Menu

ข่าวความเคลื่อนไหว ผลวิจัยจากการทดลอง ของ สมุนไพร ชนิดต่างๆ

ประโยชน์ของคุณสมบัติความเป็นสารพรีไบโอติกของกระเจี๊ยบแดงในหนูเม้าส์ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะอ้วน

การทดสอบผลของสารโพลีฟีนอลิกจากสารสกัดของกลีบเลี้ยงของกระเจี๊ยบแดง (Hibiscus sabdariffa) ในหนูเม้าส์ โดยแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ หนูเม้าส์ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะอ้วนที่ได้รับสารสกัดกระเจี๊ยบแดงขนาด 1, 10 และ 25 มก./กก./วัน กลุ่มควบคุมอาหาร กลุ่มควบคุมอาหารที่ได้รับสารสกัดกระเจี๊ยบแดง 25 มก./กก./วัน และกลุ่มที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะอ้วนแต่ไม่ได้รับสารสกัดกระเจี๊ยบแดง โดยให้สารผ่านทางปาก ทำการทดสอบเป็นระยะเวลา 42 วัน ผลการทดสอบพบว่าสารสกัดกระเจี๊ยบแดงมีฤทธิ์ลดน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากการได้รับอาหารไขมันสูง ปรับปรุงค่าระดับความทนต่อกลูโคส ความไวต่ออินซูลิน และอัตราส่วนของคอเลสเตอรอล LDL/HDL ปรับปรุงภาวะการอักเสบในตับ ลดการแสดงออกของ adipokines ที่มีผลขัดขวางการทำงานของฮอร์โมนอินซูลิน และสารก่อการอักเสบ (proinflammatory) เสริมความสมบูรณ์ของทางเดินอาหารโดยเพิ่มการแสดงออกของ mucins และโปรตีนซึ่งช่วยในการฟื้นฟูเยื่อบุผิวทางเดินอาหาร นอกจากนี้สารสกัดกระเจี๊ยบแดงยังมีคุณสมบัติเป็นสารพรีไบโอติก (prebiotic) ซึ่งมีผลปรับปรุงอัตราส่วนของแบคทีเรีย Firmicutes/Bacteroidetes ที่มีประโยชน์ต่อทางเดินอาหาร จากผลการทดสอบนักวิจัยระบุว่าสารโพลีฟีนอลิกจากกระเจี๊ยบแดงมีผลในการบรรเทาภาวะที่เกิดจากการเผาผลาญอาหารของร่างกายที่ผิดปกติด้วยคุณสมบัติความเป็นสารพรีไบโอติกที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

Food Res Int. 2020;127:108722.

ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

1

2

3

4

5

6

บทความอื่นๆ

1046

การศึกษาความเป็นพิษของแปะก๊วยต่อระบบสืบพันธุ์และการพัฒนาตัวอ่อนในครรภ์
การศึกษาความเป็นพิษของแปะก๊วยต่อระบบสืบพันธุ์และการพัฒนาตัวอ่อนในครรภ์การศึกษาความเป็นพิษของสารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย EGb 761® (Ginkgo biloba L.) ในหนูเม้าส์ที่ตั้งครรภ์ โดยป้อนสารสกัดจากแปะก๊วย EGb 761® ขนาด 100, 350 และ 1,225 มก./กก./วัน ให้หนูเม้าส์ระหว่างวันที่ 6 - 15 ของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นช่วงพัฒนาอวัยวะของตัวอ่อนในครรภ์ (organogenesis) แล้วทำการผ่าพิสูจน์ตัวอ่อนในครรภ์ในวันที่ 17 ของการทดลอง ผลการผ่าพิสูจน์ภายนอกและภายใน รวมทั้งการศึกษาโครงกระดูกและเนื้อเยื่อของตัวอ่อน ไม่พบความผิดป...

777

ว่านไก่น้อยต้านโรคกระดูกพรุน
ว่านไก่น้อยต้านโรคกระดูกพรุนการศึกษาผลของสารสกัดจากว่านไก่น้อยในหนูแรทที่ถูกตัดรังไข่ พบว่าในหนูแรทที่ถูกตัดรังไข่ ซึ่งมีการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน จะมีความหนาแน่นของกระดูกต้นขาลดลง สูญเสียโครงสร้างเส้นใยกระดูก (Trabecular bone) และมีการขับแคลเซียมและฟอสฟอรัสออกทางปัสสาวะมาก ในขณะที่หนูแรทที่ถูกตัดรังไข่ และได้รับการป้อนฮอร์โมนเอสโตรเจน (17β-estradiol) ขนาด 25 ไมโครกรัม/กก./วัน หรือสารสกัดจากว่านไก่น้อย ขนาด 300 หรือ 500 มก./กก./วัน เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่าหนูทั้ง 3 กลุ่มมีความหนาแน่นของกระดูก...

892

ฤทธิ์ปกป้องตับของผักบุ้งขัน
ฤทธิ์ปกป้องตับของผักบุ้งขันการศึกษาฤทธิ์ปกป้องและรักษาตับของใบผักบุ้งขัน โดยป้อนสารสกัดเมทานอลจากใบผักบุ้งขันขนาด 100, 200 และ 400 มก./กก. ให้แก่หนูแรทติดต่อกันเป็นเวลา 7 วัน ก่อนและหลังการกระตุ้นให้การทำลายตับในหนูแรทด้วยการป้อน carbon tetrachloride (CCl4) ขนาด 0.5 มล./กก. ต่อเนื่องกัน 5 วัน ผลการศึกษาพบว่าสารสกัดจากผักบุ้งขันออกฤทธิ์ปกป้องการทำลายของตับได้ดีเมื่อป้อนก่อนการได้รับสาร CCl4 โดยมีผลลดปริมาณเอนไซม์ alanine aminotransferase, aspartate aminotransferase และ alkaline phosphatase รวมถึ...

1038

ผลต้านอนุมูลอิสระและลดภาวะดื้ออินซูลินของสาร
ผลต้านอนุมูลอิสระและลดภาวะดื้ออินซูลินของสาร oligosaccharides จากถั่วเหลืองในหญิงที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์การศึกษาผลของสาร oligosaccharides จากถั่วเหลือง (Glycine max (L.) Merr.) ต่อการทำงานของเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการต้านอนุมูลอิสระและภาวะดื้ออินซูลินในหญิงที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ จำนวน 97 คน โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับสาร oligosaccharides จากถั่วเหลือง ขนาด 10 ก. ผสมในน้ำอุ่น 200-300 ซีซี ต่อวัน รับประทานก่อนนอน ร่วมกับการฉีดอินซูลิน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ และกลุ่มควบคุมที่ได้รับอินซูลินอย่าง...

120

ผลของสารสกัดและสารโพลีนีนอลของชาเขียวต่อเอนไซม์เปปทิเดสต่างๆ
ผลของสารสกัดและสารโพลีนีนอลของชาเขียวต่อเอนไซม์เปปทิเดสต่างๆ กัน การวิจัยสารสกัดชาเขียวชนิด triple-standardized green tea extract(EFLA 085942)และอนุพันธุ์เคทิซินบางตัวต่อเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบและมะเร็ง เอนไซม์ที่มีบทบาทสำคัญในการสลายตัวของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันคือ elastase และ collagenase ส่วนที่สำคัญต่อการอักเสบคือ elastase และ neutral endopeptidase พบว่าสารสกัดยับยั้งเอนไซม์ elastase และ neutral endopeptidase ได้มากกว่า collagenase(IC50 collagenase = 200 ug/ml, IC50 elastase ...

449

ผลป้องกันตับของน้ำมันมะกอก
ผลป้องกันตับของน้ำมันมะกอกการศึกษาผลในการป้องกันตับของน้ำมันมะกอกในหนูขาวซึ่งถูกเหนี่ยวนำให้ตับถูกทำลายด้วยการฉีด 35% เอทานอลเข้าทางช่องท้อง โดยแบ่งหนูเป็นกลุ่มที่กินอาหารปกติ และกลุ่มที่กินอาหารซึ่งผสมด้วยน้ำมันมะกอก 5% เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมซึ่งกินอาหารปกติ และฉีด 0.9% โซเดียมคลอไรด์เข้าทางช่องท้อง ทำการทดลองนาน 6 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มที่ถูกเหนี่ยวนำด้วยเอทานอล ทั้งที่กินอาหารปกติและกินอาหารที่ผสมน้ำมันมะกอก จะมีการกินอาหารและน้ำหนักตัวลดลง แต่จะมีน้ำหนักของตับเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มควบค...

612

ฤทธิ์ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารและลดความดันโลหิตในผลไม้ไทย
ฤทธิ์ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารและลดความดันโลหิตในผลไม้ไทยเมื่อป้อนสารสกัดเอทานอลของมะม่วง (พันธุ์น้ำดอกไม้) ทุเรียน (พันธุ์หมอนทอง) เงาะ (พันธุ์โรงเรียน) และกล้วย (พันธุ์หอมทอง) ให้หนูแรทก่อนการเหนี่ยวนำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารโดยทำให้เกิดความเครียดโดยการแช่ในน้ำ กินในขนาด 500 มก./กก. พบว่าสารสกัดเอทานอลของมะม่วง (พันธุ์น้ำดอกไม้) ทุเรียน (พันธุ์หมอนทอง) เงาะ (พันธุ์โรงเรียน) และกล้วย (พันธุ์หอมทอง) สามารถป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ 42, 55, 39 และ 58% ตามลำดับ นอกจากนี้สารสกัดเอทาน...

103

เล็คตินจากเมล็ดสะตอเพิ่มการแบ่งตัวของเม็ดเลือดขาว
เล็คตินจากเมล็ดสะตอเพิ่มการแบ่งตัวของเม็ดเลือดขาว การศึกษาผลของเล็คตินที่แยกได้จากเมล็ดสะตอ (Pakia speciosa  Hassk.) ต่อการแบ่งตัวของเม็ดเลือดขาวที่ได้จากอาสาสมัครสุขภาพดีและจากผู้ป่วยมะเร็งหลอดอาหาร โดยใช้วิธีวัดการนำเข้า (incorporation) [3H] thymidine ในดีเอ็นเอของเม็ดเลือดขาว พบว่าเล็คตินทำให้เม็ดเลือดขาวแบ่งตัวเพิ่มขึ้นตามความเข้มข้นของเล็คติน และลดลงเมื่อความเข้มข้นของเล็คตินมากเกินไป ผลของเล็คตินต่อเม็ดเลือดขาวที่แยกจากเลือดผู้ป่วย...

285

ฤทธิ์ลดกรดยูริคในเลือดของสารกลุ่ม
ฤทธิ์ลดกรดยูริคในเลือดของสารกลุ่ม lignans จากลูกใต้ใบภาวะกรดยูริคในเลือดสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคไขข้ออักเสบหรือโรคเกาต์ และเกี่ยวข้องกับโรคอื่นๆ เช่น ความดันโลหิตสูง ความผิดปกติของไต เป็นต้น จึงได้มีการทดลองผลจากลูกใต้ใบในหนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำให้มีภาวะกรดยูริคในเลือดสูงด้วย potassium oxonate และกรดยูริค โดยป้อนหนูขาวด้วยสารสกัดเมทานอลจากใบลูกใต้ใบ ขนาด 100, 200, 500 และ 1,000 มก./กก. นาน 7 วัน พบว่ากรดยูริคในเลือดหนูลดลง 57.08, 59.44, 77.47 และ 83.91% ตามลำดับ ให้ผลคล้ายกับยา allopurinol...