Menu

ข่าวความเคลื่อนไหว ผลวิจัยจากการทดลอง ของ สมุนไพร ชนิดต่างๆ

การศึกษาเปรียบเทียบสารสำคัญและฤทธิ์การนำกลูโคสเข้าสู่เซลล์ของแคลลัสและสารสกัดใบรางจืด

การศึกษาเปรียบเทียบสารสำคัญและฤทธิ์การนำกลูโคสเข้าสู่เซลล์ (glucose uptake) ของสารสกัดเมทานอลจากแคลลัสเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (callus culture) ของใบรางจืด (Thunbergia laurifolia Lindl.) และสารสกัดใบรางจืดด้วยน้ำเดือด เมทานอล และ 80% เมทานอล ทำการศึกษาฤทธิ์กระตุ้นการนำกลูโคสเข้าสู่เซลล์ ด้วยการบ่มเซลล์กล้ามเนื้อของหนูแรท (rat skeleton muscle: L6 cell) ร่วมกับสารสกัดจากใบรางจืด ความเข้มข้น 100-400 มคก./มล. เป็นเวลา 24 ชม. ผลพบว่าสารสกัดเมทานอลจากแคลลัสรางจืดมีฤทธิ์ดีที่สุดในการกระตุ้นการนำกลูโคสเข้าสู่เซลล์ โดยชักนำกลูโคสเข้าสู่เซลล์เพิ่มขึ้น 28.25-58.27% และมีผลเพิ่มการแสดงออกของ AMPK-α2 และ GLUT4 mRNA ได้ตามขนาดของสารสกัดที่ได้รับ รองลงมาคือสารสกัดเมทานอลจากใบรางจืด สารสกัด 80% เมทานอล และสารสกัดน้ำเดือดจากใบ ตามลำดับ สอดคล้องจากผลการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีด้วยวิธี HPLC ที่พบว่าสารสกัดเมทานอลจากแคลลัสมีปริมาณสารสำคัญในกลุ่มกรดฟีนอลลิก (caffeic acid, rosmarinic acid) และสารฟลาโวนอยด์ (rutin, apigenin) มากที่สุด โดยเฉพาะสาร rosmarinic acid พบถึง 11.50 มก./ก. น้ำหนักแห้ง ซึ่งสูงกว่าสารสกัดเมทานอลจากใบถึง 96 เท่า และไม่พบสารนี้ในสกัดจากน้ำเดือด การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าแคลลัสที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมีปริมาณสารสำคัญที่มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลมากกว่าใบรางจืดที่พบตามธรรมชาติ

J Food Process Preserv. 2021;45:e15434.

ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

1

2

3

4

5

6

บทความอื่นๆ

1328

ผลของกระชายดำต่อสมรรถภาพทางเพศของหนูเพศผู้ที่เป็นเบาหวาน
ผลของกระชายดำต่อสมรรถภาพทางเพศของหนูเพศผู้ที่เป็นเบาหวานเมื่อป้อนหนูแรทเพศผู้ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวานด้วยผงเหง้ากระชายดำ (Kaempferia parviflora) ขนาด 140 280 และ 420 มก./กก. วันละครั้ง เป็นเวลา 6 สัปดาห์ พบว่ากระชายดำไม่มีผลต่อน้ำหนักตัว ระดับน้ำตาลในเลือด และการกินอาหารของหนูที่เป็นเบาหวาน แต่มีผลเพิ่มน้ำหนักของอวัยวะสืบพันธุ์ ได้แก่ อัณฑะ ท่อเก็บเชื้ออสุจิ (epididymis) และต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ (seminal vesicle) กระชายดำที่ขนาด 420 มก./กก. มีผลเพิ่มความหนาแน่นของอสุจิ แต่ไม่มีผลต่อการเคล...

706

ผลของฟ้าทะลายโจร
ผลของฟ้าทะลายโจร บัวบก และหญ้าหนวดแมว ต่อ cytochrome P450 2C19 (CYP2C19)การศึกษาอัตรกิริยาของฟ้าทะลายโจร (Andrographis paniculata  ; AP), บัวบก (Centella asiatica  ; CA) และหญ้าหนวดแมว (Orthosiphon stamineus  ; OS) โดยใช้ human cytochrome P450 2C19 (CYP2C19) ซึ่งเป็น hepatic CYP isoform หลักที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการการออกฤทธิ์และการกำจัดยาหลายๆ ชนิดที่เข้าสู่ร่างกาย พบว่าสารสกัดเอทานอลของ AP และสารสกัดไดคลอโรมีเทนของ CA มีฤทธิ์ยับยั้ง CYP2C19 แบบ mixed type inhibition ในขณะที่สารส...

1263

ฤทธิ์ปรับปรุงสภาพผิวของว่านหางจระเข้
ฤทธิ์ปรับปรุงสภาพผิวของว่านหางจระเข้การศึกษาทางคลินิกแบบ randomized, double-blind, placebo-controlled ในอาสาสมัครผู้หญิงสุขภาพดีจำนวน 64 คน อายุ 30-59 ปี โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มที่ให้รับประทานโยเกิร์ตที่มีส่วนผสมของสารสเตอรอล (sterol) จากวุ้นว่านหางจระเข้ (Aloe vera (L.) Burm.f.) 40 มคก. ต่อ 100 กรัม ทุกวัน เป็นเวลา 12 สัปดาห์ เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม จากการประเมินลักษณะของผิวหนังบริเวณปลายแขนพบว่ากลุ่มที่รับประทานโยเกิร์ตผสมสารสเตอรอลมีผลในการเพิ่มความชุ่มชื้นของผิว (skin moisture) ลดการสูญเสียน้...

239

เมล็ดอัลมอนด์ลดไขมันในเลือด
เมล็ดอัลมอนด์ลดไขมันในเลือด การศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงระดับกลาง โดยแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ให้รับประทานอาหารสูตรมาตรฐานสำหรับผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูง กลุ่มที่ 2 ให้อาหารสูตรเดียวกันแต่มีผงอัลมอนด์ผสมด้วยในขนาด 25 ก./วัน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มที่ได้รับอัลมอนด์ในผู้ป่วยไขมันในเลือดสูงทั้งชาย และหญิง 30 คน ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดรวมลดลงอยู่ในช่วง 8ฑ27 มก./ดล. และระดับของคอเลสเตอรอลชนิด LDL ลดลงอยู่ในช่วง 9ฑ29 มก./ดล. ในขณะที่กลุ่มไม่ได้รั...

1291

คุณค่าทางอาหารของปลีกล้วยต่อการยับยั้งภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
คุณค่าทางอาหารของปลีกล้วยต่อการยับยั้งภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจการศึกษาคุณค่าทางอาหารของปลีกล้วยและกลไกต่างๆ ในการยับยั้งเบาหวานชนิดที่ 2 พบว่าปลีกล้วย (Musa paradisiaca) อุดมไปด้วยใยอาหารชนิดละลายน้ำร้อยละ 12.45 และใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำร้อยละ 53.31 ตามลำดับ ซึ่งใยอาหารชนิดละลายน้ำได้สามารถดูดซับกลูโคสและคอเลสเตอรอลไว้กับตัว สารสกัดเอธิลอะซิเตทและเมทานอลของปลีกล้วยประกอบด้วยสารกลุ่มโพลีฟีนอล สารสกัดเมทานอลยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ จากการทดสอบ ABTS Assay แสดงค่า IC50 เท่าก...

1315

ผลของการรับประทานอัลมอนด์ต่อระดับกรดยูริกในผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด
ผลของการรับประทานอัลมอนด์ต่อระดับกรดยูริกในผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดการศึกษาแบบสุ่มในผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดจำนวน 150 คน แบ่งผู้ป่วยออกเป็น 3 กลุ่มๆ ละ 50 คน กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับอัลมอนด์ กลุ่มที่ 2 ให้รับประทานเมล็ดอัลมอนด์จากปากีสถาน กลุ่มที่ 3 ให้รับประทานเมล็ดอัลมอนด์จากอเมริกา ขนาด 10 กรัม/วัน โดยนำเมล็ดอัลมอนด์แช่น้ำ 1 คืน แล้วนำมารับประทานก่อนอาหารเช้าทุกวัน นาน 12 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มที่รับประทานเมล็ดอัลมอนด์ระดับกรดยูริก ลดลง โดยในสัปดาห์ที่ 6 ของการศึกษา กลุ่มที่ไ...

404

ผลของ
ผลของ isoflavones จากถั่วเหลืองในการเพิ่มการหลั่งอินซูลินและป้องกันการเกิดต้อกระจกในหนูที่เป็นเบาหวานเมื่อให้หนูขาวซึ่งถูกเหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวานด้วย streptozotocin กินอาหารที่เสริมด้วยโปรตีนจากถั่วเหลืองซึ่งมี isoflavones ต่ำและสูง เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่กินอาหารเสริมด้วย casein พบว่าหนูกลุ่มที่กินอาหารที่เสริมด้วยโปรตีนจากถั่วเหลืองซึ่งมี isoflavones สูง จะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ระดับอินซูลิน glutathione และ HDL-cholesterol ในเลือดเพิ่มขึ้น แต่ระดับของ glucose และ methylglyoxal ในเลือดจะล...

785

สารสกัดจากกระชายดำปกป้องหัวใจ
สารสกัดจากกระชายดำปกป้องหัวใจการศึกษาผลของสารสกัดจากกระชายดำที่สกัดด้วยเอทานอลต่อการทำงานของหลอดเลือดแดงใหญ่และหัวใจหนูแรทที่แยกจากตัวสัตว์ทดลอง พบว่าสารสกัดจากกระชายดำ ขนาด 10-6-10-3 มคก./มล. ทำให้หลอดเลือดแดงใหญ่ขยายตัว โดยการคลายตัวของหลอดเลือดเปลี่ยนแปลงตามความเข้มข้นของสารสกัดที่เพิ่มขึ้น การศึกษากลไกของสารสกัดจากกระชายดำต่อการขยายตัวของหลอดเลือดแดง พบว่าสารสกัดจากกระชายดำออกฤทธิ์ต่อเซลล์เอนโดทีเลียม (endothelium) โดยกระตุ้นการทำงานของ guanylate cyclase และ nitric oxide syntase (NOS) แต่ไม่...

1171

ฤทธิ์ต้านอาการไอของสารโพลีแซคคาไรด์จากเหง้าขิง
ฤทธิ์ต้านอาการไอของสารโพลีแซคคาไรด์จากเหง้าขิงการทดสอบฤทธิ์ต้านอาการไอของสารโพลีแซคคาไรด์ที่แยกได้จากสารสกัดน้ำร้อนของเหง้าขิง (water extracted polysaccharides; WEP) ในหนูตะเภา (guinea pig) โดยการให้หนูที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดการไอด้วยกรดซิตริก กินสาร WEP ในขนาด 25 และ 50 มก./นน.ตัว 1 กก. พบว่าสาร WEP ทั้ง 2 ขนาด สามารถลดจำนวนครั้งการไอของหนูได้ โดยไม่ทำให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองของกล้ามเนื้อเรียบบริเวณทางเดินหายใจ ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ในการนำมาพัฒนาเป็นยาแก้ไอชนิดที่ไม่ก่อให้เกิดอาการเสพติดได้ และจา...