Menu

ดีปลี

ชื่อเครื่องยา

ดีปลี

ชื่ออื่นๆของเครื่องยา

ได้จาก

ผลที่แก่จัดแต่ยังไม่สุก

ชื่อพืชที่ให้เครื่องยา

ดีปลี

ชื่ออื่น(ของพืชที่ให้เครื่องยา)

ดีปลีเชือก ประดงข้อ ปานนุ พิษพญาไฟ ปีกผัวะ

ชื่อวิทยาศาสตร์

Piper retrofractum Vahl

ชื่อพ้อง

Piper chaba Hunter., P. officinarum

ชื่อวงศ์

Piperaceae

ลักษณะภายนอกของเครื่องยา:
           ผลแห้งสีน้ำตาลแดง  ผลอัดกันแน่นเป็นช่อรูปทรงกระบอก  โคนโต  ปลายเล็กมน  ขนาดยาวประมาณ  2.5-7.5  เซนติเมตร  เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5.0 – 8.0  มิลลิเมตร  ผิวค่อนข้างหยาบ  และมีเกสรตัวเมียติดอยู่ ผลย่อยมีเมล็ดเดียว  เมล็ดมีขนาดเล็กมาก  กลมและแข็ง  ผงผลสีน้ำตาล กลิ่นหอมเฉพาะ  รสเผ็ดร้อน  ขม ปร่า ขับน้ำลาย ทำให้ลิ้นชา

 

เครื่องยา ดีปลี

 

เครื่องยา ดีปลี

 

เครื่องยา ดีปลี

 

เครื่องยา ดีปลี

 


ลักษณะทางกายภาพและเคมีที่ดี:
           ปริมาณน้ำไม่เกิน 13% w/w  ปริมาณเถ้ารวมไม่เกิน 7.5% w/w  ปริมาณเถ้าที่ไม่ละลายในกรด ไม่เกิน 0.4% w/w  ปริมาณสารสกัดเอทานอล ไม่น้อยกว่า 10% w/w  ปริมาณน้ำมันระเหยง่าย ไม่น้อยกว่า 1.0% v/w  ปริมาณอัลคาลอยด์ โดยคำนวณเปรียบเทียบกับสาร piperine ไม่น้อยกว่า 2.5% w/w  

สรรพคุณ:
           ตำรายาไทย: ใช้ผล  ขับลม ลดอาการไอ  ระคายคอจากเสมหะ ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อแน่นจุกเสียด  บำรุงธาตุไฟ แก้ปวดท้อง  แก้คลื่นไส้  อาเจียน  แก้ตับพิการ แก้ท้องร่วง แก้ไอ  บีบมดลูก บำรุงธาตุ  ใช้เป็นยาแก้โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ  เช่น  ขับเสมหะ  แก้หืด  แก้หลอดลมอักเสบ  แก้ลมวิงเวียน เป็นยาระงับแก้อาการนอนไม่หลับ  โรคลมบ้าหมู  เป็นยาขับน้ำดี  เมื่อมีการอุดตันของท่อน้ำดี  ยาขับระดูและทำให้แท้งลูก  เป็นยาขับพยาธิในท้อง  แก้ริดสีดวงทวารหนัก ใช้ปรุงเป็นยาทาภายนอกสำหรับบรรเทาอาการปวดที่กล้ามเนื้อ  ทำให้ร้อนแดงและมีเลือดมาเลี้ยงที่บริเวณนั้นมากขึ้น  แก้อักเสบ ฝนเอาน้ำทาแก้ฟก บวม ใส่ฟัน แก้ปวดฟัน
           ตำรายาแผนโบราณ: กล่าวว่า ผลแก้อัมพาต  แก้เส้นปัตตะฆาต  แก้เส้นอัมพฤกษ์  แก้คุดทะราดให้ปิดธาตุ  แก้โรคหลอดลมอักเสบ  เป็นยาขับระดู  เป็นยาธาตุ  ทาแก้ปวดอักเสบของกล้ามเนื้อ  ระงับอชิณโรค  บำรุงธาตุ  ขับลม  ขับลมให้กระจาย  ขับผายลม  แก้ลม  ขับลมในลำไส้  แก้ท้องร่วง  แก้ธาตุพิการ  แก้ธาตุไม่ปกติ  แก้ปฐวีธาตุพิการ  แก้วิสติปัฏฐี  แก้ปัถวีธาตุ  20  ประการ  บำรุงร่างกาย  เจริญอาหาร  แก้จุกเสียด  เจริญไฟธาตุ  แก้ปวดท้อง ขับเสมหะในโรคหืด  แก้อุระเสมหะ (เสมหะในทรวงอก)  ปรุงเป็นยาประจำ  ปัถวีธาตุ  เป็นยาขับรกให้รกออกง่าย  ภายหลังจากการคลอดบุตรและใช้เวลาโลหิตตกมาก  แก้เสมหะ  แก้หืดไอ  แก้ลมวิงเวียน  แก้ริดสีดวงทวาร  แก้คุดทะราด  แก้อาการท้องอืด  ท้องเฟ้อ  แก้อาการคลื่นไส้  (เกิดจากธาตุไม่ปกติ)
           พิกัดยาไทย: ดีปลีจัดอยู่ใน “พิกัดตรีกฎุก” แปลว่าของที่มีรสร้อน 3 อย่าง เป็นพิกัดยาที่ประกอบด้วยเครื่องยา 3 อย่าง ในปริมาณเสมอกันคือ พริกไทย ขิงแห้ง และดีปลี มีสรรพคุณแก้โรคที่เกิดจากวาตะ(ลม) เสมหะ และปิตตะ(ดี) ในกองธาตุ กองฤดู กองอายุ และกองสมุฏฐาน “พิกัดตรีสันนิบาตผล(ตรีสัพโลหิตผล)" คือการจำกัดตัวยาแก้ไข้สันนิบาต 3 อย่าง คือ ผลดีปลี รากพริกไทย และรากกระเพราแดง มีสรรพคุณแก้ไข้สันนิบาต แก้ในกองลม บำรุงธาตุ แก้ปถวีธาตุ 20 ประการ “พิกัดตัวยาเผ็ดร้อน 6 ชนิด” คือการจำกัดจำนวนตัวยาเผ็ดร้อน 6 ชนิด คือ ดีปลี พริกไทย ผลผักชีลา ใบแมงลัก ผลกระวาน ใบโหระพา มีสรรพคุณแก้ลมจุกเสียด ช้ำบวม ช่วยย่อยอาหาร “พิกัดเบญจกูล” คือการจำกัดจำนวนตระกูลยาที่มีรสร้อน 5 อย่าง มี เหง้าขิงแห้ง ดอกดีปลี รากช้าพลู เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิง มีสรรพคุณกระจายกองลมและโลหิต แก้คูถเสมหะ แก้ลมพานไส้ บำรุงกองธาตุทั้ง 4 ให้บริบูรณ์
           ตำรายาพระโอสถพระนารายณ์:ปรากฏตำรับ “ยาอาภิสะ” มีดีปลีเป็นองค์ประกอบหลักร่วมกับสมุนไพรอื่นอีกหลายชนิด มีสรรพคุณแก้ริดสีดวง ไอ ผอมแห้ง แก้เสมหะในทรวงอกและลำคอ
          บัญชียาจากสมุนไพร: ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ตามประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ปรากฏการใช้ดีปลี ในยารักษาอาการโรคในระบบต่างๆของร่างกาย ได้แก่ ”ยาหอมนวโกฐ” มีส่วนประกอบของดีปลี ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ มีสรรพคุณในการแก้ลมวิงเวียน แก้อาการหน้ามืด ตาลาย ใจสั่น คลื่นเหียน อาเจียน แก้ลมจุกแน่นในท้อง ตำรับ “ยาธาตุบรรจบ” มีส่วนประกอบของดีปลีร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ มีสรรพคุณ บรรเทาอาการท้องอืดเฟ้อ และอาการอุจจาระธาตุพิการ ท้องเสียที่ไม่ติดเชื้อ ตำรับ “ยาประสะกานพลู” มีส่วนประกอบของดีปลีร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ มีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดท้อง จุกเสียด แน่นเฟ้อจากอาหารไม่ย่อย เนื่องจากธาตุไม่ปกติ ตำรับ”ยาเหลืองปิดสมุทร” มีส่วนประกอบของดีปลี ร่วมกับสมุนไพรอื่นอีก 12 ชนิดในตำรับ มีสรรพคุณบรรเทาอาการท้องเสียชนิดที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ เช่น อุจจาระไม่เป็นมูก หรือมีเลือดปนและท้องเสียชนิดที่ไม่มีไข้ ตำรับ “ยาประสะไพล” มีส่วนประกอบของดีปลีร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ ใช้ในสตรีที่ระดูมาไม่สม่ำเสมอ หรือมาน้อยกว่าปกติ ตำรับ “ยาเบญจกูล” มีส่วนประกอบของผลดีปลีร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ มีสรรพคุณบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ บำรุงธาตุ แก้ธาตุให้ปกติ ตำรับ "ยาเลือดงาม" มีส่วนประกอบของดีปลี ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ มีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ แก้มุตกิด ตำรับ ”ยาเหลืองปิดสมุทร” มีส่วนประกอบของดีปลี  ร่วมกับสมุนไพรอื่น ๆ ในตำรับ มีสรรพคุณบรรเทาอาการท้องเสียชนิดที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ เช่น อุจจาระไม่เป็นมูก หรือมีเลือดปนและท้องเสียชนิดที่ไม่มีไข้

รูปแบบและขนาดวิธีใช้ยา:
           1.  อาการท้องอืด  ท้องเฟ้อ  และปวดท้อง  และแก้อาการคลื่นไส้อาเจียนที่เกิดจากธาตุไม่ปกติ
                   โดยใช้ผลดีปลีแก่แห้ง  1  กำมือ  (ประมาณ  10-12  ผล)  เติมน้ำ  2  ถ้วยแก้ว  ต้ม  10-15  นาที  ดื่มแต่น้ำวันละ  3  ครั้ง  หลังอาหาร        
           2.  อาการไอ  และขับเสมหะ
                   โดยใช้ผลแก่แห้ง  ประมาณครึ่งผล  ฝนกับน้ำมะนาวแทรกเกลือเล็กน้อย  กวาดคอ  หรือจิบบ่อยๆให้เติมน้ำพอควร                                

องค์ประกอบทางเคมี:
           สารกลุ่ม  alkaloids ได้แก่ piperine 4-5% , piperanine , pipernonaline , dehydropipernonaline , piperlonguminine , piperrolein  B สารกลุ่ม phenolic  amides เช่น  retrofractamide      น้ำมันหอมระเหย 1%  ประกอบด้วย  terpinolene , caryophyllene , p-cymene , thujene , dihydrocarveol

           มีรายงานพบสาร 33 ชนิด (สาร 1-30) จากผลดีปลี ส่วนใหญ่เป็นสารกลุ่ม amide ได้แก่ (2E,14Z)-N-isobutyleicosa-2,14-dienamide (1), dipiperamides F and G (2 และ 3), (E)-4-(isobutylamino)-4-oxo-2-butenoic acid (4), 3,4,15 3,4-methylenedioxycinnamaldehyde (5), 3,4,20 piperonyl anhydride (6) piperine (7), 3,4,19 isochavicine (8), 3,4,11 piperanine (9), 3,4,22 piperlonguminine(10), 3,4,19 scutifoliamide A (11), 3,4,23 dihydropiperlonguminine(12), 3,4 pellitorine (13), 3,4,24 pipericine (14), 3,4,25 (2E,4E)-N-isobutyleicosa-2,4-dienamide (15), 3,4,26 (2E,4E,12Z)-N-isobutyloctadec-2,4,12-trienamide (16), 3,4,16 (2E,4E,14Z)-N-isobutyleicosa-2,4,14-eicosatrienamide (17), 3,4,16 pipereicosalidine(18), 3,4,27 retrofractamide A (19), 3,4,18 retrofractamide C (20), 3,4,18 retrofractamide B (21), 3,4,8 guineensine (22), 3,4,19 brachystamideB (23), 3,4,11 dehydropipernonaline (24), 28 pipernonaline (25), 29 piperolein B (26), 3,4,11 piperundecaline (27), 3,4 piperchabamide C(28), 13 nigramide F (29), 3,4,17 chabamide (30), 4,5,30 nigramide R(31), 4,5,17 dipiperamide E (32), 4,5,14 และ piperchabamide H (33) โดยสรุปโครงสร้างของสารที่พบ เป็น long chain alkylamides (1, 4, 13–18), methylenedioxyphenylamides (7–12, 19–28), cyclobutanamides (2, 3, 21–33) และ cyclohexenamides (29, 30) (Muharini, et al., 2015)



การศึกษาทางเภสัชวิทยา:
ฤทธิ์ลดไขมัน

      การทดสอบฤทธิ์ต้านการเพิ่มขึ้นของไขมันในหนูเมาส์ที่ถูกเหนี่ยวนำให้อ้วนด้วยอาหารไขมันสูง ทำการทดลองด้วยการให้สารสกัด piperidine alkaloids จากผลดีปลี (ประกอบด้วย piperine, pipernonaline และ dehydropipernonaline) ขนาด 50, 100 และ 300 mg/kg/day ป้อนให้แก่หนูทดลองเป็นเวลา 8 สัปดาห์ ผลการทดลองพบว่ามีการลดลงของน้ำหนักของหนูทดลอง, เซลล์ไขมัน, คอเลสเตอรอลรวม, low-density lipoprotein (LDL), total lipid, leptin และ lipase  นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ในการลดไขมันสะสมที่ตับ จึงทำให้ร่างกายมีปริมาณไขมันลดลง สามารถทำให้น้ำหนักของหนูทดลองลดลงได้ในขณะที่มีการให้อาหารในปริมาณเท่ากันในทุกวัน (Kim, et al., 2011)

ฤทธิ์ต้านการอักเสบ

      ศึกษาฤทธิ์ลดการอักเสบ โดยให้สารสกัดเอทานอลจากผลดีปลีทาที่หูหนูขาวเพศผู้ สายพันธุ์ Sprague-Dawley ขนาด 1 mg(20 μL) ต่อหูหนู 1 ข้าง ก่อนที่จะกระตุ้นให้หูหนูเกิดการบวมด้วยการทา ethyl-Phenylpropiolate (EPP) ในขนาด 1 mg/20 μLต่อหูหนู 1 ข้าง จากการทดลองพบว่าสารสกัดจากผลดีปลี สามารถยับยั้งการบวมของใบหูหนูได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม ซึ่งได้แก่ phenylbutazone 1 mg พบว่ามีฤทธิ์ยับยั้งการบวมของหูหนูได้ไม่แตกต่างกัน ฤทธิ์ต้านการอักเสบเมื่อเหนี่ยวนำให้อุ้งเท้าหนูบวมด้วยการฉีดคาราจีแนน (carrageenan-induced paw edema assay) ผลการทดสอบพบว่าเมื่อป้อนสารสกัดขนาด 1,200 mg/kg เป็นเวลา1 ชั่วโมง ก่อนให้คาราจีแนน สามารถลดการบวมได้ตั้งแต่ชั่วโมงที่  3 และ 5 (Sireeratawong, et al., 2012)

ฤทธิ์ระงับปวด

      ทดสอบฤทธิ์ระงับปวดในหนูถีบจักรเพศผู้สายพันธุ์ ICR โดยแบ่งหนูเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มละ 6 ตัวหนูแต่ละกลุ่มจะได้รับสารสกัดเอทานอลจากผลดีปลี ในขนาด 300, 600 และ 1,200 mg/kg ตามลำดับ ซึ่งกลุ่มควบคุมจะได้รับ 5% Tween80 และกลุ่มอ้างอิงจะได้รับ aspirin (300 mg/kg) และ morphine (10 mg/kg) วิธีทดสอบ Formalin Test แบ่งออกเป็น 2 phase คือ ระยะ early phase จะป้อนสารสกัดแก่หนูก่อน หลังจากนั้น 1 ชั่วโมง จึงฉีด 1% formalin, 20 μL เข้าไปในชั้นใต้ผิวหนังบริเวณด้านหลังเท้าซ้ายของหนู (หากเป็น morphine จะฉีดเข้าช่องท้องหนูเป็นเวลา 30 นาที ก่อนฉีด formalin) บันทึกระยะเวลาที่หนูยกเท้าขึ้นเลีย ภายในเวลา 5 นาที หลังฉีด formalin,ระยะ late phase จะฉีด formalin หลังป้อนสารสกัดแล้ว 40 นาที หรือหลังจากฉีด morphine แล้ว 10 นาที บันทึกระยะเวลาที่หนูยกเท้าขึ้นเลีย ภายในเวลา 20-30 นาที หลังฉีด formalin ผลการทดสอบพบว่าสารสกัดดีปลีทุกขนาด สามารถยับยั้งอาการปวดได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยออกฤทธิ์ต่อระยะ late phase ได้ดีกว่าระยะ early phase เช่นเดียวกับยามาตรฐาน aspirin และ morphine (Sireeratawong, et al., 2012)

ฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร

       สารสกัดจากผลดีปลีด้วย 80% อะซีโตน มีฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารของหนูขาวที่เหนี่ยวนำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารด้วยเอทานอล และ indomethacin โดยมีค่า ED50 เท่ากับ 14 และ 12 มก./กก. ตามลำดับ เมื่อศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของสารสกัดผลดีปลี พบว่าประกอบด้วยสารในกลุ่ม amide ได้แก่ piperchabamides A, B, C และ D (1-4) นอกจากนี้ยังพบสารสำคัญอื่นๆ ในดีปลี ได้แก่ piperine (5), piperanine (6), pipernonaline (7), dehydropipernonaline (8), piperlonguminine (9) retrofractamide B (10),  guineensine (11), N-isobutyl-(2E,4E)-octadecadienamide (12) และ   N-isobutyl-(2E,4E,14Z)-eicosatrienamide (13) และ methyl piperate (14) มีฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารของหนู โดยที่สาร 5-10, 12-14 ในขนาด 25 mg/kg มีนัยสำคัญในการต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารของหนูที่เหนี่ยวนำให้เกิดแผลด้วยเอทานอล สาร 5, 7, 8, 10, 12 และ 13 มีนัยสำคัญในการต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารของหนูที่เหนี่ยวนำให้เกิดแผลด้วย indomethacin เมื่อใช้ในขนาดเดียวกัน (Morikawa, et al., 2004)

ฤทธิ์ลดอาการวิตกกังวล

       สกัดสารจากผลดีปลีแล้วนำมาป้อนให้แก่หนูเม้าส์ ในขนาด 300mg/kg ติดต่อกันเป็นเวลา 21 วัน ประเมินผลการทำงานต่อระบบประสาทส่วนกลาง โดยการทดสอบด้วยวิธี cage crossing, head dips, swim test, light and dark test เพื่อให้หนูอยู่ในภาวะเครียดต่างๆ และดูพฤติกรรมของหนู ผลการศึกษาพบว่าสารสกัดจากดีปลี ทำให้หนูทดลองลดอาการวิตกกังวลลง ในระดับอ่อนมีผลกดระบบประสาทส่วนกลาง และมีฤทธิ์ทำให้ง่วงนอน (Sarfaraz, et al., 2014)

ฤทธิ์ต้านเชื้อรา

      สกัดสารจากผลดีปลีแห้งเพื่อหาสารต้านเชื้อรา C. cladosporioides ใช้ไดคลอโรมีเทนเป็นตัวทำละลาย และทำการแยกสารสกัดหยาบ ด้วยโครมาโทกราฟีแผ่นบาง ทดสอบฤทธิ์ต้านเชื้อราของสารสกัดหยาบ โดยวิธี TLC-Bioassay พบว่าสารที่สามารถต้านเชื้อรา อยู่ในช่วง Rf∼0.00-0.33 จะประกอบด้วย piperine และ สารต้านเชื้อราจากช่วง Rf ∼0.40-0.47 จะประกอบด้วย methyl piperate (เนตรนภา, 1998)

ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย

      การทดสอบฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียของสารสกัดเอทานอลที่ได้จากผลดีปลี ทำการศึกษาในหลอดทดลอง ตรวจสอบโดยใช้วิธี growth inhibition method เชื้อจุลชีพที่ใช้ทดสอบ ได้แก่ เชื้อ Acinetobacter baumannii ATCC 19606 ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สำคัญของ nasocomial infection หรือการติดเชื้อในโรงพยาบาล ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือเด็กแรกเกิด หรือในผู้ที่ใส่อุปกรณ์ทางการแพทย์ เชื้อสามารถเคลื่อนจากบริเวณผิวหนังเข้าสู่ชั้นเนื้อเยื่อที่ลึกขึ้น และเข้าสู่กระแสเลือด และยังเป็นเชื้อที่ดื้อต่อยาหลายชนิดอีกด้วย จึงได้ทดสอบการใช้สารสกัดจากพืชร่วมกับยา novobiocin (ยามีประสิทธิภาพดีในการต้านเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก) ว่าจะสามารถเพิ่มผลการยับยั้งเชื้อให้ดีขึ้นได้หรือไม่ ผลการทดสอบพบว่าสารสกัดเอทานอลจากผลดีปลี, ยา novobiocin และสารสกัดเอทานอล (250 µg/ml) ร่วมกับยา novobiocin (1/8xMIC) มีค่าการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อได้เท่ากับ 44.02±1.08, 6.67 และ 49.80±4.19% ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างการให้สารสกัดเอทานอลเพียงอย่างเดียว พบว่ายับยั้งเชื้อได้ดี แต่เมื่อให้สารสกัดเอทานอลร่วมกับยา novobiocin พบว่าไม่มีผลให้การออกฤทธิ์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (Phatthalung, et al., 2012)

ฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง

       การทดสอบความสามารถในการยับยั้งเซลล์มะเร็งต่อมน้ำเหลือง mouse lymphoma cell line L5178Y ในหนูถีบจักร ของสารบริสุทธิ์ที่แยกได้จากผลดีปลี 11 ชนิด ได้แก่ pellitorine, pipericine, dehydropipernonaline, pipernonaline, guineensine, brachystamide B, retrofractamide C, dipiperamides F, dipiperamides G, chabamide และ nigramide R พบว่ามีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งโดยมีค่า IC50 เท่ากับ 28.3, 24.2, 8.9, 17.0, 17.0, 16.4, 13.4, 10.0, 13.9, 11.6 และ 9.3 μM ตามลำดับ (สารมาตรฐาน kahalalide F  ค่า IC50 เท่ากับ 4.3 μM) (Muharini, et al., 2015)

       การทดสอบฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว (myeloma) และเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ (WiDr) ในหลอดทดลอง โดยใช้เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวที่แยกได้จากหนู และเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ได้จากคน โดยใช้สารสกัดเอทานอลที่ได้จากดีปลี, ขิง, และสารสกัดผสมระหว่างสารสกัดเอทานอลที่ได้จากขิงกับสารสกัดเอทานอลที่ได้จากดีปลีในอัตราส่วน 1:1 ตรวจสอบโดยวิธี MTT cytotoxic assay ใช้ยา doxorubicin เป็นสารมาตรฐาน ผลการทดสอบพบว่าดีปลี, ขิง, สารสกัดผสม และยา doxorubicin มีความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 36, 28, 55, และ 2µg/ml ตามลำดับ และมีความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 158, 74, 64 และ 1µg/ml ตามลำดับ (ค่า IC50 < 1,000 µg/ml ภายหลังสัมผัสสารทดสอบแล้ว 24 ชม.จึงแปลผลว่ามีฤทธิ์ต้านมะเร็ง)  แสดงว่าสารทดสอบทั้งหมดมีฤทธิ์ต้านมะเร็งทั้งสองชนิด  การศึกษาความสามารถเหนี่ยวนำให้เกิด apoptosis ซึ่งเป็นขบวนการในการกำจัดเซลล์ผิดปกติ และเซลล์มะเร็งภายในร่างกาย พบว่าทั้งสารสกัดเอทานอลที่ได้ดีจากดีปลี, ขิง และสารสกัดผสม สามารถเหนี่ยวนำขบวนการ apoptosis  โดยการศึกษาภายใต้กล้องจุลทรรศน์พบว่าทำให้เซลล์มะเร็งทั้งสองชนิดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ได้แก่ มีขนาดหดเล็กลง เยื่อหุ้มเซลล์ปูดพอง DNA และเซลล์มะเร็งแตกออกเป็นชิ้น (Ekowati, et al., 2012)

ฤทธิ์ต้านเชื้อเดงกีไวรัส

      การทดสอบฤทธิ์ต้านเชื้อเดงกีไวรัส (Dengue Virus) ที่เป็นสาเหตุของโรคไข้เลือดออก ของสารสกัดไดคลอโรมีเทน และสารสกัดเอทานอล ที่ได้จากผลดีปลี ทำการศึกษาในหลอดทดลอง ตรวจสอบโดยใช้วิธี MTT method ทำการทดสอบกับเซลล์เพาะเลี้ยงชนิด African green monkey kidney epithelial cells (vero cell) เชื้อไวรัสที่ทดสอบเป็นเชื้อเดงกีไวรัส Dengue virus type 2 strain 16681 การทดสอบโดยบ่มเพาะเซลล์กับเชื้อไวรัสก่อน หลังจากนั้นจึงใส่สารสกัด (Post treatment) เพื่อดูผลการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสภายในเซลล์ ใช้สารสกัดทั้งสองชนิด ความเข้มข้น 12.5 µg/ml  ซึ่งเป็นขนาดที่ไม่เกิดพิษต่อเซลล์ ผลการทดสอบพบว่าสารสกัดไดคลอโรมีเทน และสารสกัดเอทานอล มีความสามารถในการยับยั้งเชื้อเดงกีไวรัสภายในเซลล์ โดยมีร้อยละของการยับยั้งเท่ากับ 32.06 และ 53.53% ตามลำดับ การทดสอบฤทธิ์ฆ่าเชื้อเดงกีไวรัส ของสารสกัดไดคลอโรมีเทน และสารสกัดเอทานอลที่ได้จากผลดีปลี ทำการศึกษาในหลอดทดลอง ทดสอบโดยการผสมสารสกัดบ่มกับเชื้อไวรัสโดยตรง จากนั้นจึงตรวจสอบดูการติดเชื้อไวรัสในเซลล์เพาะเลี้ยง ซึ่งแสดงถึงผลการฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรง (Inactivation assay) บันทึกผลจากการลดจำนวนกลุ่มเซลล์ที่ติดเชื้อ (Plaque reduction assay) ผลการทดสอบพบว่าสารสกัดเอทานอล (100 µg/ml) มีร้อยละของการฆ่าเชื้อไวรัสได้เท่ากับ 84.93% ทำให้ไวรัสถูก inactive และเสียความสามารถในการทำให้เซลล์ติดเชื้อ (Klawikkan, et al., 2011)  การทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์ การทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์ของสารสกัดไดคลอโรมีเทน และสารสกัดเอทานอลที่ได้จากผลดีปลี ทำการศึกษาในหลอดทดลอง ตรวจสอบโดยใช้วิธี MTT method เพื่อหาค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่ทำให้เกิดพิษต่อเซลล์ครึ่งหนึ่ง  (CC50) ผลการทดสอบพบว่าสารสกัดไดคลอโรมีเทน และสารสกัดเอทานอล มีค่า CC50 เท่ากับ 156.25 และ 625 µg/ml ตามลำดับ  โดยสรุปสารสกัดเอทานอลในขนาดที่ไม่เกิดพิษต่อเซลล์ สามารถยับยั้งไวรัสเดงกีที่ติดเชื้อแล้วภายในเซลล์ได้ และยังยับยั้งเชื้อก่อนเข้าสู่เซลล์ได้อีกด้วย  (Klawikkan, et al., 2011)

การศึกษาทางคลินิก:
           ไม่มีข้อมูล

การศึกษาทางพิษวิทยา:
           การทดสอบพิษเฉียบพลันของสารสกัดผลด้วยเอทานอล 50% โดยให้หนูกินในขนาด 10 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (คิดเป็น 250 เท่า เปรียบเทียบกับขนาดรักษาในคน) และให้โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังหนู ในขนาด 10 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตรวจไม่พบอาการเป็นพิษ (กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, 2546)

          การศึกษาพิษเฉียบพลัน และพิษกึ่งเรื้อรังของสารสกัดผลดีปลีด้วยน้ำ ในหนูแรทเพศผู้และเพศเมีย การศึกษาพิษเฉียบพลัน ป้อนสารสกัดดีปลีขนาด 5,000 mg/kg แก่หนูทดลอง (หนูเพศผู้ 5 ตัว,หนูเพศเมีย 5 ตัว) ผลการศึกษาไม่พบการเกิดพิษทั้งในพฤติกรรมทั่วไปของหนู,อัตราการตาย หรืออวัยวะภายใน ไม่พบการเปลี่ยนแปลง การศึกษาพิษกึ่งเรื้อรัง ป้อนสารสกัดดีปลีทุกวัน ขนาด 300, 600 และ 1,200 mg/kg แก่หนูทดลอง (หนูเพศผู้ 10 ตัว,หนูเพศเมีย 10 ตัว) เป็นระยะเวลา 90 วัน และกลุ่ม satellite group เป็นกลุ่มศึกษาผลย้อนกลับหลังหยุดให้สารสกัดดีปลีในน้ำ โดยให้สารสกัดดีปลีขนาด 1,200 mg/kg/day เป็นระยะเวลา 90 วัน แล้วหยุดให้ แล้วสังเกตอาการต่ออีก 28 วัน ผลการศึกษาพบว่าหนูกลุ่มที่ได้รับสารสกัดดีปลีไม่มีความผิดปกติเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยทั้งกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม ไม่พบความผิดปกติของอวัยวะ จึงสรุปได้ว่าสารสกัดจากดีปลีไม่ทำให้เกิดพิษเฉียบพลัน และพิษกึ่งเรื้อรังในหนูเพศผู้ และหนูเพศเมีย (Jaijoy, et al., 2011)


ข้อควรระวัง:
           ไม่ควรบริโภคปริมาณมากเกินไป จะทำให้กระเพาะอาหารอักเสบ แสบทวารเวลาถ่าย คนมีไข้ไม่ควรกินจะทำให้ร้อนใน หญิงมีครรภ์ห้ามกินเพราะอาจทำให้แท้งได้

 

เอกสารอ้างอิง:

1. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. 2546. ประมวลผลงานวิจัยด้านพิษวิทยา ของสถาบันวิจัยสมุนไพร เล่ม 1.โรงพิมพ์การศาสนา:กรุงเทพมหานคร.

2. เนตรนภา พรหมสวรรค์.การศึกษาสารต้านเชื้อจากผลดีปลี.โครงการพิเศษสาขาวิชาเคมีคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,1998.

3. Ekowati H, Achmad A, Prasasti E, Wasito H,Sri K, Hidayati Z, et al. Zingiber officinale, Piper retrofractum and combination inducedapoptosis and p53 expression in myeloma and WiDr cell lines. HAYATI J Biosci. 2012;19(3):137-140.

4. Jaijoy K, Vannasiri S, Piyabhan P, Lerdvuthisopon N, Boonraeng S, Khonsung P, Lertprasertsuke N, et al. Acute and subchronic toxicity study of the water extract from the fruits of Piper chaba Hunter in rats. IJARNP. 2011;3(4):29-35.

5. Kim KJ, Lee M-S, Jo K, Hwang J-K. Piperidine alkaloids from Piper retrofractum Vahl. protect against high fat diet induced obesity by regulating lipid metabolism and activating AMP-activated protein kinase. Biochemical and Biophysical Research Communications.2011;411:219–225.

6. Klawikkan N, Nukoolkarn V, Jirakanjanakit N, Yoksan S, Wiwat C, Thirapanmethee K. Effect of Thai medicinal plant extracts against Dengue virus in vitro. Mahidol University Journal of Pharmaceutical Science. 2011;38(1-2):13-18.

7. Morikawa T, Matsuda H, Yamaguchi I, Pongpiriyadacha Y, Yoshikawa M.  New amides and gastroprotective constituents from the fruit of Piper chaba. Planta Med. 2004; 70(2): 152-159.

8. Muharini, R, Liu Z, Lin W, Proksch P. New amides from the fruits of Piper retrofractum. Tetrahedron Letters. 2015;56: 2521-2525.

9. Phatthalung PN, Chusri S, Voravuthikunchai SP. Thai ethnomedicinal plants as resistant modifying agents for combating Acinetobacter baumannii  infections. BMC Complementary and Alternative Medicine. 2012;12:1-8.

10. Sarfaraz S, Najam R, Sarfaraz A.CNS depressant, sedative and anxiolytic activity of ethanolic extract of fruit of Piper chaba revealed after neuropharmacological screening. International Journal of Pharmacy and Pharmaceutical Sciences.2014;6(11):186-189.

11. Sireeratawong S, Itharat A, Lerdvuthisopon N, Piyabhan P, Khonsung P, Boonraeng S, et al. Anti-Inflammatory, analgesic and antipyretic activities of the ethanol extract of Piper interruptum Opiz. and Piper chaba L. ISRN pharmacology. 2012;2012:1-6.

 

ค้นหาข้อมูลพืชที่ให้เครื่องยา     : www.phargarden.com

ตัวอย่างพรรณไม้แห้ง                : www.thaiherbarium.com

ข้อมูลตำรับยาธาตุบรรจบ          : www.thai-remedy.com

ข้อมูลตำรับยาเบญจกูล             : www.thai-remedy.com

ข้อมูลตำรับยาประสะไพล          :  www.thai-remedy.com

ข้อมูลตำรับยาเลือดงาม             : www.thai-remedy.com

ข้อมูลตำรับยาเหลืองปิดสมุทร   : www.thai-remedy.com

 

 

 

 

 



ข้อมูลอ้างอิงจาก : ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภชัยศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

บทความสมุนไพร

บทความสมุนไพรที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับ ดีปลี

...

Other Related ดีปลี

ข้อมูล ดีปลี จากสารานุกรมวิกิพีเดีย


ระวังสับสนกับ พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า ซึ่งในภาษาไทยถิ่นใต้ ก็เรียกว่า "ดีปลี" ดีปลี ใบและผลของดีปลี การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ อาณาจักร: Plantae ไม่ได้จัดลำดับ: Angiosperms ไม่ได้จัดลำดับ: Magnoliids อันดับ: Piperales วงศ์: Piperaceae สกุล: Piper สปีชีส์: P.  longum ชื่อทวินาม Piper longum Linn. ดีปลี มีชื่อท้องถิ่นอื่นอีกคือ: ดีปลีเชือก (ภาคใต้) ประดงข้อ ปานนุ (ภาคกลาง) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ [ แก้ ] ดีปลีเป็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง ใบรูปไข่ โคนมน ปลายแหลม เป็นพืชใบเดี่ยว คล้ายใบย่านางแต่ผิวใบมันกว่า บางกว่าเล็กน้อย ดอกเป็นรูปทรงกระบอกปลายมน เมื่อแก่จะมีผลเป็นสีแดง การปลูกเลี้ยง [ แก้ ] นิยมปลูกโดยการใช้เถา ชอบดินร่วนและอุดมสมบรูณ์ ทนแห้งแล้งได้ดี ฤดูที่เหมาะสมในการปลูกก็คือฤดูฝน เวลาปลูกใช้เถาที่ชำจนรากงอกแล้วปลูก แล้วทำเสาให้เลื้อย ควรดูแลเรื่องน้ำและศัตรูพืชด้วย ดีปลีเป็นสมุนไพรที่ใช้มากในอุตสาหกรรม ยาแผนโบราณประมาณ 5,000 – 7,000 กิโลกรัม/ปี ปลูกได้ดีในภาคใต้ของประเทศไทย นับว่าเป็นพืชสมุนไพรตัวหนึ่งที่อยู่ในแผน พัฒนาเพื่อส่งเป็นสินค้าส่งออก ประโยชน์ [ แก้ ] ดีปลีตากแห้ง ใช้ผลแก่แห้งเป็นยา โดยเก็บช่วงที่ผลแก่จัดแต่ยังไม่สุก ตากแดดให้แห้ง มีรสเผ็ดร้อน ขม มีสรรพคุณขับลม บำรุงธาตุ แก้จุกเสียด ซึ่งจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ดีปลีแห้งประกอบด้วย " อัลคาลอยด์" ชื่อว่า Piperine ประมาณ 4 – 6%, Chavicine, น้ำมันระเหยหอม 1% ตามรายงานการศึกษาวิจัยพบว่า ดีปลีใช้ประกอบตำรับยาที่ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ท้องอืดเฟ้อ ธาตุไม่ปกติ ทั้งนี้เพราะดีปลีมีน้ำมันหอมระเหย ผลแก่แห้งของดีปลี ใช้เป็นยารักษาอาการดังนี้ อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และอาการปวดท้อง รวมทั้งแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน ที่เกิดจากธาตุที่ไม่ปกติ โดยการใช้ผลแก่แห้ง 1 กำมือ (ประมาณ 10 – 15 ดอก) ต้มเอาน้ำมาดื่ม ถ้าไม่มีดอกก็ให้ใช้เถาต้มแทนได้อาการไอและมีเสมหะ ใช้ผลแก่แห้งประมาณครึ่งผล ฝนกับน้ำมะนาวผสมเกลือกวาดในลำคอหรือจิบบ่อย ๆ นอกจากนี้ ผลดีปลีแห้งสามารถใช้เป็นเครื่องเทศประกอบอาหารต่าง ๆ ได้ ปัจจุบันดีปลีใช้น้อยในอาหารยุโรป แต่ยังใช้ในอาหารอินเดียและอาหารเนปาล อาหารแอฟริกาเหนือบางชนิดใช้ผสมในเครื่องเทศ และใช้ในอาหารมาเลเซียและอินโดนีเซีย ร้านขายของชำในอินเดียจะเรียกว่า pippali ซึ่งเป็นเครื่องเทศหลักของนีหารีซึ่งเป็นอาหารประจำชาติของปากีสถาน ดีปลีมีสารเคมีชื่อพิเพอร์ลองกูมีน[1] ซึ่งมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ[2] อ้างอิง [ แก้ ] ↑ "Novel compound selectively kills cancer cells by blocking their response to oxidative stress". Science Daily. July 15, 2011. ↑ Seo, Young Hwa; Kim, Jin-Kyung; Jun, Jong-Gab (2014). "Synthesis and biological evaluation of piperlongumine derivatives as potent anti-inflammatory agents". Bioorganic & Medicinal Chemistry Letters. 24 (24): 5727–5730. doi:10.1016/j.bmcl.2014.10.054. แหล่งข้อมูลอื่น [ แก้ ] วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อที่เกี่ยวข้องกับ ดีปลี Caldecott, Todd (2006). Piper longum (Pippali). Ayurveda: The Divine Science of Life. Elsevier/Mosby. ISBN 978-0-7234-3410-8. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-06-16. ดีปลี สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ลั่นทม ดอนจวบทรง (2537). ดีปลี เก็บถาวร 2008-10-17 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน ผักพื้นบ้าน(ภาคใต้). ทางเลือกในการผลิตและการบริโภค. กรุงเทพฯ : องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก. ดีปลี เก็บถาวร 2014-07-02 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน thaigoodview.com ดคกสมุนไพรและเครื่องเทศสมุนไพร แอนเจลิกา กะเพรา โหระพา ใบกระวาน แกง (กระวานอินเดีย) โบลโด Borage เชอร์วิล กุยช่าย กุยช่ายฝรั่ง ซิเซอลี ผักชี Coriander, Bolivian ผักแพว ผักชีฝรั่ง เทียนแดง หอมแขก (ใบกะหรี่) ผักชีลาว เอปาโซเต กัญชง โอฆาซานตา คาวทอง หุสบ Jimbu ผักเลือนขน ลาเวนเดอร์ สะระแหน่ ตะไคร้ Lemon myrtle Lemon verbena ผักแขยง โกฐเชียง มาร์เจอรัม มินต์ มักเวิร์ต มิตสึบะ ออริกาโน พาร์สลีย์ งาขี้ม่อน โรสแมรี อีหรุด เซจ เซเวอรี ซันโช (ใบ) ชิโซะ ซอเริล Tarragon ไทม์ วุดรัฟ ตังกุย เครื่องเทศ อาโอโนริ เทียนเยาวพาณี ออลสไปซ์ อัมจูร เทียนสัตตบุษย์ โป๊ยกั้ก มหาหิงคุ์ การบูร เทียนตากบ กระวาน/กระวานเทศ กระวานไทย อบเชยจีน ขึ้นฉ่าย มะม่วงหัวแมงวัน เฉินผี อบเชย กานพลู ผักชี พริกหาง ยี่หร่า เทียนดำ Bunium persicum ผักชีลาว ยี่หร่าฝรั่ง ลูกซัด กระชาย ข่า ข่าตาแดง กระเทียม ขิง เปราะหอม โกลแพร์ Grains of Paradise Grains of Selim ฮอร์สแรดิช Juniper berry โกกัม Korarima มะนาวแห้ง ชะเอมเทศ ตะไคร้ต้น จันทน์เทศ ขมิ้นขาวป่า แมสติก Mahlab มัสตาร์ด มัสตาร์ดดำ มัสตาร์ดน้ำตาล มัสตาร์ดขาว เทียนดำ Njangsa Pepper, alligator Pepper, Brazilian พริก พริกเคเยน Paprika ตาบัสโก ฆาลาเปญโญ ชิโปตเล ดีปลี Pepper, Peruvian Pepper, East Asian พริกเสฉวน ซันโช (ผล) Pepper, Tasmanian พริกไทย ทับทิม เมล็ดฝิ่น ผักชีไร่ กุหลาบมอญ หญ้าฝรั่น เกลือ ซาร์ซาปาริยา Sassafras งา Shiso (seeds, berries) Sumac มะขาม ถั่วตองกา ขมิ้น Uzazi วานิลลา Voatsiperifery วาซาบิ ยูซุ ขมิ้นอ้อย Zereshk Zest การแยกแยะหน่วยอนุกรมวิธาน Wikidata: Q685336 Wikispecies: Piper longum BOLD: 494439 EoL: 489436 EPPO: PIPLO FNA: 200005574 FoC: 200005574 GBIF: 3086338 GRIN: 400109 iNaturalist: 346856 IPNI: 682031-1 IRMNG: 11179999 ITIS: 506524 NCBI: 49511 Plant List: kew-2568895 PLANTS: PILO4 POWO: urn:lsid:ipni.org:names:682031-1 Tropicos: 25000012 ฐานข้อมูลการควบคุมรายการหลักฐาน: ประจำชาติ อิสราเอล สหรัฐ บทความพีชนี้ยังเป็นโครง คุณสามารถช่วยวิกิพีเดียได้โดยการเพิ่มเติมข้อมูลดคก เข้าถึงจาก "https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=ดีปลี&oldid=11404850"
.

บทความผลวิจัยสมุนไพรที่เกี่ยวข้องกับ ดีปลี

ดูผลวิจัยสมุนไพรทั้งหมด Click ที่นี่

742

การศึกษาความปลอดภัยของยาเม็ดจากสารสกัดตำรับเบญจกูล
การศึกษาความปลอดภัยของยาเม็ดจากสารสกัดตำรับเบญจกูลการศึกษาความปลอดภัยของยาเม็ดจากสารสกัดตำรับเบญจกูล โดยนำตำรับยาเบญจกูลที่ประกอบด้วยสมุนไพร 5 ชนิด ได้แก่ ดีปลี ช้าพลู สะค้าน เจตมูลเพลิง และขิง มาสกัดด้วย 95% เอทานอล แล้วทำเป็นยาเม็ดสำเร็จรูป ทดลองในอาสาสมัครชายหญิง จำนวน 20 คน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่รับประทานยาเม็ด ขนาด 100 มก. และขนาด 200 มก. วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร เป็นเวลา 14 วัน พบว่าผลตรวจทางห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับการทำงานของตับ ไต ระดับไขมัน และค่าทางโลหิตวิทยาของอาสาสมัครมีการเป...

1352

ฤทธิ์ฆ่าลูกน้ำยุงของสารจากพริกไทยและดีปลี
ฤทธิ์ฆ่าลูกน้ำยุงของสารจากพริกไทยและดีปลีสารสำคัญ 7 ชนิดที่แยกได้จากพริกไทยและดีปลี ได้แก่ piperonal, dodecanol, 1,3-benzodioxole, myristicin, piperanine, sesamin และ sesamol เมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ในการฆ่าลูกน้ำของยุงรำคาญ Culex pipiens pallens พบว่าสาร myristicin และ dodecanol มีฤทธิ์แรงที่สุดในการฆ่าลูกน้ำยุง โดยมีค่าความเข้มข้นของสารที่ทำให้ยุงตายไปครึ่งหนึ่ง (LC50) เท่ากับ 0.56 และ 0.65 ppm ตามลำดับ และพบว่าการลดแรงตึงผิวของน้ำของ dodecanol และ sesamin ที่ความเข้มข้นเพิ่มขึ้น สัมพันธ์กับการเพิ่...

220

ฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารของดีปลี
ฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารของดีปลี สารสกัด 80% อะซีโตนจากผลดีปลี มีฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารของหนูขาวที่เหนี่ยวนำให้เกิดแผลด้วยเอทานอลและ indomethacin โดยมีค่า ED50 เท่ากับ 14 และ 12 มก./กก. ตามลำดับ เมื่อศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของสารสกัด 80% อะซีโตนจากผลดีปลี พบว่าประกอบด้วยสารในกลุ่ม amide ได้แก่ piperchabamides A, B, C และ D นอกจากนี้ยังพบว่าสารสำคัญอื่นๆ ในดีปลี ได้แก่ piperine, pipernonaline, dehydropipernonaline, retrofractamide B,   N-isobutyl-(2E,4E)-octadecadienamide ...

1290

การก่อการระคายเคืองต่อผิวหนังของสารสกัดแอลกอฮอล์ดีปลีในอาสาสมัครสุขภาพดี
การก่อการระคายเคืองต่อผิวหนังของสารสกัดแอลกอฮอล์ดีปลีในอาสาสมัครสุขภาพดีการทดสอบการก่อการระคายเคืองต่อผิวหนังของสารสกัดเอทานอล 95% ของดีปลีในอาสาสมัครสุขภาพดีจำนวน 10 คน เป็นเพศชาย 5 คน เพศหญิง 5 คน อายุระหว่าง 21 - 56 ปี ด้วยวิธีการปิดสารทดสอบบนผิวหนัง (closed patch test under occlusion) ใช้ชุดทดสอบมาตรฐานสำเร็จรูป TRUE test® เป็นตัวควบคุม โดยเปรียบเทียบกับสารสกัดแอลกอฮอล์ของดีปลีที่ความเข้มข้นร้อยละ 0.5, 1, 3 และ 5 พบว่าสารสกัดเอทานอล 95% ของดีปลี (ปริมาณ piperine เท่ากับ 194.10 มก./ก.ข...

1250

ฤทธิ์ต้านการอักเสบ
ฤทธิ์ต้านการอักเสบ และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของตำรับยาเลือดงาม และส่วนประกอบในตำรับตำรับยาเลือดงาม เป็นยาที่ใช้ในการรักษาอาการปวดเวลามีประจำเดือนของเพศหญิง (ประกอบด้วย หัวกระเทียม เมล็ดเร่ว โกฐจุฬาลำพา (ทุกส่วน) เหง้ากระชาย ใบมะนาว ผิวมะกรูด ตะไคร้หอม (ทุกส่วน) รากชะเอมเทศ สะระแหน่ (ทุกส่วน) เมล็ดจันทน์เทศ ใบกะเพรา เปลือกเพกา เมล็ดพริกไทย ดอกดีปลี ช้าพลู (ทุกส่วน) รากเจตมูลเพลิงแดง ดอกกานพลู เหง้าไพล เหง้าขิง เหง้ากะทือ) เมื่อนำตำรับยา และส่วนประกอบในตำรับมาสกัดโดยการหมักด้วย 9...

11

ฤทธิ์ต้านการออกซิเดชั่นของผลดีปลีและผลพริกไท
ฤทธิ์ต้านการออกซิเดชั่นของผลดีปลีและผลพริกไท สารสกัดด้วยเมธานอลและน้ำจากผลดีปลีและผลพริกไทให้ผลต้านการออกซิเดชั่นในหลอดทดลอง (in vitro) ด้วยวิธี DPPH assay เนื่องจาก reactive oxygen radical ทำให้เกิดความเสียหายต่อเซล (cellula damage) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคหลายชนิด เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง ไขข้ออักเสบ ภาวะอักเสบ และaging ฤทธิ์ต้านออกซิเดชันของผลดีปลีและผลพริกไท จึงอาจนำมาพัฒนาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้Songklanakarin J Sci Technol 1998; 20...

228

การยับยั้งเมลานินของดีปลี
การยับยั้งเมลานินของดีปลี สาร piperlonguminine จากสารสกัดผลดีปลีด้วยเมทานอล จะยั้บยั้งการเกิด เมลานินในเซลล์ meloanoma B16 ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดเมลามิน a-melanocyte-stimulating hormone ความเข้มข้นของสาร 25, 12.5, 6.3 และ 3.1 ไมโครโมล ยับยั้งการเกิดเมลานินได้ 85.1 ฑ 4.9, 62.1 ฑ 6.1, 36.4 ฑ 4.6 และ 18.4 ฑ 5.1% ค่า IC50 = 9.6 ไมโครโมล ซึ่งให้ผลในการยับยั้งมากกว่า kojic acid (IC50 = 44.6 ไมโครโมล) ประมาณ 5 เท่า กลไกการออกฤทธิ์ของ piperlonguminine จะไปยับยั้งการสังเคราะห์เอนไซม์ tyrosinase ...

1409

ฤทธิ์ฆ่าเชื้ออะมีบา
ฤทธิ์ฆ่าเชื้ออะมีบา Acanthamoeba ของน้ำมันหอมระเหยจากพืชการศึกษาฤทธิ์ฆ่าเชื้ออะมีบา Acanthamoeba sp. ของน้ำมันหอมระเหยจากพืช 10 ชนิด ได้แก่ดีปลี (Piper retrofractum), พริกไทย (Piper nigrum), ช้าพลู (Piper sarmentosum), มะกรูด (Citrus hystrix), ส้มเขียวหวาน (Citrus reticulata), แก้ว (Murraya paniculata), เร่วน้อย (Amomum uliginosum), ขมิ้น (Curcuma longa), ขมิ้นอ้อย (Curcuma zedoaria), กระชาย (Kaempferia pandurata) ที่ความเข้มข้น 50 มก./มล. พบว่าน้ำมันหอมระเหยจากดีปลี พริกไทย มะกรูด ขมิ้น และกระช...

1039

ฤทธิ์ต้านพิษงูแมวเซาของสารสกัดเอทานอลและสาร
ฤทธิ์ต้านพิษงูแมวเซาของสารสกัดเอทานอลและสาร piperine จากผลดีปลีการศึกษาฤทธิ์ต้านพิษงูของผลดีปลี (Piper longum L.) ในหนูเม้าส์ โดยการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (prophylactic immunization) ของหนูด้วยการฉีดสารสกัดเอทานอลจากผลดีปลี หรือสาร piperine ซึ่งเป็นสารสำคัญในผลดีปลี เข้าใต้ผิวหนังในขนาด 750 และ 4.5 มก./กก. ตามลำดับ (initial dose) และขนาด 375 และ 2.25 มก./กก. ตามลำดับ (หลังจาก initial dose 14 วัน) และในวันที่ 30 จึงนำเลือดของหนูมาทดสอบ การทดสอบด้วยวิธี lethality neutralization assay ทั้งในหลอดทดลองแ...

1251

ฤทธิ์ลดการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระของยาริดสีดวงมหากาฬ
ฤทธิ์ลดการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระของยาริดสีดวงมหากาฬยาริดสีดวงมหากาฬ เป็นตำรับยาที่บรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ใช้ในการบรรเทาอาการริดสีดวงทวารหนัก ประกอบด้วยสมุนไพรต่างๆ รวม 22 ชนิด ได้แก่ มดยอบ ขอบชะนางแดง ขอบชะนางขาว โกฐกักกรา โกฐสอ โกฐจุฬาลำพา โกฐก้านพร้าว โกฐพุงปลา เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน สนเทศ ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ สะค้าน สมุลแว้ง ดีปลี พริกไทย ขิง และอบเชยเทศ ในการศึกษาฤทธิ์ลดการอักเสบของสารสกัด 80% เอทานอลของยาริดสีดวงมหากาฬในหนูแรทที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิ...

840

การศึกษาพิษต่อเซลล์และพิษต่อยีนของสารสกัดเอทานอลจากตำรับเบญจกูล
การศึกษาพิษต่อเซลล์และพิษต่อยีนของสารสกัดเอทานอลจากตำรับเบญจกูลตำรับเบญจกูลเป็นยาปรับธาตุนิยมใช้กับผู้ป่วยโรคมะเร็ง ประกอบด้วยสมุนไพร 5 ชนิด ได้แก่ ผลดีปลี รากช้าพลู เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิงแดง และเหง้าขิง เมื่อนำสารสกัด 95% เอทานอลจากตำรับเบญจกูล ความเข้มข้น 50 100 200 400 และ 500 มคก./มล. มาทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์และพิษต่อยีนในเซลล์เม็ดเลือดขาวของมนุษย์ พบว่าสารสกัดที่ความเข้มข้น 500 มคก./มล. เป็นพิษต่อเซลล์ โดยพบเซลล์ในระยะไมโทซิสน้อยมาก สารสกัดที่ความเข้มข้น 100 - 400 มคก./มล. เป็นพิษต่อยีน...

สมุนไพรอื่นๆ

66

เทียนขาว
เทียนขาว ชื่อเครื่องยาเทียนขาว ชื่ออื่นๆของเครื่องยายี่หร่า ได้จากผลแก่แห้ง ชื่อพืชที่ให้เครื่องยาเทียนขาว ชื่ออื่น(ของพืชที่ให้เครื่องยา)ยี่หร่า ชื่อวิทยาศาสตร์Cuminum cyminum L. ชื่อพ้องCuminia cyminum J.F.Gmel., Cuminum aegyptiacum Mérat ex DC., Cuminum hispanicum Mérat ex DC., Cuminum odorum Salisb., Cuminum sativum J.Sm., Cyminon longeinvolucellatum St.-Lag. ชื่อวงศ์Apiaceae ลักษณะภายนอกของเครื่องยา:       &n...

54

ชุมเห็ดไทย
ชุมเห็ดไทย ชื่อเครื่องยาชุมเห็ดไทย ชื่ออื่นๆของเครื่องยา ได้จากเมล็ด ชื่อพืชที่ให้เครื่องยาชุมเห็ดไทย ชื่ออื่น(ของพืชที่ให้เครื่องยา)ชุมเห็ดเขาควาย ชุมเห็ดควาย ชุมเห็ดเล็ก ชุมเห็ดนา พรมดาน ลับมืนน้อย เล็บหมื่นน้อย หญ้าลักลืน เล็นเค็ด ชื่อวิทยาศาสตร์Cassia tora L. ชื่อพ้องSenna tora ชื่อวงศ์Leguminosae-Caesalpinoideae ลักษณะภายนอกของเครื่องยา:            ใน1 ฝัก มีประมาณ 20-30 เมล็ด เมล็ดผิวเรียบ เงา...

165

สารภี
สารภี ชื่อเครื่องยาสารภี ชื่ออื่นๆของเครื่องยา ได้จากดอก ชื่อพืชที่ให้เครื่องยาสารภี ชื่ออื่น(ของพืชที่ให้เครื่องยา)ทรพี สร้อยพี สารภีแนน ชื่อวิทยาศาสตร์Mammea siamensis T. Anderson ชื่อพ้อง Calysaccion siamense Miq. ชื่อวงศ์Calophyllaceae ลักษณะภายนอกของเครื่องยา:             ดอกขนาดเล็ก ทรงกลมกลีบดอกสีขาว ร่วงง่าย มีกลิ่นหอม เกสรตัวผู้สีเหลือง จำนวนมาก ดอกแห้งสีน้ำตาล กลีบเลี้ยงมี 2 กลีบ ...

187

ขิงแห้ง
ขิงแห้ง ชื่อเครื่องยาขิงแห้ง ชื่ออื่นๆของเครื่องยา- ได้จากเหง้า ชื่อพืชที่ให้เครื่องยาขิงแห้ง ชื่ออื่น(ของพืชที่ให้เครื่องยา)- ชื่อวิทยาศาสตร์Zingiber ligulatum Roxb. ชื่อพ้อง- ชื่อวงศ์Zingiberaceae ลักษณะภายนอกของเครื่องยา:           เหง้ามีลักษณะเป็นข้อๆ แบนในแนวนอน แตกแขนง รูปร่างเหมือนฝ่ามือประกอบด้วยแง่งเล็กๆ ขนาดยาว 3-6 เซนติเมตร กว้าง 1-2 เซนติเมตร ผิวนอกสีน้ำตาลอ่อน ภายในมีสีขาวแกมม่วงอ่อนๆ เน...

43

คูน
คูน ชื่อเครื่องยาคูน ชื่ออื่นๆของเครื่องยา ได้จากเนื้อในฝักแก่ ชื่อพืชที่ให้เครื่องยาเนื้อในฝักแก่ ชื่ออื่น(ของพืชที่ให้เครื่องยา)ชัยพฤกษ์ ลมแล้ง ชื่อวิทยาศาสตร์Cassia fistula L. ชื่อพ้องBactyrilobium fistula Willd., Cassia bonplandiana DC., C. excelsa Kunth, C. fistuloides Collad., C. rhombifolia Roxb., Cathartocarpus excelsus G.Don, Cathartocarpus fistula Pers., Cathartocarpus fistuloides (Collad.) G.Don, Cathartocarpus rhombifolius ชื่อวงศ์Legumonosae-Caesalpi...

45

งา
งา ชื่อเครื่องยางา ชื่ออื่นๆของเครื่องยางาขาว งาดำ ได้จากเมล็ด ชื่อพืชที่ให้เครื่องยางา ชื่ออื่น(ของพืชที่ให้เครื่องยา)งาขาว งาดำ ชื่อวิทยาศาสตร์Sesamum indicum L. ชื่อพ้องSesamum orientale ชื่อวงศ์Pedaliaceae ลักษณะภายนอกของเครื่องยา:            เมล็ดแบน รูปไข่ สีดำ (งาดำ) และนวล (งาขาว) ผิวเป็นมัน เนื้อชุ่มน้ำมัน น้ำมันจากเมล็ดมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน เมล็ดรสฝาด หวาน ขม  น้ำมัน รสฝาดร้อน &nbs...

11

กระวานไทย
กระวานไทย ชื่อเครื่องยากระวานไทย ชื่ออื่นๆของเครื่องยา ได้จากผลแก่ที่มีอายุ 4-5 ปี, เมล็ด ชื่อพืชที่ให้เครื่องยากระวานไทย ชื่ออื่น(ของพืชที่ให้เครื่องยา)กระวานขาว (ภาคกลาง ภาคตะวันออก) ข่าโคม ข่าโคก หมากเนิ้ง(ตะวันออกเฉียงเหนือ) ปล้าก้อ (ปัตตานี) มะอี้ (เหนือ) กระวานดำ กระวานแดง กระวานโพธิสัตว์ กระวานจันทร์ ชื่อวิทยาศาสตร์Amomum krervanh Pierre ex Gagnep ชื่อพ้องAmomum verum ชื่อวงศ์Zingiberaceae ลักษณะภายนอกของเครื่องยา:    &nbs...

200

ทับทิม
ทับทิม ชื่อเครื่องยาทับทิม ชื่ออื่นๆของเครื่องยา ได้จากใบ ชื่อพืชที่ให้เครื่องยาทับทิม ชื่ออื่น(ของพืชที่ให้เครื่องยา)มะเก๊า มะก่องแก้ว หมากจัง (เหนือ) พิลาขาว (น่าน) พิลา (หนองคาย) ชื่อวิทยาศาสตร์Punica granatum L. ชื่อพ้องPunica nana ชื่อวงศ์Lythraceae ลักษณะภายนอกของเครื่องยา:           ใบเป็นใบเดี่ยว รูปขอบขนานแกมรูปหอกกลับ ปลายแหลม ยาว 2-9 เซนติเมตร กว้าง 1-2 เซนติเมตร โคนใบสอบ ส่วนที่ค่อนไปทาง...

201

แห้วหมู
แห้วหมู ชื่อเครื่องยาแห้วหมู ชื่ออื่นๆของเครื่องยาหญ้าแห้วหมู ได้จากหัวใต้ดิน ชื่อพืชที่ให้เครื่องยาแห้วหมู ชื่ออื่น(ของพืชที่ให้เครื่องยา)หญ้าขนหมู (แม่ฮ่องสอน) หญ้าแห้วหมู หัวแห้วหมู หญ้ามะนิ่วหมู ชื่อวิทยาศาสตร์Cyperus rotundus L. ชื่อพ้องChlorocyperus rotundus (L.) Palla, Chlorocyperus salaam (L.) Hayek, Schoenus tuberosusensis Palla, Cyperus agrestis Willd. ex Spreng. & Link, Cyperus arabicus Ehrenb. ex Boeckeler, Cyperus bicolor Vahl, Cyperus bifax C.B.Clarke,...

ดีปลี  : ประโยชน์น่าทึ่ง   สมุนไพรไทยใกล้ตัว

ดีปลี : ประโยชน์น่าทึ่ง สมุนไพรไทยใกล้ตัว

ดีปลี : ประโยชน์น่าทึ่ง สมุนไพรไทยใกล้ตัว

View
16 สรรพคุณ และประโยชน์ของดีปลี

16 สรรพคุณ และประโยชน์ของดีปลี

16 สรรพคุณ และประโยชน์ของดีปลี

View
"อัมพฤกษ์ อัมพาตเส้นเอ็นดึงรั้ง"สมุนไพรดีปลีในการบำบัดรักษา #โจฮักนะสารคาม EP.597

"อัมพฤกษ์ อัมพาตเส้นเอ็นดึงรั้ง"สมุนไพรดีปลีในการบำบัดรักษา #โจฮักนะสารคาม EP.597

"อัมพฤกษ์ อัมพาตเส้นเอ็นดึงรั้ง"สมุนไพรดีปลีในการบำบัดรักษา #โจฮักนะสารคาม EP.597

View
ดีปลี สมุนไพรเผ็ดร้อน ขับลมตามข้อ ตามเข่า อัมพฤกษ์ อัมพาต กินก็อร่อย

ดีปลี สมุนไพรเผ็ดร้อน ขับลมตามข้อ ตามเข่า อัมพฤกษ์ อัมพาต กินก็อร่อย

ดีปลี สมุนไพรเผ็ดร้อน ขับลมตามข้อ ตามเข่า อัมพฤกษ์ อัมพาต กินก็อร่อย

View
ดีปลี ไม่ได้มีประโยชน์แค่เพิ่มรสเผ็ด แต่มีสรรพคุณทางยาเพียบ

ดีปลี ไม่ได้มีประโยชน์แค่เพิ่มรสเผ็ด แต่มีสรรพคุณทางยาเพียบ

ดีปลี ไม่ได้มีประโยชน์แค่เพิ่มรสเผ็ด แต่มีสรรพคุณทางยาเพียบ

View
ปวดหลัง ปวดเอว เส้นยึด เอ็นตึง หายได้โดยไม่ต้องใช้ยา

ปวดหลัง ปวดเอว เส้นยึด เอ็นตึง หายได้โดยไม่ต้องใช้ยา

ปวดหลัง ปวดเอว เส้นยึด เอ็นตึง หายได้โดยไม่ต้องใช้ยา

View
ปักชำดีปลีง่ายๆ ดีกว่าเพาะด้วยเมล็ด

ปักชำดีปลีง่ายๆ ดีกว่าเพาะด้วยเมล็ด

ปักชำดีปลีง่ายๆ ดีกว่าเพาะด้วยเมล็ด

View
สูตรปราศจากโรคภัย อายุยืน - สมุนไพรหญ้าแห้วหมู ดีปลี พริกไทยดำ งาดำ น้ำผึ้ง EP. 01  สมุนไพรอายุยืน

สูตรปราศจากโรคภัย อายุยืน - สมุนไพรหญ้าแห้วหมู ดีปลี พริกไทยดำ งาดำ น้ำผึ้ง EP. 01 สมุนไพรอายุยืน

สูตรปราศจากโรคภัย อายุยืน - สมุนไพรหญ้าแห้วหมู ดีปลี พริกไทยดำ งาดำ น้ำผึ้ง EP. 01 สมุนไพรอายุยืน

View
สมุนไพรต้ม-อัมพฤกษ์-อัมพาต-ผักเสี้ยนผี-ดีปลี-มะตูม-พริกไทยดำ

สมุนไพรต้ม-อัมพฤกษ์-อัมพาต-ผักเสี้ยนผี-ดีปลี-มะตูม-พริกไทยดำ

สมุนไพรต้ม-อัมพฤกษ์-อัมพาต-ผักเสี้ยนผี-ดีปลี-มะตูม-พริกไทยดำ

View
สมุนไพร "ดีปลี" ขับเสมหะ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ สรรพคุณและประโยชน์ ที่ไม่ควรพลาด !!

สมุนไพร "ดีปลี" ขับเสมหะ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ สรรพคุณและประโยชน์ ที่ไม่ควรพลาด !!

สมุนไพร "ดีปลี" ขับเสมหะ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ สรรพคุณและประโยชน์ ที่ไม่ควรพลาด !!

View

ถามตอบปัญหาสมุนไพรที่เกี่ยวข้องกับดีปลี
ดูถามตอบปัญหาสมุนไพรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง Click ที่นี่