Menu

ข่าวความเคลื่อนไหว ผลวิจัยจากการทดลอง ของ สมุนไพร ชนิดต่างๆ

ฤทธิ์ต้านการอักเสบและปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ของสารโพลีแซคคาไรด์จากกระเทียม

การศึกษาฤทธิ์ต้านการอักเสบและช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ของสารโพลีแซคคาไรด์ชนิดละลายน้ำ (water-soluble garlic polysaccharide; WSGP) ที่แยกได้จากกระเทียม (Allium sativum L.) ในหนูเม้าส์ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะลำไส้ใหญ่อักเสบ (colitis) ด้วยสาร dextran sodium sulfate (DSS) โดยแบ่งหนูเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละ 8 ตัว กลุ่มที่ 1 เป็นหนูปกติได้รับน้ำเปล่า, กลุ่มที่ 2 ได้รับ DSS, กลุ่มที่ 3 ได้รับ WSGP 200 มก./กก./วัน, กลุ่มที่ 4 ได้รับ DSS ร่วมกับ WSGP 200 มก./กก./วัน, และกลุ่มที่ 5 ได้รับ DSS ร่วมกับ WSGP 400 มก./กก./วัน ทำการศึกษานาน 14 วัน ผลการศึกษาพบว่า (1) หนูกลุ่มที่ได้รับ WSGP มีการกินอาหารเพิ่มขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และลำไส้ใหญ่มีความยาวเพิ่มขึ้น ค่าดัชนีความรุนแรงของโรค (disease activity index) และคะแนนของการเกิดการอักเสบในชิ้นเนื้อของลำไส้ใหญ่ (histological score of colitic) มีค่าลดลง (2) WSGP มีผลทำให้เนื้อเยื่อของลำไส้ใหญ่ถูกทำลายลดลงและช่วยยับยั้งสารก่อการอักเสบชนิด interleukin 6, interleukin 1β, และ tumor necrosis factor α (3) WSGP เพิ่มการสร้าง short-chain fatty acids และทำให้สมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ดีขึ้น โดยมีผลต่อแบคทีเรียในกลุ่ม Muribaculaceae, Lachnospiraceae, Lachnospiraceae_NK4A136_group, Mucispirillum, Helicobacter, Ruminococcus_1, และ Ruminiclostridium_5 ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (inflammatory bowel disease; IBD) แสดงให้เห็นว่าสารโพลีแซคคาไรด์ชนิดละลายน้ำที่แยกได้จากกระเทียม สามารถบรรเทาภาวะลำไส้ใหญ่อักเสบจากการเหนี่ยวนำด้วย DSS ได้ โดยออกฤทธิ์ปกป้องเนื้อเยื่อ ยับยั้งสารก่อการอักเสบ และช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้

J Agric Food Chem. 2020;68:12295-309.

ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

1

2

3

4

5

6

บทความอื่นๆ

909

ฤทธิ์ลดอาการมึนเมาของขมิ้นอ้อย
ฤทธิ์ลดอาการมึนเมาของขมิ้นอ้อยศึกษาฤทธิ์ลดอาการมึนเมาจากสารสกัดของขมิ้นอ้อย โดยทดลองป้อนสารสกัดขมิ้นอ้อย 5 ชนิดให้แก่หนูเม้าส์ผ่านทางหลอดสวนกระเพาะ ได้แก่ สารสกัด 30% เอทานอล (ขนาด 500 และ 1,000 มก./กก.) ส่วนสกัดของขมิ้นอ้อยที่ละลายในเฮกเซน (n-hexane) (ขนาด 100 และ 300 มก./กก.) ส่วนสกัดของขมิ้นอ้อยที่ละลายใน เมทานอล (ขนาด 150 และ 450 มก./กก.) ส่วนสกัดของขมิ้นอ้อยที่ไม่ละลายในเมทานอล (ขนาด 250 และ 500 มก./กก.) และสารสำคัญ curcumenone ที่สกัดแยกได้จากส่วนสกัดของขมิ้นอ้อยที่ละลายในเฮกเซน โดยวิ...

739

ผลต่อการเพิ่มภูมิต้านทานของสารสกัดจากใบกะเพราในอาสาสมัครที่มีสุขภาพดี
ผลต่อการเพิ่มภูมิต้านทานของสารสกัดจากใบกะเพราในอาสาสมัครที่มีสุขภาพดีการศึกษาแบบข้ามกลุ่มแบบอำพรางทั้งสองฝ่าย (double blind crossover) ในอาสาสมัครที่มีสุขภาพดี จำนวน 22 คน อายุระหว่าง 18 - 60 ปี แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่1 รับประทานสารสกัด 70% เอทานอลของใบกะเพราชนิดแคปซูล ขนาด 300 มก./วัน ในขณะท้องว่าง นาน 4 สัปดาห์ กลุ่มที่ 2 รับประทานยาหลอกซึ่งเป็นน้ำเชื่อมที่มีลักษณะและขนาดเท่ากัน จากนั้นทำการสลับกลุ่มโดยมีช่วงหยุดพัก 3 สัปดาห์ หลังสิ้นสุดการศึกษาพบว่ากลุ่มที่ได้รับสารสกัดเอทานอลของใบกะ...

521

ผลของ
ผลของ 2,3,4',5-tetrahydroxystilbene 2-O-β-D-glucoside ต่อผนังหลอดเลือดที่ผิดปกติในหนูที่กินอาหารที่ทำให้เกิดคอเลสเตอรอลเกาะที่ผนังหลอดเลือดทำการศึกษาในหนูแรท 60 ตัว โดยแบ่งหนูออกเป็น 6 กลุ่มๆ ละ 10 ตัว กลุ่มที่ 1เป็นกลุ่มควบคุมให้กินอาหารปกติ กลุ่มที่เหลือทั้งหมด (กลุ่มที่ 2-6) ให้กินอาหารที่ทำให้เกิดคอเลสเตอรอลเกาะที่ผนังหลอดเลือด (atherogenic diet, ATH) ซึ่งประกอบด้วย คอเลสเตอรอล 2%, 0.5% cholate, 0.2% thyracil, 10% animal oil, น้ำตาล 5% และอาหาร 82.3% กลุ่มที่ 3-5 ให้กินอาหาร atherog...

343

ขิงป้องกันพิษต่อไต
ขิงป้องกันพิษต่อไตเมื่อป้อนสารสกัดด้วย 70% เอทานอลจากเหง้าขิง ขนาด 250 และ 500 มก./กก. หรือขนาด 250 มก./กก. ร่วมกับวิตามินอี 250 มก./กก. หรือวิตามินอี 250 มก./กก. ให้หนูถีบจักร 1 ชม. ก่อน และ 24, 48 ชม. หลังจากถูกทำให้ไตผิดปกติด้วยการฉีด cisplatin พบว่าสารทั้ง 4 กลุ่ม จะลดพิษต่อไตได้ ระดับ creatinine และ urea ในเลือดลดลง นอกจากนั้นยังออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ เอนไซม์ superoxide dismutase, catalase และ glutathione peroxidase เพิ่มขึ้น สารสกัดจากขิงในขนาดสูงจะออกฤทธิ์ได้ดีกว่าขนาด 250 มก./กก. สาร...

1213

ฤทธิ์ต้านภาวะประจำเดือนมามากผิดปกติของดอกทับทิม
ฤทธิ์ต้านภาวะประจำเดือนมามากผิดปกติของดอกทับทิมศึกษาผลของการรับประทานแคปซูลดอกทับทิมต่ออาการผิดปกติของรอบเดือนในอาสาสมัครเพศหญิง 76 คน (อายุระหว่าง 20-49 ปี) ซึ่งระบุว่ามีภาวะประจำเดือนมามากผิดปกติ แบ่งอาสาสมัครออกเป็น 2 กลุ่ม (กลุ่มละ 38 คน) กลุ่มที่ 1 ให้รับประทานยา tranexamic acid ขนาด 500 มก. และกลุ่มที่ 2 ให้รับประทานแคปซูลดอกทับทิมแห้งขนาด 500 มก. โดยให้รับประทานยาทุกๆ 6 ชั่วโมง ติดต่อกัน 5 วัน นับจากวันที่มีประจำเดือนวันแรก และทำเช่นนี้ 3 รอบของการมีประจำเดือน (3 cycles) ประเมินการสูญเสี...

795

จมูกข้าวสาลีมีเปป์ไทด์ที่ยับยั้ง
จมูกข้าวสาลีมีเปป์ไทด์ที่ยับยั้ง Angiotensin-converting enzymeการศึกษาภาวะการบ่มเพาะจมูกข้าวสาลีที่ทำให้มีปริมาณเปป์ไทด์ที่ทำหน้าที่ยับยั้งการทำงานของ Angiotensin-converting enzyme (ACE) และการออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของ ACE ของเปป์ไทด์ พบว่า การบ่มจมูกข้าวสาลี ขนาด 1 กรัมในสารละลายบัฟเฟอร์ 8.14 มล. โดยสารละลายบัฟเฟอร์นี้มีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) 4.4 และบ่มเพาะไว้ที่อุณหภูมิ 47 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 7 ชั่วโมง เป็นภาวะที่ทำให้มีความเข้มข้นของเปป์ไทด์สูงสุดถึง 88.12 มก./ก. ซึ่งมีความเข้มข้นมากกว่า...

1366

ฤทธิ์ต้านอาการวิตกกังวลและช่วยให้หลับของดาวเรืองใหญ่
ฤทธิ์ต้านอาการวิตกกังวลและช่วยให้หลับของดาวเรืองใหญ่การทดสอบฤทธิ์ต้านอาการวิตกกังวลและช่วยให้หลับของดาวเรืองใหญ่ (Tagetes erecta L.) ในหนูเม้าส์ โดยฉีดสารสกัดน้ำ เอทานอล ส่วนสกัดเอธิลอะซีเตต และส่วนสกัดเอทานอลจากดอกดาวเรืองใหญ่เข้าทางช่องท้อง (i.p.) ในขนาด 10, 30, 100 มก./กก. หรือ 300 มก./กก. (เฉพาะสารสกัดเอทานอล) ทำการทดสอบด้วยวิธี open-field, exploration cylinder และ hole-board โดยศึกษาความเป็นไปได้ของกลไกการออกฤทธิ์ด้วยการใช้ยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งตัวรับต่าง ๆ เช่น WAY100635 (0.32 มก./กก., i.p.)...

1511

สารสกัดจากใบมะกอกฝรั่งช่วยป้องกันการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจส่วนบน
สารสกัดจากใบมะกอกฝรั่งช่วยป้องกันการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจส่วนบนการศึกษาผลของใบมะกอกฝรั่ง (Olea europaea L.) ในการป้องกันการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจส่วนบนในนักเรียนที่เป็นนักกีฬากรีฑา จำนวน 32 คน สุ่มแบ่งกลุ่มให้รับประทานสารสกัดจากใบมะกอกฝรั่ง (เทียบเท่ากับใบมะกอกฝรั่งสด 20 ก. และมีสาร oleuropein 100 มก.) หรือยาหลอก ครั้งละ 1 เม็ด ตลอดระยะเวลาการแข่งขัน 9 สัปดาห์ จากการตรวจวัดสุขภาพร่างกาย ภาระในการฝึกซ้อม และการประเมินการป่วยในระบบทางเดินหายใจส่วนต้น โดยใช้แบบสอบถาม sporting upper respiratory i...

720

ผลของสารคาทีชินในชาต่อร่างกาย
ผลของสารคาทีชินในชาต่อร่างกายการศึกษาในผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานระดับกลางจำนวน 182 คน อายุระหว่าง 18 - 55 ปี ดัชนีมวลกายอยู่ระหว่าง 24 - 35 กก./ม2 ไขมันในร่างกายมากกว่า 25% รอบเอวมากกว่า 85 ซม.สำหรับผู้ชาย และไขมันในร่างกายมากกว่า 30% รอบเอวมากกว่า 80 ซม. สำหรับผู้หญิง แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม โดยที่แต่ละกลุ่มต้องบริโภคเครื่องดื่มที่มีสารคาทีชินในชาเป็นส่วนประกอบ 2 มื้อ/วัน โดยกลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มควบคุมให้รับประทานเครื่องดื่มควบคุมทั้ง 2 มื้อ (มีปริมาณสารคาทีชิน 30 มก. และสารคาเฟอีน 10 มก./วัน...