Menu

ข่าวความเคลื่อนไหว ผลวิจัยจากการทดลอง ของ สมุนไพร ชนิดต่างๆ

ฤทธิ์ยับยั้งภาวะอ้วนลงพุงของสารสำคัญจากโสม

การทดสอบฤทธิ์ยับยั้งภาวะอ้วนลงพุง (metabolic disease) ของสาร ginsenoside Rg2 ซึ่งเป็นสารสำคัญที่พบได้ในรากโสม (Panax ginseng) โดยทำการทดลองในเซลล์ตับของหนูเม้าส์ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดการสะสมไขมันด้วย oleic acid ขนาด 300 ไมโครโมลาร์ และ palmitic acid ขนาด 100 ไมโครโมลาร์ โดยเพาะเลี้ยงเซลล์ร่วมกับสาร ginsenoside Rg2 ขนาด 25 ไมโครโมลาร์ และทำการทดลองในหนูเม้าส์ชนิด C57BL/6J ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะอ้วนลงพุงด้วยการได้รับอาหารที่มีไขมันสูงร่วมกับการฉีดสาร ginsenoside Rg2 เข้าทางช่องท้องในขนาด 2.5, 5.0, และ 10 มก./กก./วัน เป็นเวลานาน 28 วัน ผลการทดลองในเซลล์ตับหนูพบว่า สาร ginsenoside Rg2 มีผลยับยั้งการเพิ่มขึ้นของไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอล การสะสมของไขมัน (lipid deposition) การแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างไขมัน (lipogenic) เพิ่มการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญไขมัน (fatty acids oxidation) ได้แก่ Srebp-1c, Fas และ Acc นอกจากนี้ยังมีผลยับยั้งการสร้าง reactive oxygen species ซึ่งเกิดจากการเหนี่ยวนำด้วยกรดไขมันด้วย ผลการทดลองในหนูเม้าส์พบว่า สาร ginsenoside Rg2 ทำให้น้ำหนักตัวหนูลดลงโดยไม่มีผลต่อการกินอาหาร ระดับไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอลลดลง ความทนต่อกลูโคส (glucose tolerance) ดีขึ้น และความไวของอินซูลิน (insulin sensitivity) เพิ่มขึ้น โดยประสิทธิผลจะขึ้นกับขนาดที่ให้ และที่ขนาด 10 มก./กก. ตับหนูมีน้ำหนักลดลงอย่างชัดเจนและมีการสะสมไขมันที่ตับลดลง และจากการศึกษาเพิ่มเติมพบว่า การออกฤทธิ์ของสาร ginsenoside Rg2 จะขึ้นอยู่กับการทำงานของยีน Sirtuin1 (SIRT1) ซึ่งเป็นยีนที่เกี่ยวข้องกับการต้านอนุมูลอิสระ โดยยืนยันผลดังกล่าวด้วยการทดสอบในเซลล์ตับหนูที่ไม่มียีน SIRT1 พบว่าสาร ginsenoside Rg2 ไม่สามารถออกฤทธิ์ข้างต้นได้ จากผลการทดลองทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า สาร ginsenoside Rg2 สามารถบรรเทาภาวะอ้วนลงพุงจากการได้รับอาหารที่มีไขมันสูง ด้วยกลไกการยับยั้งการสร้างไขมันและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระผ่านการทำงานของยีน SIRT1

J Agric Food Chem. 2020;68:4215-26.

ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

1

2

3

4

5

6

บทความอื่นๆ

1260

ฤทธิ์ลดระดับกรดยูริกของสารเควอซิติน
ฤทธิ์ลดระดับกรดยูริกของสารเควอซิตินBr J Nutr 2016;115(5):800-6 ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล...

110

ความเป็นพิษของสารกลุ่มอัลคิลฟีนอลในใบแป๊ะก๊วย
ความเป็นพิษของสารกลุ่มอัลคิลฟีนอลในใบแป๊ะก๊วย การเตรียมสารสกัดมาตรฐานใบแป๊ะก๊วย (Ginkgo biloba  L.) นอกจากต้องกำหนด ปริมาณสารสำคัญคือ flavones glycosides และ terpene lactones แล้ว ยังต้องกำหนดปริมาณสูงสุดของสารเป็นพิษ คือ ginkgolic acids โดยกำหนดไว้ไม่เกิน 5 ส่วนในล้านส่วน (ppm) การศึกษาเพื่อยืนยันความเป็นพิษของ ginkgolic acids ทำโดยนำส่วนที่ทิ้งจากขบวนการเตรียมสารสกัดมาตรฐานใบแป๊ะก๊วย ซึ่งเป็นส่วนที่สารกลุ่ม alkylphenols ส่...

352

ผลป้องกันความเป็นพิษต่อหัวใจของเกากีฉ่าย
ผลป้องกันความเป็นพิษต่อหัวใจของเกากีฉ่ายDoxorubicin เป็นสารที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง แต่มีผลข้างเคียงคือ เป็นพิษต่อหัวใจ จึงได้มีการศึกษาผลป้องกันความเป็นพิษต่อหัวใจของเกากีฉ่ายในหนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดพิษด้วย doxorubicin โดยป้อนสารสกัดน้ำจากเกากีฉ่าย ขนาด 25 มก./กก. ให้หนูทุกวัน นาน 3 สัปดาห์จากนั้นจึงฉีด doxorubicin ขนาด 5 มก./กก เข้าทางหลอดเลือดดำของหนูในวันที่ 7, 14 และ 21 ของการทดลอง พบว่าหนูในกลุ่มที่ได้รับสารสกัดน้ำจากเกากีฉ่ายก่อนให้ doxorubicin จะมีการตายลดลง น้ำหนักหัวใจ และอัตรา...

220

ฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารของดีปลี
ฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารของดีปลี สารสกัด 80% อะซีโตนจากผลดีปลี มีฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารของหนูขาวที่เหนี่ยวนำให้เกิดแผลด้วยเอทานอลและ indomethacin โดยมีค่า ED50 เท่ากับ 14 และ 12 มก./กก. ตามลำดับ เมื่อศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของสารสกัด 80% อะซีโตนจากผลดีปลี พบว่าประกอบด้วยสารในกลุ่ม amide ได้แก่ piperchabamides A, B, C และ D นอกจากนี้ยังพบว่าสารสำคัญอื่นๆ ในดีปลี ได้แก่ piperine, pipernonaline, dehydropipernonaline, retrofractamide B,   N-isobutyl-(2E,4E)-octadecadienamide ...

267

สาร
สาร Steroidal saponins จากหญ้าต้อมต๊อก มีการทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์ของสาร steroidal saponins จากหญ้าต้อมต๊อก ได้แก่ solanigrosides C-H และ degalactotigonin โดยทดสอบกับเซลล์มะเร็ง 4 ชนิด คือ Hep G2, NCI-H480, MCF-7 และ SF-268 พบว่ามีเพียงสาร degalactotigonin ที่มีฤทธิ์ โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 0.25, 4.99, 1.57 และ 3.19 ไมโครโมล ตามลำดับ J Nat prod 2006;69:1158-63 ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล...

1588

ประสิทธิภาพในการรักษาผมร่วงของสารสกัดต้นอ่อนถั่วลันเตา
ประสิทธิภาพในการรักษาผมร่วงของสารสกัดต้นอ่อนถั่วลันเตาการศึกษาในอาสาสมัคร จำนวน 10 คน อายุ 46-60 ปี ซึ่งให้ทาผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยสารสกัดต้นอ่อนถั่วลันเตา (pea sprout extract) 2% บริเวณศีรษะด้านหลัง วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 2 สัปดาห์ พบว่ามีผลเพิ่มการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับการงอกของเส้นผม ได้แก่ fibroblast growth factor 7 (FGF7) และ noggin ได้ 56% และ 85% ตามลำดับ และการศึกษาในอาสาสมัครซึ่งมีอาการผมร่วงเล็กน้อยถึงปานกลาง (วันละ ≥ 100 เส้น) จำนวน 21 คน อายุ 22-63 ปี ซึ่งให้รับประทานสาร...

1505

ผลของการรับประทานแตงโมต่อการตอบสนองความอิ่มและปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ใหญ่ภาวะน้ำหนักเกินและภาวะอ้วน
ผลของการรับประทานแตงโมต่อการตอบสนองความอิ่มและปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ใหญ่ภาวะน้ำหนักเกินและภาวะอ้วนการศึกษาทางคลินิกในอาสาสมัครผู้ใหญ่ภาวะน้ำหนักเกินหรือภาวะอ้วนทั้งหญิงและชาย มีดัชนีมวลกายอยู่ที่ 25-40 กก./ม.2 จำนวน 33 คน แบ่งออกเป็นกลุ่มทดสอบที่ให้รับประทานแตงโม 2 ถ้วย ปริมาณ 92 กิโลแคลอรี่/วัน เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ให้รับประทานคุกกี้ไขมันต่ำ (Nabisco vanilla wafer cookies) ซึ่งมีปริมาณแคลลอรี่เท่ากับกลุ่มทดสอบ เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ แล้วสลับการรักษา โดยมีระยะพัก (washout) 2-4...

1157

ฤทธิ์ป้องกันตับเป็นพิษของสาร
ฤทธิ์ป้องกันตับเป็นพิษของสาร diallyl disulfide จากกระเทียมทดลองป้อนสาร diallyl disulfide (DADS) จากกระเทียมให้แก่หนูแรทขนาดวันละ 50 และ 100 มก./กก. น้ำหนักตัว นานติดต่อกัน 5 วัน ก่อนเหนี่ยวนำให้ตับเกิดการเสียหายด้วยการป้อนสาร carbon tetrachloride (CCl4) ขนาด 2 มล./กก. น้ำหนักตัว เพียงครั้งเดียวพบว่า การป้อนสาร DADS ทั้งสองขนาดสามารถ ป้องกันตับเป็นพิษจากการเหนี่ยวนำด้วย CCl4 ได้ โดยในการตรวจวิเคราะห์ด้วยเทคนิคทางจุลกายวิภาคศาสตร์พบว่าสามารถยับยั้งความเสียหายของเนื้อเยื่อเซลล์ตับได้เมื่อเทียบกับหน...

456

ฤทธิ์ต้านมะเร็งของโสม
ฤทธิ์ต้านมะเร็งของโสมสารสกัดน้ำจากโสม (Panax ginseng L และ cIAP และกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ caspase-3 นอกจากนี้สารสกัดยังมีผลลดระดับของเอนไซม์ cyclooxygenase-2 (COX-2) และ inducible nitric oxide synthase (iNOS) และลดระดับของเอนไซม์ telomerase โดยยับยั้งการแสดงออกยีน human telomerase reverse transcriptase และ c-Myc สรุปได้ว่าผลต้านเซลล์มะเร็งของสารสกัดน้ำจากโสมเกิดจากกระบวนการเหนี่ยวนำให้เกิดการตายของเซลล์J Ethnopharmacol 2009;121:304-12 ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไ...