Menu

ข่าวความเคลื่อนไหว ผลวิจัยจากการทดลอง ของ สมุนไพร ชนิดต่างๆ

การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของวิตามินอีและน้ำมันเมล็ดลินินในการบรรเทาความผิดปกติของเต้านม

การศึกษาทางคลินิกแบบปกปิดสองทางและมีการสุ่ม (randomized, double-blind clinical trial) เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของวิตามินอีและน้ำมันเมล็ดลินิน (Linum usitatissimium) ในการบรรเทาความผิดปกติของเต้านม ในผู้ป่วยเพศหญิงอายุ 20-50 ปี จำนวน 100 คน ที่มีอาการปวดเต้านม (mastalgia) ในระดับปานกลางถึงรุนแรง (ค่าระดับความปวดซึ่งวัดด้วย visual analog scale (VAS) มากกว่า 4) ร่วมกับการมีก้อนหรือถุงน้ำขนาดเล็กในเต้านม (breast fibrocystic and nodularity) โดยสุ่มแยกผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 จะได้รับวิตามินอีขนาด 200 IU วันละ 2 ครั้ง และกลุ่มที่ 2 จะได้รับน้ำมันเมล็ดลินินขนาด 1,000 มก. (ประกอบด้วย α-linolenic acid 350 มก.) วันละ 2 ครั้ง โดยจะรับประทานหลังอาหาร ทำการทดสอบนาน 2 เดือน โดยประเมินความปวดด้วย Cardiff chart และ VAS ทุก 2 สัปดาห์ และประเมินการกระจายตัวของก้อนในเต้านมด้วย Lucknow-Cardiff scale ที่ระยะเวลา 0, 1, และ 2 เดือน พบว่า ผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มมีความปวดลดลง โดยค่าเฉลี่ยความปวดไม่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ความปวดในช่วงที่มีรอบเดือนทั้ง 4 ระยะคือ menstruation phase, follicular phase, สัปดาห์แรกของ luteal phase, และสัปดาห์ที่ 2 ของ luteal phase ของผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มไม่แตกต่างกัน การกระจายตัวของก้อนในเต้านม (breast nodularity) ของผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มลดลง และให้ผลไม่แตกต่างกัน การติดตามอาการอันไม่พึงประสงค์หรืออาการข้างเคียงจากการใช้พบว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ (86%) ไม่เกิดความผิดปกติใดๆ แต่มีการรายงานว่าผู้ป่วยกลุ่มละ 5 คน เกิดภาวะประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ผู้ป่วย 3 คน เกิดอาการแพ้เล็กน้อย และผู้ป่วย 1 คน เกิดอาการคลื่นไส้และท้องเสีย จากผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า วิตามินอีและน้ำมันเมล็ดลินินสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดเต้านมและลดการกระจายตัวของก้อนในเต้านมได้ โดยการใช้ในขนาดและระยะเวลาดังกล่าว วิตามินอีและน้ำมันเมล็ดลินินมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยไม่แตกต่างกัน

J Pharm Health Care Sci. 2021;7:4

ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

1

2

3

4

5

6

บทความอื่นๆ

186

ฤทธิ์ต้านตับอักเสบของว่านพร้าว
ฤทธิ์ต้านตับอักเสบของว่านพร้าว Curculigenin A และ Curculigol เป็น steroid ซึ่งสกัดแยกได้จากหัวว่านพร้าว มีฤทธิ์ต้านตับอักเสบที่เกิดจาก thioacetamide และ galactosamine ฤทธิ์จะขึ้นอยู่กับขนาดที่ให้ โดย Curculigenin A ในขนาด 100 และ 1000 mcg/ml ให้ผลต้าน galactosamine แต่ทั้ง 2 ชนิด ในขนาด 10, 100, 1000 mcg/ml สามารถต้านฤทธิ์ตับอักเสบ Indian Drugs 1997;34(2):68-71. ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิ...

1377

น้ำมันคาร์โมมายด์ช่วยบรรเทาอาการของโรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือในผู้ป่วยระดับอ่อนและปานกลาง
น้ำมันคาร์โมมายด์ช่วยบรรเทาอาการของโรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือในผู้ป่วยระดับอ่อนและปานกลางการศึกษาฤทธิ์ของน้ำมันคาร์โมมายด์ที่ได้จากการต้มและสกัดน้ำมันจากดอกคาร์โมมายด์เยอรมัน (German chamomile, Matricaria chamomilla L. วงศ์ Asteraceae) ด้วยน้ำมันงา ต่อภาวะภาวะเส้นประสาท Median ถูกกดทับในอุโมงค์ข้อมือ (carpal tunnel syndrome: CTS) โดยใช้การศึกษาคลินิกแบบ randomized double-blind placebo-controlled trial ในผู้ป่วย CTS ระดับอ่อนและปานกลาง จำนวน 86 คน แบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับการทาน้ำมันดอกคาร์โม...

1609

ผลของชาใบรางจืดต่อความสมดุลของกลูโคสในร่างกายของอาสาสมัครสุขภาพดี
ผลของชาใบรางจืดต่อความสมดุลของกลูโคสในร่างกายของอาสาสมัครสุขภาพดีการศึกษาผลต่อสมดุลของกลูโคส (glucose homeostasis) ในร่างกาย และความปลอดภัยในการใช้ของชาใบรางจืดในอาสาสมัครสุขภาพดี จำนวน 20 คน อายุ 20-60 ปี โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ให้อาสาสมัคร จำนวน 10 คน ดื่มชาใบรางจืด ขนาด 9 ก./วัน เป็นเวลา 2 สัปดาห์ (ชา 1 ถุง ประกอบด้วยผงใบรางจืด 1 ก.) หลังจากนั้นให้อาสาสมัครอีก 10 คนที่เหลือ ดื่มชาใบรางจืด ขนาด 12 ก./วัน เป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยดื่มวันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร พบว่าการดื่มชาใบรางจืดทั้ง ...

1137

ฤทธิ์ปกป้องสมองของกรดคลอโรจีนิกจากเมล็ดกาแฟ
ฤทธิ์ปกป้องสมองของกรดคลอโรจีนิกจากเมล็ดกาแฟการศึกษาฤทธิ์ปกป้องสมองของกรดคลอโรจีนิก (chlorogenic acid; CGA) ซึ่งเป็นสารในกลุ่มโพลีฟีนอล (polyphenol) ที่แยกได้จากเมล็ดกาแฟ ในเซลล์ประสาท (cortical neurons) ของหนูเม้าส์ ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดพิษด้วยกรดแอล-กลูตามิก (L-glutamic acid) ขนาด 300 ไมโครโมลาร์ โดยให้สาร CGA ในขนาด 10 ไมโครโมลาร์ หลังการเพาะเลี้ยงเซลล์ร่วมกับสารทดสอบเป็นเวลา 16 ชั่วโมง พบว่าสาร CGA สามารถปกป้องเซลล์ประสาทจากการถูกทำลายด้วยกรดแอล-กลูตามิก ด้วยกลไกในการยับยั้งการปลดปล่อยสารกลู...

569

การดื่มกาแฟเป็นระยะเวลานานกับการเกิด
การดื่มกาแฟเป็นระยะเวลานานกับการเกิด metabolic syndromeการศึกษาทางคลินิกแบบ Prospective study เพื่อศึกษาผลของการดื่มกาแฟเป็นระยะนานต่อการเกิดอาการ metabolic syndrome (กลุ่มอาการของผู้ที่มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับขบวนการเผาผลาญอาหารในร่างกาย) ในอาสาสมัครจำนวน 283 คน อายุเฉลี่ย 42 ปี โดยทำการสำรวจระหว่างปี 1976-2006 (30-year follow up) พบว่าเฉพาะผู้หญิงที่ดื่มกาแฟมากกว่า 2 แก้วต่อวัน จะมีปริมาณ High Density Lipoprotein (HDL) ลดลง ซึ่งไม่พบในผู้ชาย การลดลงของ HDL อาจเป็นปัจจัยหนึ่งของการเกิดอาการ meta...

848

ผลของการรับประทานผลไม้ตระกูลเบอรรี่ต่อระดับน้ำตาลหลังอาหาร
ผลของการรับประทานผลไม้ตระกูลเบอรรี่ต่อระดับน้ำตาลหลังอาหาร ระดับอินซูลิน และฮอร์โมน GLP-1 ในคนสุขภาพดีการศึกษาในผู้ที่มีสุขภาพดีจำนวน 12 คน โดยทุกคนจะได้รับประทานอาหาร 2 สูตร (มีระยะเวลาห่างกัน 5 วัน) สูตรที่ 1 ให้รับประทานผลไม้ตระกูลเบอรรี่บดละเอียด เช่น บิลเบอรรี่ แบลคเคอเร้นท์ แครนเบอรรี่ และสตรอเบอรรี่ 150 กรัม ร่วมกับซูโครส 35 กรัม สูตรที่ 2 จะเป็นอาหารสูตรควบคุมซึ่งเป็นคาร์ไฮเดรทผสมน้ำ และกลูโคสในปริมาณเท่ากันกับอาหารสูตรที่ 1 และเจาะเลือดที่ปลายนิ้ว และเส้นเลือดดำก่อนที่จะรับประทาน...

1259

ฤทธิ์ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุนของหอมใหญ่
ฤทธิ์ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุนของหอมใหญ่การศึกษาผลของน้ำคั้นหอมใหญ่ (Allium cepa Linn.; yellow onion) ต่อการปรับปรุงมวลกระดูกโดยกลไกการต้านอนุมูลอิสระในมนุษย์ และฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของออสทิโอคลาสต์ (osteoclast) ในเซลล์ โดยศึกษาทางคลินิกในอาสาสมัครวัยกลางคนทั้งเพศหญิงและชายอายุ 40-80 ปี จำนวน 24 คน โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มที่ได้รับน้ำคั้นหอมใหญ่ ปริมาณ 100 มล./วัน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม ผลการทดสอบพบว่ากลุ่มที่ได้รับน้ำคั้นหอมใหญ่มีผลลดระดับเอนไซม์ alkaline phosphata...

1420

ฤทธิ์บรรเทาอาการท้องผูกของอาหารข้นจากกล้วยดิบ
ฤทธิ์บรรเทาอาการท้องผูกของอาหารข้นจากกล้วยดิบการศึกษาฤทธิ์บรรเทาอาการท้องผูกของกล้วยดิบ (green dwarf banana, Musa spp. AAA.) ในเด็กที่มีปัญหาท้องผูก จำนวน 80 คน แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ 1 ได้รับอาหารข้นจากกล้วยดิบ (green banana biomass)* ขนาด 30 ก./วัน กลุ่มที่ 2 ได้รับอาหารข้นจากกล้วยดิบร่วมกับ Polyethylene glycol 3350 (PEG3350) กลุ่มที่ 3 ได้รับอาหารข้นจากกล้วยดิบ ร่วมกับยารักษาอาการท้องผูก sodium picosulfate กลุ่มที่ 4 ได้รับ PEG3350 เพียงอย่างเดียว และกลุ่มที่ 5 ได้รับยา sodium picosu...

854

การรับประทานน้ำองุ่นช่วยให้การรับรู้ทางด้านประสาทดีขึ้นในผู้สูงอายุ
การรับประทานน้ำองุ่นช่วยให้การรับรู้ทางด้านประสาทดีขึ้นในผู้สูงอายุการศึกษาในผู้สูงอายุทั้งชายและหญิงที่มีข้อบกพร่องด้านการรับรู้เล็กน้อย จำนวน 21 คน อายุเฉลี่ย 76.9 ± 6.1 ปี โดยแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ให้รับประทานน้ำองุ่นขนาด 6.3 - 7.8 ซีซี/กก. น้ำหนักตัว กลุมที่ 2 ให้รับประทานยาหลอกที่เป็นอาหารเสริม นาน 16 สัปดาห์ จากนั้นวัดความสามารถของสมองด้านความจำ ด้วยแบบทดสอบ CVLT (California Verbal Learning Test-II) และวัดการรับรู้ของสมองด้วยวิธี Brain imaging พบว่ากลุ่มที...