสอบผลิตภัณฑ์ทั้งหมดพบว่ากระเทียมเจียวมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุด ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการมีปริมาณสารโพลีฟีนอลสูง และการใช้อุณหภูมิสูงทำให้เกิดปฏิกิริยา Maillard reaction ซึ่งทำให้เกิดสารที่มีฤทธิ์ต้านปฏิกิริยาออกซิเดชันเพิ่มมากขึ้น (Queiroz, et al., 2009)

     การทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัด 80% เมทานอล ที่ได้จากกระเทียมทั้งต้น ทำการศึกษาในหลอดทดลอง ตรวจสอบโดยใช้วิธีการต้านอนุมูลอิสระ DPPH (1,1-diphenyl-2-picrylhydrazyl) assay, การกำจัดไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ ด้วยวิธี hydrogen peroxide-scavenging activity และวิธี TBA (thiobarbituric acid reactive substances) assay ในการหาการยับยั้ง lipid peroxidation ใช้สารสกัดกระเทียมทั้งต้น แบ่งสารสกัด ออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ กระเทียมต้นอ่อนตากแห้งทั้งต้น (1), หัวกระเทียมตากแห้งที่ผ่านการบ่มสกัดมาแล้ว(2), และหัวกระเทียมสด(3) ผลการทดสอบพบว่า การตรวจสอบโดยวิธี DPPH assay สารสกัด 1, 2 และ 3 มีค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่ยับยั้งอนุมูลอิสระ DPPH ได้ร้อยละ 50 (IC50) เท่ากับ 1.03, 4.41 และ 6.01 mg/ml ตามลำดับ  การตรวจสอบโดยวิธี hydrogen peroxide-scavenging activity พบว่าสารสกัด 1, 2 และ 3 มีค่าความเข้มข้นต่ำสุดในการกำจัด hydrogen peroxide ได้ร้อยละ 50 (IC50) เท่ากับ 0.55, 0.65 และ 2.01 mg/ml ตามลำดับ   การตรวจสอบโดยวิธี TBA (thiobarbituric acid reactive substances) assayเพื่อดูผลการยับยั้ง lipid peroxidation โดยตรวจวัดระดับสารมาลอนอัลดีไฮ (MDA) ผลผลิตจากการเกิดลิปิดเปอร์ออกซิเดชันพบว่าสารสกัด 1, 2 และ 3 มีค่าความเข้มข้นต่ำสุดในการยับยั้งการเกิด lipid peroxidation ได้ร้อยละ 50 (IC50) เท่ากับ 0.03, 0.05 และ 0.02 mg/ml ตามลำดับ  โดยสรุปสารสกัดจากต้นกระเทียมอ่อน (ทั้งต้น) ออกฤทธิ์ดีที่สุดในการยับยั้งอนุมูลอิสระ และยับยั้ง lipid peroxidation  (Bozin, et al., 2008)

 

 

การศึกษาทางคลินิก:

ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

      ศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระโดยให้ผงกระเทียม อัดเม็ดเคลือบ ขนาด 900 mg (เทียบเท่ากับปริมาณของ alliin 1.3% และ allicin 0.6%) ต่อวัน เป็นเวลา 2 เดือน ศึกษาผลต่อระดับสาร  malondialdehyde (MDA) ซึ่งเป็นสารที่หลั่งออกมาเมื่อเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของไขมัน (lipid peroxidation) และวัดระดับความเข้มข้นของ reduced (GSH) ซึ่งเป็นเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ และ oxidized (GSSG) glutathione คือ GSH ที่เกิดขึ้นหลังถูกออกซิไดส์ ในอาสาสมัครสุขภาพดีจำนวน 25 คน หลังจาก 2 เดือนผ่านไป พบว่าระดับ MDA ลดลง 60% จากค่าเริ่มต้น ในทุกกลุ่มอายุ ซึ่งการศึกษานี้ทำกับคน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนอายุน้อยกว่า 30 ปี และกลุ่มคนอายุมากกว่า 40 ปี และพบว่าความเข้มข้นของระดับเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ GSH ในเม็ดเลือดแดงมีค่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ 40% ในขณะที่ความเข้มข้นของ GSSG เปลี่ยนแปลงอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ  (Grune, et al, 1996)


การศึกษาทางพิษวิทยา:
          การทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันของกระเทียมสกัดชนิด freeze dried ในหนูขาว โดยหาค่า LD50 (ขนาดของกระเทียมสกัดที่ทําให้หนูทดลองตายร้อยละ 50) ใช้หนูขาว 50 ตัว แบ่งเป็น 5 กลุ่ม กรอกน้ำกลั่นเป็นกลุ่มควบคุมหนึ่งกลุ่ม อีกสี่กลุ่ม กรอกน้ำละลายของกระเทียมสกัดจํานวน 2, 4, 8 และ 16 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตามลําดับ และเฝ้าดูอาการของการเป็นพิษภายหลังกรอกน้ำละลายของกระเทียมสกัดไปแล้ว 1, 2, 4 ชั่วโมง และทุก 24 ชั่วโมง จนครบ 14 วัน พบว่าหนูทดลองไม่แสดงอาการผิดปกติไปจากกลุ่มควบคุม ไม่มีสัตว์ทดลองตาย แสดงว่า LD50 ของสารสกัดกระเทียมที่ให้ทางปากของหนูขาวมีค่าสูงกว่า 16 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หลังจากนั้นนําเลือดมาทดสอบทางเคมี และตัดอวัยวะภายในรวมทั้งสมองตรวจหาพยาธิสภาพของชิ้นเนื้อ ไม่พบสิ่งผิดปกติที่ต่างไปจากกลุ่มควบคุม สรุปตาม WHO recommended classification ความเป็นพิษของสารทดสอบได้ว่ากระเทียมสกัดชนิด freeze dried เป็นสารปลอดภัยไม่ก่อให้เกิดพิษ (นันทพร และคณะ, 2532)

        การทดสอบการเกิดพิษแบบเฉียบพลัน (acute toxicity) ของสารสกัดกระเทียมด้วยน้ำ โดยฉีดเข้าบริเวณใต้ผิวหนังของกระต่าย พบว่าขนาดที่ทำให้สัตว์ตายครึ่งหนึ่ง LD50 เท่ากับ 3034 mg/kg และมีค่า maximum tolerated dose เท่ากับ 2200 mg/kg โดยเมื่อให้สารสกัดในขนาดสูง 3200 และ 4200 mg/kg จะพบอัตราการตาย และกระต่ายไม่อยากอาหาร และเกิดอัมพาต (Mikail, 2010)

       การทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันของสารสกัดน้ำที่ได้จากกระเทียม โดยการให้สารสกัดน้ำจากกระเทียมแก่หนูขาว สายพันธุ์วิสตาร์ ในขนาด 100, 1000, 2500 และ 5,000 mg/kg แก่หนูแต่ละกลุ่ม ครั้งเดียว แล้วสังเกตผลภายใน 24 ชั่วโมง ผลการทดสอบพบว่าสารสกัดทุกขนาด ไม่ทำให้หนูตาย และเมื่อใช้ในขนาดสูงถึง 2,500 mg/kg หนูยังคงมีสุขภาพดี และไม่เกิดพิษ  ส่วนขนาด 5,000 mg/kg ทำให้หนูมีอาการอ่อนแรง, ทรงตัวไม่ได้, หัวใจเต้นเร็ว (Lawal, et al., 2016)

      การตรวจสอบค่าชีวเคมีต่าง ๆ ในเลือด โดยการให้สารสกัดน้ำจากกระเทียมแก่หนูขาวในขนาด 300, 600 และ 1200 mg/kg เป็นระยะเวลา 5 สัปดาห์ ผลการทดสอบพบว่าค่า serum aspartate transaminase, alkaline phosphatase activities, total bilirubins, Na, K, creatinine, red blood cell, hematocrit, hemoglobin, mean corpuscular hemoglobin concentration, granulocyte และ organs-body weight ratio ยังคงอยู่ในระดับปกติ แต่ในขนาด 600 และ 1200 mg/kg ทำให้ค่า serum alanine transaminase activities, total proteins, direct bilirubins, Cl− concentrations และ body weight gain (P < 0.05) ลดลง แต่ค่าต่อไปนี้ได้แก่ urea, albumin, white blood cell, mean corpuscular hemoglobin และ mean corpuscular volume countเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามที่ขนาด 300 mg/kg ทำให้ค่า Cl−, urea และ albumin เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย  โดยสรุปสารสกัดทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีต่าง ๆ ในเลือดได้เล็กน้อย เมื่อใช้ในขนาด 300 mg/kg ซึ่งเป็นขนาดที่ค่อนข้างปลอดภัย (Lawal, et al., 2016)

 

ปฏิกิริยาระหว่างยา:
             กระเทียมในปริมาณมากทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง จะต้องระวังในการใช้ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น  warfarin , NSAIDs สมุนไพร หรือยาที่ทำให้เกล็ดเลือดต่ำ ยาลดความดันโลหิต ยาลดน้ำตาลในเลือด

 

อาการไม่พึงประสงค์:
             อาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ หรือมีอาการทางเดินอาหารไม่ปกติ หากรับประทานกระเทียมขณะท้องว่าง เช่น เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย เป็นต้น และกลิ่นกระเทียมจะติดที่ผิวหนัง และลมหายใจ บางกรณีอาจจะเกิดอาการหอบหืดได้ และทำให้เลือดแข็งตัวได้ช้าทำให้เสี่ยงต่อภาวะเลือดหยุดไหลยากหลังผ่าตัด จึงไม่ควรรับประทานกระเทียมก่อนการผ่าตัด เพราะจะทำให้เลือดแข็งตัวได้ช้าลง

 

เอกสารอ้างอิง:

1. นันทพร นิลวิเศษ, วัลลา วามนัฐจินดา, คณิต อธิสุข, พรรณี พิเดช.การทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันของกระเทียมสกัดชนิด Freeze-dried.วารสารกรมวิทยาศาสตร์.2532;31(3): 181.

2. ภรภัทร ตั้งงวรกิตติ์ และรังสินี  โสธรวิทย์. ปัจจัยที่มีผลต่อสมบัติการต้านอนุมูลอิสระและสมบัติการต้านเชื้อแบคทีเรียของสารสกัดจากกระเทียม.การประชุมวิชาการ ครั้งที่ 8, 2554. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตกําแพงแสน. จ.นครปฐม.

3. สุญาณี มงคลตรีรัตน์, อรพิน เกิดชูชื่น และ ณัฎฐา เลาหกุลจิตต์.ประสิทธิภาพการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดกระเทียมและหอมหัวใหญ่ . วารสารวิทยาศาสตร์การเกษตร. 2556;44(2)(พิเศษ.):585-588.

4. Ali M. Mechanism by which Garlic (Allium sativum) Inhibits cyclooxygenase activity. Effect of raw versus boiled garlic extract on the synthesis of prostanoids. Prostaglandins Leukotrienes and Essential Fatty Acids. 1995;53:397-400.

5. Bozin B, Mimica-Dukic N, Samojlik I, Goran A, Igic R. Phenolics as antioxidants in garlic (Allium sativum L., Alliaceae). Food Chemistry. 2008;111: 925–929. 

6. Dillon SA,  Burmi RS, Lowe GM, Billington D, Rahman K. Antioxidant properties of aged garlic extract: an in vitro study incorporating human low density lipoprotein. Life sciences. 2003;72:1583-1594.

7. Grune T, Scherat T, Behrend H, Conradi E, Brenke R, Siems W. Influence ofAllium sativumon oxidative stress status a clinical investigation. Phytomedicine 1996;2 (3):205-207.

8. Lawal B, Shittu OK, Oibiokpa FI, Mohammed H, Umar SI, Haruna GM. Antimicrobial evaluation, acute and sub-acute toxicity studies of Allium sativum. Journal of Acute Disease. 2016;5(4): 296–301. 

9. Lee I-C, Kim S-H, Baek H-S, Moon C, Kang S-S, Kim S-H, et al. The involvement of Nrf2 in the protective effects of diallyl disulfide on carbon tetrachloride-induced hepatic oxidative damage and inflammatory response in rats. Food and Chemical Toxicology. 2014;63:174-185.

10. MartinsN, Petropoulos S, Isabel C.F.R. Ferreira. Chemical composition and bioactive compounds of garlic (Allium sativumL.) as affected by pre- and post-harvest conditions: A review. Food Chemistry 2016;211:41-50.

11. Mikail HG. Phytochemical screening, elemental analysis and acute toxicity of aqueous extract of Allium sativum L. bulbs in experimental rabbits. Journal of Medicinal Plants Research. 2010;4(4):322-326.

12. Queiroz YS, Ishimoto EY, Bastos DHM, Sampaio GR, Torres EAFS. Garlic (Allium sativum L.) and ready-to-eat garlic products: In vitro antioxidant activity. Food Chemistry. 2009;115: 371–374.

13. Zakarova A, Seo JY,  Kim HY, Kim JH,Shin J-H, Cho KM, et al. Garlic sprouting is associated with increased antioxidant activity and concomitant changes in the metabolite profile.  J Agric Food Chem. 2014;62: 1875-1880.

 

ข้อมูลตำรับยาแก้ลมอัมพฤกษ์   : www.thai-remedy.com

ข้อมูลตำรับยาประสะไพล          : www.thai-remedy.com

ข้อมูลตำรับยาเลือดงาม            www.thai-remedy.com

ข้อมูลตำรับยาเหลืองปิดสมุทร  www.thai-remedy.com



ข้อมูลอ้างอิงจาก : ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภชัยศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

บทความสมุนไพร

บทความสมุนไพรที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับ กระเทียม

...

Other Related กระเทียม

ข้อมูล กระเทียม จากสารานุกรมวิกิพีเดีย


สปีชีส์หนึ่งของพืช สำหรับความหมายอื่น ดูที่ กระเทียม (แก้ความกำกวม) Garlic Allium sativum, known as garlic, from William Woodville, Medical Botany, 1793. การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ โดเมน: ยูแคริโอตา อาณาจักร: พืช เคลด: พืชมีท่อลำเลียง เคลด: พืชดอก เคลด: พืชใบเลี้ยงเดี่ยว อันดับ: หน่อไม้ฝรั่ง วงศ์: วงศ์พลับพลึง วงศ์ย่อย: Allioideae สกุล: Allium L.[1] สปีชีส์: Allium sativum ชื่อทวินาม Allium sativum L.[1] ชื่อพ้อง Synonymy Allium arenarium Sadler ex Rchb. 1830 not L. 1753 Allium controversum Schrad. ex Wild. Allium longicuspis Regel Allium ophioscorodon Link Allium pekinense Prokh. Porrum ophioscorodon (Link) Rchb. Porrum sativum (L.) Rchb. 1830 not (L.) Mill. 1768 กระเทียม เป็นพืชสมุนไพรไทยและเป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่ง โดยมักใส่ในอาหารหลายชนิด ทั้งอาหารไทย อาหารอินเดีย กระเทียมมีชื่อสามัญท้องถิ่นอื่นอีกคือ กระเทียมขาว (อุดรธานี) กระเทียมจีน (กทม.,กลาง) ปะเซ้วา (กะเหรี่ยง,แม่ฮ่องสอน) หอมขาว (อุดรธานี) หอมเทียม (เหนือ) หัวเทียม (ใต้)[2] ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ [ แก้ ] กระเทียมเป็นไม้ล้มลุกและใหญ่ยาว สูง 30 - 60 ซม. มีกลิ่นแรง มีหัวใต้ดิน[3] ลักษณะกลมแป้น มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 - 4 ซม. มีแผ่นเยื่อสีขาวหรือสีม่วงอมชมพูหุ้มอยู่ 3 - 4 ชั้น ซึ่งลอกออกได้ แต่ละหัวมี 6 - 10 กลีบ กลีบเกิดจากตาซอกใบของใบอ่อน ลำต้นลดรูปลงไปมาก ใบเดี่ยว (Simple leaf) ขึ้นมาจากดิน เรียงซ้อนสลับ แบนเป็นแถบแคบ กว้าง 0.5 - 2.5 ซม. ยาว 30 - 60 ซม. ปลายแหลมแบบ Acute ขอบเรียบและพับทบเป็นสันตลอดความยาวของใบ โคนแผ่เป็นแผ่นและเชื่อมติดกันเป็นวงหุ้มรอบใบที่อ่อนกว่าและก้านช่อดอกทำให้เกิดเป็นลำต้นเทียม ปลายใบสีเขียวและสีจะค่อย ๆ จางลงจนกระทั่งถึงโคนใบ ส่วนที่หุ้มหัวอยู่มีสีขาวหรือขาวอมเขียว ช่อดอกแบบช่อซี่ร่ม (Umbel) ประกอบด้วยตะเกียงรูปไข่เล็ก ๆ จำนวนมากอยู่ปะปนกับดอกขนาดเล็กซึ่งมีจำนวนน้อย มีใบประดับใหญ่ 1 ใบ ยาว 7.5 - 10 ซม. ลักษณะบาง ใส แห้ง เป็นจะงอยแหลมหุ้มช่อดอกขณะที่ยังตูมอยู่ แต่เมื่อช่อดอกบานใบประดับจะเปิดอ้าออกและห้อยลงรองรับช่อดอกไว้ ก้านช่อดอกเป็นก้านโดด เรียบ รูปทรงกระบอกตัน ยาว 40 - 60 ซม. ดอกสมบูรณ์เพศ กลีบรวม 6 กลีบ แยกจากกันหรือติดกันที่โคน รูปใบหอกปลายแหลม ยาวประมาณ 4 มม. สีขาวหรือขาวอมชมพู เกสรเพศผู้ 6 อัน ติดที่โคนกลีบรวม อับเรณูและก้านเกสรเพศเมียยื่นขึ้นมาสูงกว่าส่วนอื่น ๆ ของดอก รังไข่ 3 ช่อง แต่ละช่องมีออวุล 1 - 2 เม็ด ผลเล็กเป็นกระเปาะสั้น ๆ รูปไข่หรือค่อนข้างกลม มี 3 พู เมล็ดมีขนาดเล็ก สีดำ ในประเทศไทยปลูกมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ แต่กระเทียมที่มีชื่อเสียงว่าเป็นกระเทียมคุณภาพดี กลิ่นฉุน ได้แก่กระเทียมจากจังหวัดศรีสะเกษ[3] อ้างอิง [ แก้ ] ↑ "Allium sativum L". Kewscience; Plants of the World Online; Royal Botanic Gardens, Kew, England. สืบค้นเมื่อ May 26, 2017 . ↑ ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย เก็บถาวร 2010-05-01 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน เต็ม สมิตินันทน์ สำนักงานหอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พ.ศ. 2549 ↑ 3.0 3.1 กระเทียม พืชสมุนไพรไทย 16 คุณสมบัติของกระเทียม จาก www.lifeido.com, วันที่สืบค้น 11 เมษายน 2559 แหล่งข้อมูลอื่น [ แก้ ] วิกิพจนานุกรม มีความหมายของคำว่า กระเทียม ดคกสมุนไพรและเครื่องเทศสมุนไพร แอนเจลิกา กะเพรา โหระพา ใบกระวาน แกง (กระวานอินเดีย) โบลโด Borage เชอร์วิล กุยช่าย กุยช่ายฝรั่ง ซิเซอลี ผักชี Coriander, Bolivian ผักแพว ผักชีฝรั่ง เทียนแดง หอมแขก (ใบกะหรี่) ผักชีลาว เอปาโซเต กัญชง โอฆาซานตา คาวทอง หุสบ Jimbu ผักเลือนขน ลาเวนเดอร์ สะระแหน่ ตะไคร้ Lemon myrtle Lemon verbena ผักแขยง โกฐเชียง มาร์เจอรัม มินต์ มักเวิร์ต มิตสึบะ ออริกาโน พาร์สลีย์ งาขี้ม่อน โรสแมรี อีหรุด เซจ เซเวอรี ซันโช (ใบ) ชิโซะ ซอเริล Tarragon ไทม์ วุดรัฟ ตังกุย เครื่องเทศ อาโอโนริ เทียนเยาวพาณี ออลสไปซ์ อัมจูร เทียนสัตตบุษย์ โป๊ยกั้ก มหาหิงคุ์ การบูร เทียนตากบ กระวาน/กระวานเทศ กระวานไทย อบเชยจีน ขึ้นฉ่าย มะม่วงหัวแมงวัน เฉินผี อบเชย กานพลู ผักชี พริกหาง ยี่หร่า เทียนดำ Bunium persicum ผักชีลาว ยี่หร่าฝรั่ง ลูกซัด กระชาย ข่า ข่าตาแดง กระเทียม ขิง เปราะหอม โกลแพร์ Grains of Paradise Grains of Selim ฮอร์สแรดิช Juniper berry โกกัม Korarima มะนาวแห้ง ชะเอมเทศ ตะไคร้ต้น จันทน์เทศ ขมิ้นขาวป่า แมสติก Mahlab มัสตาร์ด มัสตาร์ดดำ มัสตาร์ดน้ำตาล มัสตาร์ดขาว เทียนดำ Njangsa Pepper, alligator Pepper, Brazilian พริก พริกเคเยน Paprika ตาบัสโก ฆาลาเปญโญ ชิโปตเล ดีปลี Pepper, Peruvian Pepper, East Asian พริกเสฉวน ซันโช (ผล) Pepper, Tasmanian พริกไทย ทับทิม เมล็ดฝิ่น ผักชีไร่ กุหลาบมอญ หญ้าฝรั่น เกลือ ซาร์ซาปาริยา Sassafras งา Shiso (seeds, berries) Sumac มะขาม ถั่วตองกา ขมิ้น Uzazi วานิลลา Voatsiperifery วาซาบิ ยูซุ ขมิ้นอ้อย Zereshk Zest บทความพีชนี้ยังเป็นโครง คุณสามารถช่วยวิกิพีเดียได้โดยการเพิ่มเติมข้อมูลดคก เข้าถึงจาก "https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=กระเทียม&oldid=11207888"
.

บทความผลวิจัยสมุนไพรที่เกี่ยวข้องกับ กระเทียม

ดูผลวิจัยสมุนไพรทั้งหมด Click ที่นี่

1619

ฤทธิ์ต้านการอักเสบและปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ของสารโพลีแซคคาไรด์จากกระเทียม
ฤทธิ์ต้านการอักเสบและปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ของสารโพลีแซคคาไรด์จากกระเทียมการศึกษาฤทธิ์ต้านการอักเสบและช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ของสารโพลีแซคคาไรด์ชนิดละลายน้ำ (water-soluble garlic polysaccharide; WSGP) ที่แยกได้จากกระเทียม (Allium sativum L.) ในหนูเม้าส์ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะลำไส้ใหญ่อักเสบ (colitis) ด้วยสาร dextran sodium sulfate (DSS) โดยแบ่งหนูเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละ 8 ตัว กลุ่มที่ 1 เป็นหนูปกติได้รับน้ำเปล่า, กลุ่มที่ 2 ได้รับ DSS, กลุ่มที่ 3 ได้รับ WSGP 200 มก./กก./วัน, กลุ่มที่ 4 ...

1095

ฤทธิ์ลดระดับไขมันในเลือดของสารสกัดกระเทียมดำที่ผ่านการบ่ม
ฤทธิ์ลดระดับไขมันในเลือดของสารสกัดกระเทียมดำที่ผ่านการบ่ม (aged black garlic extract)การศึกษาฤทธิ์ลดไขมันของสารสกัดกระเทียมดำที่ผ่านการบ่มในผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงทั้งชายและหญิง (อายุระหว่าง 19-80 ปี) จำนวน 60 คน โดยแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ให้รับประทานสารสกัดกระเทียมดำที่ผ่านการบ่มวันละสองครั้ง ขนาดครั้งละ 3 กรัม (6 กรัม/วัน) ในช่วงเวลาก่อนอาหารมื้อเช้าและเย็น นานติดต่อกัน 12 สัปดาห์ กลุ่มที่ 2 ให้รับประทานยาหลอก (placebo) เมื่อเสร็จสิ้นการทดลองทำการเก็บตัวอย่างเลือดผู้ป่วย...

617

สารสกัดน้ำจากกระเทียมช่วยลดการเกิดอนุมูลอิสระและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของหลอดเลือดในหนูแรทที่เป็นโรคอ้วนลงพุง
สารสกัดน้ำจากกระเทียมช่วยลดการเกิดอนุมูลอิสระและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของหลอดเลือดในหนูแรทที่เป็นโรคอ้วนลงพุง (Metabolic syndrome)การทดลองในหนูแรทที่เป็นโรคอ้วนลงพุง (Metabolic syndrome) โดยแบ่งให้หนูแรทกินสารสกัดน้ำจากกระเทียมสีแดง (Fuego INTA) หรือสารสกัดน้ำจากกระเทียมสีม่วง (Morado INTA) ขนาด 150 มก./กก./วัน นาน 6 สัปดาห์ พบว่าสารสกัดน้ำจากกระเทียมทั้งสองชนิดช่วยลดความดันโลหิต การทำงานของเอนไซม์ NAD(P)H oxidase ปริมาณ thiobarbituric acid reactive substances (ดัชนีบอกระดับอนุมูลอิสระ) และการเ...

1157

ฤทธิ์ป้องกันตับเป็นพิษของสาร
ฤทธิ์ป้องกันตับเป็นพิษของสาร diallyl disulfide จากกระเทียมทดลองป้อนสาร diallyl disulfide (DADS) จากกระเทียมให้แก่หนูแรทขนาดวันละ 50 และ 100 มก./กก. น้ำหนักตัว นานติดต่อกัน 5 วัน ก่อนเหนี่ยวนำให้ตับเกิดการเสียหายด้วยการป้อนสาร carbon tetrachloride (CCl4) ขนาด 2 มล./กก. น้ำหนักตัว เพียงครั้งเดียวพบว่า การป้อนสาร DADS ทั้งสองขนาดสามารถ ป้องกันตับเป็นพิษจากการเหนี่ยวนำด้วย CCl4 ได้ โดยในการตรวจวิเคราะห์ด้วยเทคนิคทางจุลกายวิภาคศาสตร์พบว่าสามารถยับยั้งความเสียหายของเนื้อเยื่อเซลล์ตับได้เมื่อเทียบกับหน...

15

สารที่มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์
สารที่มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ protein prenyltransferase จากธรรมชาติ สารสำคัญที่แยกได้จากเห็ดหลินจือ (Garnoderma lucidum Fr. Karst.) คือกรดการ์โนเดอร์ริก (garnoderic acid) และสารสำคัญที่แยกได้จากกระเทียม (Allium sativum Linn.) คือ ไดอัลลิล ไธโอซัลฟิเนต(dially thiosulfinate) อัลลิล เมท-ทิล ไธโอซัลฟิเนต(allyl methyl thiosulfinate) และเมททิล อัลลิล ไธโอซัล-ฟิเนต (methyl allyl thiosulfinate) ให้ผลยับยั้งเอนไซม์ protein prenyltransferase เอนไซม์โปรตีนพรีนิลทรานสเ...

654

ฤทธิ์ของกระเทียมและวิตามินซีในการป้องกันความผิดปกติของตัวอ่อน
ฤทธิ์ของกระเทียมและวิตามินซีในการป้องกันความผิดปกติของตัวอ่อนการศึกษาฤทธิ์ของกระเทียมและวิตามินซีในการป้องกันความผิดปกติของตัวอ่อนของหนูที่ถูกเหนี่ยวนำด้วยยาฆ่าแมลง cypermetrin ทดลองในหนูแรทเพศผู้และเพศเมีย โดยแบ่งหนูออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มควบคุม กลุ่มที่ 1 คือ กลุ่มหนูเพศผู้ที่ได้รับยาฆ่าแมลง cypermetrin ขนาด 55.1 มก./กก. เป็นเวลา 60 วัน ก่อนที่จะผสมพันธุ์จับคู่กับหนูเพศเมียที่ไม่ได้รับยา กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มหนูเพศผู้ที่ไม่ได้รับยาจับคู่กับหนูเพศเมียที่ได้รับยาในช่วงวันที่ 6 - 15 ของการตั...

357

สาร
สาร diallyl sulfone จากกระเทียมป้องกันการกลายพันธุ์เมื่อป้อนสาร diallyl sulfone (DASO22Carcinogenesis 2007;28(80):1824-30 ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล...

279

ฤทธิ์ต้านเบาหวานของกระเทียม
ฤทธิ์ต้านเบาหวานของกระเทียมมีการศึกษาฤทธิ์ต้านเบาหวานของสารสกัด 80% เอทานอลจากกระเทียมในหนูขาวปกติ และหนูที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวานด้วย Streptozotocin โดยการป้อนสารสกัดให้หนูในขนาด 0.1, 0.25 และ 0.5 ก./กก./วัน นาน 14 วัน เปรียบเทียบกับยา glibenclamide (600 มคก./กก./วัน) พบว่าสารสกัดกระเทียมจะทำให้ระดับ glucose, cholesterol, triglyceride, urea กรด uric, creatinine, AST และ ALT ในเลือดของหนูที่เป็นเบาหวานลดลง แต่ระดับ insulin เพิ่มขึ้น ขณะที่ในหนูปกติจะไม่มีผล โดยสารสกัดกระเทียมที่ขนาด 0.5 ...

148

ผลการลดคอเลสเตอรอลของกระเทียมกับการปลดปล่อย
ผลการลดคอเลสเตอรอลของกระเทียมกับการปลดปล่อย allicin จากการที่พบว่ายาเม็ดกระเทียมให้ผลในการลดคอเลสเตอรอลที่แตกต่างกัน ทั้งที่เป็นของบริษัทเดียวกัน จึงได้มีการทดลองการปลดปล่อย allicin โดยใช้ภาวะเหมือนในกระเพาะอาหาร พบว่ายาที่ผลิตก่อนจะต้านการแตกตัวโดยกรดมากกว่ายาที่ผลิตใหม่ (2.5 hr V.S. 1.3 h, P< 0.001) และให้ allicin มากกว่าถึง 3 เท่า และพวกที่ไม่ให้ผลทางคลินิกในการลดคอเลสเตอรอลไม่ให้ allicin ส่วนที่ให้ allicin สูงจะให้ผลดีทางคลินิก ดังนั้นในการที่กระเทียมจะให้ผลดีจึงขึ้นอยู่กับป...

1304

ฤทธิ์ต้านภาวะเบาหวานของกระเทียมดำ
ฤทธิ์ต้านภาวะเบาหวานของกระเทียมดำกระเทียมดำเกิดจากการนำกระเทียมสดมาบ่มภายใต้สภาวะที่มีอุณหภูมิสูงและควบคุมความชื้น (aging process) ซึ่งกระเทียมดำนี้จะอุดมไปด้วยสาร S-allylcysteine (SAC), polyphenols และ flavonoids ที่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยามากมาย การศึกษาฤทธิ์ต้านภาวะเบาหวานของกระเทียมดำ ในหนูเม้าส์ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวานด้วย streptozotocin (STZ) โดยแบ่งหนูเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เป็นหนูปกติ (กลุ่มควบคุม) กลุ่มที่ 2 ได้รับ STZ (กลุ่มควบคุม) กลุ่มที่ 3 ได้รับ STZ + น้ำคั้นกระเทียมสด 200 มก./กก...

180

ผลของสารสกัดกระเทียมในหนูที่เป็นเบาหวาน
ผลของสารสกัดกระเทียมในหนูที่เป็นเบาหวาน ได้มีการศึกษาผลของสารสกัดกระเทียมด้วยน้ำในขนาด 100 มก./กก./วัน เมื่อให้หนูขาวที่เป็นเบาหวานกินเป็นเวลา 8 สัปดาห์ จากนั้นนำเอาหลอดเลือดแดงใหญ่มาตรวจสอบการหดตัว พบว่าสารสกัดกระเทียมด้วยน้ำจะช่วยลดปัญหาการผิดปกติของหลอดเหลือดแดง โดยสามารถเพิ่มการบีบตัวของหลอดเลือด J Ethnopharmacol 2003;139-44. ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล...

520

ผลของสารจากระเทียมและหัวหอมต่อผิวหนัง
ผลของสารจากระเทียมและหัวหอมต่อผิวหนังการทดสอบผลของสารในกลุ่ม organo-sulfur ซึ่งพบได้ในกระเทียมและหัวหอม คือ 1-propylmercaptan (PM), dimethyl disulfide (DMDS), diallyl disulfide (DADS), propyl disulfide (PDS), และ 2,5-dimethylthiophene (DMT) ต่อการสร้างเม็ดสี (melanin) ในเซลล์หนูเม้าส์ B16 พบว่า PM มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase และยับยั้งการสร้าง o-quinone ได้ดี (tyrosinase และ o -quinone ทำให้การสร้างเม็ดสีเพิ่มขึ้น) ซึ่งกลไกดังกล่าวเกี่ยวข้องฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ โดยลดการสร้าง reactive oxygen...

สมุนไพรอื่นๆ

1

กระเจี๊ยบแดง
กระเจี๊ยบแดง ชื่อเครื่องยากระเจี๊ยบแดง ชื่ออื่นๆของเครื่องยากระเจี๊ยบเปรี้ยว ได้จากใบประดับ และกลีบเลี้ยง ชื่อพืชที่ให้เครื่องยากระเจี๊ยบแดง ชื่ออื่น(ของพืชที่ให้เครื่องยา)กระเจี๊ยบ กระเจี๊ยบเปรี้ยว ส้มพอเหมาะ ส้มเก็งเค็ง ส้มปู ส้มพอดี แกงแดง ส้มตะเลงเครง ชื่อวิทยาศาสตร์Hibiscus sabdariffa L. ชื่อพ้อง ชื่อวงศ์Malvaceae ลักษณะภายนอกของเครื่องยา:            กลีบเลี้ยงติดกันเป็นรูปถ้วย ยาว 1-1.5 เซนต...

70

เทียนตาตั๊กแตน
เทียนตาตั๊กแตน ชื่อเครื่องยาเทียนตาตั๊กแตน ชื่ออื่นๆของเครื่องยา ได้จากผลแก่แห้ง ชื่อพืชที่ให้เครื่องยาเทียนตาตั๊กแตน ชื่ออื่น(ของพืชที่ให้เครื่องยา)ผักชีลาว, มะแหลม ชื่อวิทยาศาสตร์Anethum graveolens L. ชื่อพ้องAnethum arvense Salisb., Angelica graveolens (L.) Steud., Ferula graveolens (L.) Spreng., Peucedanum graveolens (L.) Hiern, Peucedanum sowa (Roxb. ex Fleming) Kurz, Selinum anethum Roth, Selinum graveolens ชื่อวงศ์Apiaceae (Umbelliferae) ลักษ...

90

พริกไทยดำ
พริกไทยดำ ชื่อเครื่องยาพริกไทยดำ ชื่ออื่นๆของเครื่องยา ได้จากผลแห้งแก่จัดแต่ยังไม่สุกทั้งเปลือก ชื่อพืชที่ให้เครื่องยาพริกไทย ชื่ออื่น(ของพืชที่ให้เครื่องยา)พริกน้อย ชื่อวิทยาศาสตร์Piper nigrum L. ชื่อพ้อง- ชื่อวงศ์Piperaceae ลักษณะภายนอกของเครื่องยา:            ผลรูปกลม ผลแห้งมีผิวสีดำ ผิวนอกหยาบ มีรอยย่น ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราว 4-6 มม. เปลือกนอกสีน้ำตาลเข้มออกดำ มีรอยย่นคล้ายร่างแห ที่ขั้วมีรอยก้...

71

เทียนเยาวพาณี
เทียนเยาวพาณี ชื่อเครื่องยาเทียนเยาวพาณี ชื่ออื่นๆของเครื่องยา ได้จากผลแก่แห้ง ชื่อพืชที่ให้เครื่องยาเทียนเยาวพาณี (ajowan) ชื่ออื่น(ของพืชที่ให้เครื่องยา) ชื่อวิทยาศาสตร์Trachyspermum ammi (L.) Sprague ชื่อพ้องAmmi copticum L., Ammios muricata Moench, Athamanta ajowan Wall., Bunium copticum (L.) Spreng., Carum ajowan Benth. & Hook.f., Carum aromaticum Druce, Carum copticum (L.) Benth. & Hook. f., Carum panatjan Baill., Cyclospermum ammi (L.) Lag., Daucus anisodoru...

45

งา
งา ชื่อเครื่องยางา ชื่ออื่นๆของเครื่องยางาขาว งาดำ ได้จากเมล็ด ชื่อพืชที่ให้เครื่องยางา ชื่ออื่น(ของพืชที่ให้เครื่องยา)งาขาว งาดำ ชื่อวิทยาศาสตร์Sesamum indicum L. ชื่อพ้องSesamum orientale ชื่อวงศ์Pedaliaceae ลักษณะภายนอกของเครื่องยา:            เมล็ดแบน รูปไข่ สีดำ (งาดำ) และนวล (งาขาว) ผิวเป็นมัน เนื้อชุ่มน้ำมัน น้ำมันจากเมล็ดมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน เมล็ดรสฝาด หวาน ขม  น้ำมัน รสฝาดร้อน &nbs...

165

สารภี
สารภี ชื่อเครื่องยาสารภี ชื่ออื่นๆของเครื่องยา ได้จากดอก ชื่อพืชที่ให้เครื่องยาสารภี ชื่ออื่น(ของพืชที่ให้เครื่องยา)ทรพี สร้อยพี สารภีแนน ชื่อวิทยาศาสตร์Mammea siamensis T. Anderson ชื่อพ้อง Calysaccion siamense Miq. ชื่อวงศ์Calophyllaceae ลักษณะภายนอกของเครื่องยา:             ดอกขนาดเล็ก ทรงกลมกลีบดอกสีขาว ร่วงง่าย มีกลิ่นหอม เกสรตัวผู้สีเหลือง จำนวนมาก ดอกแห้งสีน้ำตาล กลีบเลี้ยงมี 2 กลีบ ...

161

ว่านกีบแรด
ว่านกีบแรด ชื่อเครื่องยาว่านกีบแรด ชื่ออื่นๆของเครื่องยา ได้จากเหง้า ชื่อพืชที่ให้เครื่องยาว่านกีบแรด ชื่ออื่น(ของพืชที่ให้เครื่องยา)กีบม้าลม กีบแรด ว่านกีบม้า ชื่อวิทยาศาสตร์Angiopteris evecta (G. Forst.) Hoffm. ชื่อพ้องPolypodium evectum ชื่อวงศ์Marattiaceae ลักษณะภายนอกของเครื่องยา:             เหง้าใหญ่ มีกลีบแข็ง คล้ายกีบเท้าแรด หรือกีบเท้ากระบือ มีขนาดสั้น ผิวเป็นลูกคลื่น ผิวเหง้าด้า...

64

เถาเอ็นอ่อน
เถาเอ็นอ่อน ชื่อเครื่องยาเถาเอ็นอ่อน ชื่ออื่นๆของเครื่องยา ได้จากเถา ชื่อพืชที่ให้เครื่องยาเถาเอ็นอ่อน ชื่ออื่น(ของพืชที่ให้เครื่องยา)ตีนเป็ดเครือ เครือเจน เครือเถาเอ็น เมื่อย หมอนตีนเป็ด หญ้าลิเลน ชื่อวิทยาศาสตร์Cryptolepis buchanani Roem. & Schult. ชื่อพ้อง ชื่อวงศ์Asclepiadaceae ลักษณะภายนอกของเครื่องยา:             ไม้เถา เนื้อแข็ง เถากลม เปลือกเถาเรียบ เปลือกมีผิวบางๆสีแดงเข้มหุ้มอยู่ เถาแ...

81

ปลาไหลเผือกน้อย
ปลาไหลเผือกน้อย ชื่อเครื่องยาปลาไหลเผือกน้อย ชื่ออื่นๆของเครื่องยา ได้จากราก ชื่อพืชที่ให้เครื่องยาปลาไหลเผือกน้อย ชื่ออื่น(ของพืชที่ให้เครื่องยา)เอี่ยนด่อน (ตะวันออกเฉียงเหนือ)ในภาษาอีสาน “เอียน” แปลว่าปลาไหล “ด่อน” คือสีขาว ตรึงบาดาล หยิกบ่ถอง ชื่อวิทยาศาสตร์Eurycoma harmandiana Pierre ชื่อพ้อง ชื่อวงศ์Simaroubaceae ลักษณะภายนอกของเครื่องยา:            มีรากแก้วขนาดใหญ่เพียงรากเดียว รากยาว สีขาวน...

ประโยชน์ของกระเทียมที่คุณต้องรู้!! | กระเทียมดีต่อสุขภาพผู้สูงอายุ | พี่ปลา Healthy Fish

ประโยชน์ของกระเทียมที่คุณต้องรู้!! | กระเทียมดีต่อสุขภาพผู้สูงอายุ | พี่ปลา Healthy Fish

ประโยชน์ของกระเทียมที่คุณต้องรู้!! | กระเทียมดีต่อสุขภาพผู้สูงอายุ | พี่ปลา Healthy Fish

View
กระเทียม ต้านไวรัส สร้างภูมิคุ้มกัน [Poscast] 2020

กระเทียม ต้านไวรัส สร้างภูมิคุ้มกัน [Poscast] 2020

กระเทียม ต้านไวรัส สร้างภูมิคุ้มกัน [Poscast] 2020

View
ไม่น่าเชื่อ !! กินกระเทียมเป็นประจำ เกิดผลลัพธ์น่ามหัศจรรย์ | Garlic | พี่ปลา Healthy Fish

ไม่น่าเชื่อ !! กินกระเทียมเป็นประจำ เกิดผลลัพธ์น่ามหัศจรรย์ | Garlic | พี่ปลา Healthy Fish

ไม่น่าเชื่อ !! กินกระเทียมเป็นประจำ เกิดผลลัพธ์น่ามหัศจรรย์ | Garlic | พี่ปลา Healthy Fish

View
10 ประโยชน์ของกระเทียม

10 ประโยชน์ของกระเทียม

10 ประโยชน์ของกระเทียม

View
ความเชื่อเรื่องกระเทียม จริงหรือลวง? | รู้ทันข่าวลวงสุขภาพ [Mahidol Channel]

ความเชื่อเรื่องกระเทียม จริงหรือลวง? | รู้ทันข่าวลวงสุขภาพ [Mahidol Channel]

ความเชื่อเรื่องกระเทียม จริงหรือลวง? | รู้ทันข่าวลวงสุขภาพ [Mahidol Channel]

View
น้ำขิงมะนาวกระเทียม ลดไขมันในเลือด แก้วิงเวียน ลดความดัน สมุนไพรไทย ประโยชน์เยอะ

น้ำขิงมะนาวกระเทียม ลดไขมันในเลือด แก้วิงเวียน ลดความดัน สมุนไพรไทย ประโยชน์เยอะ

น้ำขิงมะนาวกระเทียม ลดไขมันในเลือด แก้วิงเวียน ลดความดัน สมุนไพรไทย ประโยชน์เยอะ

View
คุณจะขอบคุณผม เป็น 100 ครั้ง กิน 2 อย่างนี้ กระเทียมสมุนไพรไทย

คุณจะขอบคุณผม เป็น 100 ครั้ง กิน 2 อย่างนี้ กระเทียมสมุนไพรไทย

คุณจะขอบคุณผม เป็น 100 ครั้ง กิน 2 อย่างนี้ กระเทียมสมุนไพรไทย

View
แก้ความดันโลหิตสูง ลดไขมันในเลือดด้วยกระเทียม

แก้ความดันโลหิตสูง ลดไขมันในเลือดด้วยกระเทียม

แก้ความดันโลหิตสูง ลดไขมันในเลือดด้วยกระเทียม

View
สุดทึ่ง กระเทียม สู้โรค..!! ยอดสมุนไพรไทยรักษาโรค| Nava DIY

สุดทึ่ง กระเทียม สู้โรค..!! ยอดสมุนไพรไทยรักษาโรค| Nava DIY

สุดทึ่ง กระเทียม สู้โรค..!! ยอดสมุนไพรไทยรักษาโรค| Nava DIY

View
ประโยชน์ของกระเทียม

ประโยชน์ของกระเทียม

ประโยชน์ของกระเทียม

View

ถามตอบปัญหาสมุนไพรที่เกี่ยวข้องกับกระเทียม
ดูถามตอบปัญหาสมุนไพรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง Click ที่นี่