Menu

ข่าวความเคลื่อนไหว ผลวิจัยจากการทดลอง ของ สมุนไพร ชนิดต่างๆ

ฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ acethylcholinesterase และฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นของกุหลาบมอญ

การศึกษาครั้งนี้เป็นการทดสอบฤทธิ์ป้องกันการทำงานของระบบประสาทจากน้ำมันและสารที่มีกลิ่นหอมที่สกัดได้จากกุหลาบมอญโดยทำการทดสอบในหลอดทดลองและการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ทดสอบฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ acetylcholinesterase (AChE) และ butyrylcholinesterase (BChE) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ทำลายสารสื่อประสาท acetylcholine และทดสอบฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นโดยการวัดปฏิกิริยาต้านออกซิเดชั่นต่างๆได้แก่ DPPH radical scavenging, metal-chelation (การวัดการจับกับโลหะเพื่อต้านการเกิดออกซิเดชั่น) และ ferric-reducing antioxidant power (FRAP) assays (การทดสอบความสามารถของสารในการจับอนุมูลอิสระโดยใช้ ascorbic acid) และวัดระดับสารประกอบสำคัญด้วยเทคนิค Gas Chromatography-Mass Spectrometry (GC-MS) จากผลการทดสอบพบสารต่างๆในกุหลาบมอญได้แก่ citronellol, geraniol, nerol, และ phenylethyl alcohol มีฤทธิ์ยับยั้ง AChE (60.86 ± 1.99%) และ BChE (51.08 ± 1.70%) ที่ 1000 มคก./มล. โดยพบว่า phenylethyl alcohol มีฤทธิ์ยับยั้ง AChE ได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับสารอื่น สำหรับการทดสอบฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นพบว่า มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นในระดับต่ำสำหรับการทดสอบด้วย DPPH radical scavenging และ FRAP และไม่พบสารใดเกิด metal-chelation effect
     phenylethyl alcohol ยับยั้ง AChE ได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับสารอื่น และจากการทดสอบ phenylethyl alcohol เพิ่มเติมด้วย molecular docking simulation ซึ่งเป็นเทคนิคคอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบโมเลกุลเพื่อหาตำแหน่งและรูปร่างโมเลกุลของการจับตัวกันของ 2 โมเลกุลพบว่า phenylethyl alcohol จับกับ BChE ได้ดีกว่า AChE

Food Research International 2013;53:502-509

ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

1

2

3

4

5

6

บทความอื่นๆ

1509

องค์ประกอบทางเคมีและฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดของกากมะเขือเทศ
องค์ประกอบทางเคมีและฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดของกากมะเขือเทศการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของสารสกัดน้ำจากกากมะเขือเทศ (tomato pomace) พบว่าสารสำคัญคือ สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ ได้แก่ coumaric acid, floridzin, floretin, procyanidin B2, luteolin-7-O-glucoside, kaempferol และ quercitin และสารนิวคลีโอไซด์ ได้แก่ adenosine, inosine และ guanosine การศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของกากมะเขือเทศ โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 (phase I) การประเมินความปลอดภัย โดยให้อาสาสมัครรับประทานสารสกัดน้ำจากกาก...

1629

น้ำทับทิมช่วยฟื้นฟูความจำ
น้ำทับทิมช่วยฟื้นฟูความจำการศึกษาทางคลินิกแบบสุ่ม ปกปิดสองทาง และมีกลุ่มควบคุม (randomized, double-blind, placebo-controlled trial) เพื่อประเมินผลของการดื่มน้ำทับทิม (Punica granatum) ต่อความจำของอาสาสมัครวัยกลางคนและผู้สูงอายุจำนวน 261 คน ทั้งเพศชายและหญิง (อายุระหว่าง 50-75 ปี) โดยแบ่งอาสาสมัครออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้อาสาสมัครดื่มน้ำทับทิมขนาดวันละ 8 ออนซ์ หรือ 236.5 มล. (ประกอบด้วยสารกลุ่มโพลีฟีนอลได้แก่ punicalagins 368 มก. anthocyanins 93 มก. ellagic acid 29 มก. และ tannins 98 มก.) นานติ...

1255

ฤทธิ์ต้านเนื้องอกของน้ำมันจากเมล็ดน้อยหน่า
ฤทธิ์ต้านเนื้องอกของน้ำมันจากเมล็ดน้อยหน่าการวิเคราะห์ GC-MS เพื่อศึกษาองค์ประกอบในน้ำมันจากเมล็ดน้อยหน่าที่สกัดด้วยปิโตเลียมอีเทอร์ โดยวิธี soxhlet extraction พบว่าประกอบด้วยกรดไขมัน ได้แก่ palmitic acid (9.92%), linoleic acid (20.49%), oleic acid (56.50%) และ stearic acid (9.14%) เป็นต้น และสารกลุ่ม annonaceous acetogenins (41.00 มก./ก.) เมื่อนำน้ำมันจากเมล็ดน้อยหน่า ขนาด 0.5 และ 1 มล./กก. มาทดสอบฤทธิ์ในการต้านเนื้องอก โดยทดลองในหนูเม้าส์ที่เหนี่ยวนำให้เกิดเนื้องอกตับ (hepatoma cells) ชนิด H2...

17

ผลการยับยั้ง
ผลการยับยั้ง cAMP-phosphodiesterase ของสารกลุ่ม biflavones จากแปะก๊วย สารผสม biflavones จากแปะก๊วย (Ginkgo biloba Linn.) ของบริษัท Indena SpA มิลาน ประเทศอิตาลี แสดงผลยับยั้งเอนไซม์ cAMP-phosphodiesterase (cAMP-PDE) ที่แยกจากเนื้อเยื่อไขมันหนูขาว เมื่อเปรียบเทียบความแรงของสารเดี่ยวในกลุ่มเรียงลำดับ ความแรงจากมากไปน้อยเรียงลำดับดังนี้ อะเมนโตฟลาโวน (amentoflavone) > ไบโลเบติน(bilobetin) > เซสควอยฟลาโวน (sequoiaflavone) > กิงเกติน (ginkgetin)= ไอโซกิงเกติน(isoginkget...

105

ขี้เหล็กเทศป้องกันผลข้างเคียงของยารักษามะเร็ง
ขี้เหล็กเทศป้องกันผลข้างเคียงของยารักษามะเร็ง ผลข้างเคียงจากการใช้ยาไซโคลฟอสฟาไมด์ ( cyclophosphamide ) รักษามะเร็งเป็นเวลานาน คือ การกดภูมิคุ้มกันชนิดฮิวเมอราล (humoral immunity) เมื่อป้อนสารสกัดน้ำจากขี้เหล็กเทศ ( Cassia occidenta  L. ) แก่หนูถีบจักรขนาด 100 มก./กก.นน.ตัว ติดต่อกัน 14 วัน และฉีดไซโคลฟอสฟาไมด์ขนาด 50 มก./กก.นน.ตัว ทางช่องท้องในวันที่ 12 ของการทดลอง พบว่าสารสกัดมีผลป้องกันฤทธิ์ในการกดภูมิคุ้มกันชนิดฮิวมอลราลของไซโคลฟ...

853

สารสำคัญจากบอระเพ็ดกับภาวะเบาหวานในหนูเม้าส์
สารสำคัญจากบอระเพ็ดกับภาวะเบาหวานในหนูเม้าส์การทดสอบฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดของสาร borapetoside C ซึ่งแยกได้จากบอระเพ็ด โดยการฉีดสารดังกล่าวขนาด 5 มก./กก. เข้าทางช่องท้องของหนูเม้าส์ปกติที่ได้รับน้ำตาลกลูโคส 2 ก./กก. หนูเม้าส์ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 (T1DM) และหนูเม้าส์ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 (T2DM) เปรียบเทียบผลกับการฉีดอินซูลิน 0.5 IU/กก. พบว่าสาร borapetoside C สามารถเพิ่มระดับของไกโคเจนในกล้ามเนื้อลายของหนูกลุ่ม T2DM ได้ดี แต่เพิ่มได้น้อยในหนูกลุ่ม T1DM และเมื่อทดสอบฉีดสาร borapetoside C ในข...

164

สารยับยั้งการสังเคราะห์
สารยับยั้งการสังเคราะห์ melanin จากหม่อน สารสกัดจากหม่อนด้วย 85% methanol มีผลยับยั้งการสังเคราะห์ melanin โดยไปยับยั้ง tyrosinase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เปลี่ยน dopa ไปเป็น dopachrome ในกระบวนการสังเคราะห์ melanin mulberroside F หรือ morcin M-6, 3′-di-O-beta-D-glucopyranoside ซึ่งสกัดจากใบหม่อนมีฤทธิ์ดังกล่าว และยังยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระ แต่ฤทธิ์อ่อนกว่า Kojic acid ผลการทดลองนี้แสดงว่าสาร mulberroside อาจนำมาใช้ทำให้ขาวBiol Pharm Bull 2002;25(8):1045-8 ข้อมูลอ้างอิงจ...

1278

การศึกษาความเป็นพิษต่อตับของกรด
การศึกษาความเป็นพิษต่อตับของกรด ginkgolic จากแป๊ะก๊วยเมื่อป้อนหนูเม้าส์ด้วยกรด ginkgolic (C15:1) ที่แยกได้จากใบและเมล็ดของแป๊ะก๊วย ขนาด 25 และ 50 มคก./กก./วัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ เปรียบเทียบผลกับหนูในกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับกรด ginkgolic และตรวจวิเคราะห์ metabolomic profile ของเนื้อเยื่อตับและซีรัมดัวย 1H-NMR ร่วมกับการวิเคราะห์ทางชีวเคมี พบว่ากรด ginkgolic ทั้ง 2 ขนาด มีผลทำให้น้ำหนักตัวของหนูลดลง แต่ไม่มีผลต่อพฤติกรรม ลักษณะทางกายภาพ และไม่ทำให้ขนร่วง ระดับของเอนไซม์ aspartate aminotransferase ...

1437

ฤทธิ์ลดไขมันในเลือดของข้าวสาลี
ฤทธิ์ลดไขมันในเลือดของข้าวสาลีศึกษาฤทธิ์ลดไขมันในเลือดของข้าวสาลีในสตรีชาวเอเชียใต้วัยหมดประจำเดือนที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงจำนวน 59 คน โดยแบ่งอาสาสมัครออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทดลอง (จำนวน 29 คน) ให้รับประทานแคปซูลผงข้าวสาลีวันละ 3.5 กรัม นานติดต่อกัน 10 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มควบคุม (30 คน) ไม่ได้รับยาใดๆ ทำการเก็บตัวอย่างเลือดอาสาสมัครทั้ง 2 กลุ่มเพื่อตรวจวิเคราะห์ค่าไขมันในเลือดทั้งช่วงก่อนและหลังการทดลอง ผลจากการศึกษาพบว่า อาสาสมัครกลุ่มที่ได้รับแคปซูลผงข้าวสาลีมีค่าโคเลสเอตรอลรวม ลดลง 5.4%, LD...