Menu

ข่าวความเคลื่อนไหว ผลวิจัยจากการทดลอง ของ สมุนไพร ชนิดต่างๆ

สารสกัด ginsenosides จากโสมลดการสะสมไขมันในเซลล์ 3T3-L1 adipocytes

การศึกษาฤทธิ์ของสารสกัด ginsenosides ต่อการสะสมไขมันในเซลล์ 3T3-L1 adipocytes โดยย่อยสารสกัด ginsenosides ด้วยน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเทียมและน้ำย่อยลำไส้เทียม ในหลอดทดลอง โดยการการบ่มผงสกัดโสมขนาด 100 มิลลิกรัมกับน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารเทียมขนาด 10 มิลลิลิตร เป็นเวลา 2 ชั่วโมง และบ่มต่อด้วยน้ำย่อยจากลำไส้เทียมขนาด 10 มิลลิลิตร เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ตามลำดับ ที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส หลังการบ่มพบว่าสารสกัด ginsenosides ชนิดมีขั้ว ได้แก่ ginsenosides Rg1, Re, Rb1, Rc, Rb2, Rb3 และ Rd มีปริมาณลดลง และพบว่าสารสกัด ginsenosides ชนิดมีขั้วน้อย ได้แก่ Rh1, Rg2, Rg3, Rk1 และ Rg5 มีปริมาณเพิ่มขึ้น หลังจากนั้นทำการศึกษาฤทธิ์ของสารสกัด ginsenosides ทั้งชนิดมีขั้วและชนิดมีขั้วน้อยต่อเซลล์ 3T3-L1 adipocytes จากหนูเม้าส์ ในถาดหลุมเลี้ยงเซลล์ เป็นเวลา 6 วัน พบว่าสารสกัด ginsenosides ชนิดมีขั้วน้อยมีประสิทธิภาพสูงในการลดการสะสมไขมันในเซลล์ 3T3-L1 adipocytes นอกจากนี้เมื่อศึกษาฤทธิ์ของสารสกัด ginsenosides ชนิดมีขั้วน้อย Rg3, Rk1 และRg5 ต่อเซลล์ 3T3-L1 adipocytes พบว่าสารสกัด ginsenosides ชนิดมีขั้วน้อย Rg3 มีประสิทธิภาพสูงสุดในการลดการสะสมไขมันในเซลล์ 3T3-L1 adipocytes

จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าสารสกัด ginsenosides ชนิดมีขั้วน้อย Rg3 มีประสิทธิภาพในการลดการสะสมไขมันในเซลล์ adipocytes ดังนั้นจึงควรพัฒนาสารสกัด ginsenosides Rg3 ในการลดความอ้วน

Planta Med 2009;75:596-601

ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

1

2

3

4

5

6

บทความอื่นๆ

1372

ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของราสพ์เบอร์รีแดงในหนูเม้าส์ที่เป็นเบาหวานและมีภาวะอ้วน
ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของราสพ์เบอร์รีแดงในหนูเม้าส์ที่เป็นเบาหวานและมีภาวะอ้วนการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของราสพ์เบอร์รีแดง (Red raspberry; Rubus idaeus L.) โดยให้หนูเม้าส์ที่เป็นเบาหวานและมีภาวะอ้วน กินอาหารที่มีส่วนผสมของผงแห้งของผลราสพ์เบอร์รีแดง (freeze-dried raspberry) ร้อยละ 5.3 เป็นเวลานาน 8 สัปดาห์ พบว่าความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระภายในร่างกายดีขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม และมีระดับ interleukin (IL)-6 ซึ่งเป็นสารก่อการอักเสบในเลือดต่ำกว่ากลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับราสพ์เบอร์รีแดง นอกจากนี้...

1046

การศึกษาความเป็นพิษของแปะก๊วยต่อระบบสืบพันธุ์และการพัฒนาตัวอ่อนในครรภ์
การศึกษาความเป็นพิษของแปะก๊วยต่อระบบสืบพันธุ์และการพัฒนาตัวอ่อนในครรภ์การศึกษาความเป็นพิษของสารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย EGb 761® (Ginkgo biloba L.) ในหนูเม้าส์ที่ตั้งครรภ์ โดยป้อนสารสกัดจากแปะก๊วย EGb 761® ขนาด 100, 350 และ 1,225 มก./กก./วัน ให้หนูเม้าส์ระหว่างวันที่ 6 - 15 ของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นช่วงพัฒนาอวัยวะของตัวอ่อนในครรภ์ (organogenesis) แล้วทำการผ่าพิสูจน์ตัวอ่อนในครรภ์ในวันที่ 17 ของการทดลอง ผลการผ่าพิสูจน์ภายนอกและภายใน รวมทั้งการศึกษาโครงกระดูกและเนื้อเยื่อของตัวอ่อน ไม่พบความผิดป...

267

สาร
สาร Steroidal saponins จากหญ้าต้อมต๊อก มีการทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์ของสาร steroidal saponins จากหญ้าต้อมต๊อก ได้แก่ solanigrosides C-H และ degalactotigonin โดยทดสอบกับเซลล์มะเร็ง 4 ชนิด คือ Hep G2, NCI-H480, MCF-7 และ SF-268 พบว่ามีเพียงสาร degalactotigonin ที่มีฤทธิ์ โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 0.25, 4.99, 1.57 และ 3.19 ไมโครโมล ตามลำดับ J Nat prod 2006;69:1158-63 ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล...

986

การศึกษาความเป็นพิษของตำรับยาจันทน์ลีลา
การศึกษาความเป็นพิษของตำรับยาจันทน์ลีลาการศึกษาความเป็นพิษทั้งแบบเฉียบพลันและกึ่งเรื้อรังของตำรับยาแก้ไข้จันทน์ลีลาในหนูแรท โดย ป้อนสารสกัด 95% เอทานอลจากตำรับยาจันทน์ลีลา ขนาด 5,000 มก./กก. น้ำหนักตัว แบบครั้งเดียว พบว่าไม่ก่อให้เกิความเป็นพิษแก่สัตว์ทดลอง ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือทำให้หนูตาย และไม่ก่อให้เกิดความผิดปกติของอวัยวะภายใน เมื่อทำการทดสอบความเป็นพิษกึ่งเรื้อรัง โดยป้อนสารสกัดจันทน์ลีลาขนาด 600, 1,200 และ 2,400 มก./กก. ต่อเนื่องกัน 90 วัน พบว่าสารสกัดจันทน์ลีลาทุกขนาดไม่ก่อให้เกิ...

1014

ฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสี
ฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสี (melanin) ของหญ้าเกล็ดปลาการศึกษาฤทธิ์ของสารยูปาโฟลิน (eupafolin) ฟลาโวนอยด์ที่แยกได้จากต้นหญ้าเกล็ดปลา (Phyla nodiflora (L.) Greene) ในการยับยั้งการสร้างเม็ดสี (melanin) ซึ่งมีสาเหตุมาจากการมีเอนไซม์ไทโรซิเนสที่เป็นเอนไซม์สำคัญในการกระตุ้นการสังเคราะห์เม็ดสีมากเกินไป โดยทำการทดสอบในเซลล์มะเร็งผิวหนัง (melanoma) B16F10 ของหนูเม้าส์ ให้สารยูปาโฟลินความเข้มข้น 0.01, 0.1, 1 และ 10 ไมโครโมลาร์ แก่เซลล์มะเร็ง ทดสอบวัดปริมาณเม็ดสี การทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส และระดับโปรตีนท...

132

Zeaxanthin
Zeaxanthin Dipalmitate จากผลเกาจีฉ่ายลดการเหนี่ยวนำให้เกิด fibrosis ในตับหนูขาว Zeaxanthin Dipalmitate (ZD) เป็นแคโรทีนอยด์จากผลเกาจีฉ่าย ลดการแพร่กระจายของเส้นใยที่ผิดปกติและการสร้างคอลลาเจนในหลอดทดลอง การทดลองใช้ ZD ดูผลจากการลดความรุนแรงในการเกิด fibrosis ที่ผิดปกติใน model ตับของสัตว์ทดลอง fibrosis ในตับถูกเหนี่ยวนำโดย bile duct ligation/scission (BDL) 6 สัปดาห์ รักษา BDL ของหนูขาวโดยให้ ZD 25 mg/kg น้ำหนักตัว พบว่าสามารถลด aspartate transminase (p...

763

โสมกับฤทธิ์ปกป้องหัวใจ
โสมกับฤทธิ์ปกป้องหัวใจการศึกษาฤทธิ์การปกป้องหัวใจของสารสกัดจากโสม (Panax ginseng C.A. Meyer) ในหนูแรท ที่ถูกเหนี่ยวนำให้มีกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โดยการผูกหลอดเลือดหัวใจที่ไปเลี้ยงหัวใจห้องล่างซ้ายด้านหน้าเป็นเวลา 30 นาทีแล้วคายที่ผูกออก ซึ่งหนูแรทจะได้รับการป้อนสารสกัดจากโสม ขนาด 20, 40 และ 80 มก./กก. ก่อนผูกหลอดเลือด 60 นาที ผลการศึกษาพบว่า ในหนูกลุ่มที่ผูกหลอดเลือดหัวใจโดยไม่ได้รับสารสกัด จะมีกล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจเต้นผิดปกติ มีระดับ Creatine-kinase MB และ Lactate dehydrogenase (LDH) ใ...

1418

ผลของการรับประทานสาร
ผลของการรับประทานสาร theaflavin ต่อน้ำหนักตัว ไขมัน และกล้ามเนื้อในอาสาสมัครสุขภาพดีจากการศึกษาทางคลินิกแบบสุ่ม ปกปิดสองทาง และมีกลุ่มควบคุมเป็นยาหลอก (a randomized, double-blind, placebo-controlled study) เพื่อศึกษาผลของการรับประทานสารสีแดงกลุ่ม theaflavin ซึ่งจัดเป็นสารในกลุ่มโพลีฟีนอล (polyphenols) ที่พบในชาดำ (black tea) ต่อน้ำหนักตัว ไขมัน และกล้ามเนื้อ ในอาสาสมัครสุขภาพดีทั้งเพศชายและเพศหญิงชาวญี่ปุ่น จำนวน 30 คน โดยอาสาสมัครจะถูกแบ่งเป็น 4 กลุ่มและสุ่มให้ได้รับสารกลุ่ม theaflavin ขนาด 50 ...

1527

สารเคอร์คูมินและวิตามินอีช่วยลดอาการร้อนวูบวาบในผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน
สารเคอร์คูมินและวิตามินอีช่วยลดอาการร้อนวูบวาบในผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือนการศึกษาแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม ปกปิดสามทาง (triple-blind randomized controlled clinical trial) ในอาสาสมัครผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน จำนวน 93 คน อายุเฉลี่ย 51.7 ปี โดยสุ่มแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ได้รับแคปซูลสารสกัดเคอร์คูมิน ขนาด 500 มก. กลุ่มที่ 2 ได้รับยาเม็ดวิตามินอี ขนาด 200 หน่วยสากล และกลุ่มที่ 3 ได้รับยาหลอก รับประทานวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 8 สัปดาห์ อาสาสมัครจะได้รับการประเมินอาการร้อนวูบวาบ และอาการที่เก...