Menu

ข่าวความเคลื่อนไหว ผลวิจัยจากการทดลอง ของ สมุนไพร ชนิดต่างๆ

สารสกัดขิงกับยา loratadine ในการรักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

การศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยของสารสกัด 95% เอทานอลจากเหง้าขิง เปรียบเทียบกับยาแก้แพ้ loratadine ในการรักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (allergic rhinitis) โดยทดสอบในผู้ป่วย จำนวน 80 คน ซึ่งแบ่งออกเป็น กลุ่มที่ได้รับสารสกัดขิง ครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น (1 แคปซูล ประกอบ ด้วยสารสกัดขิง 125 มก.) และกลุ่มที่ได้รับยา loratadine ขนาด 10 มก. ต่อวัน เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ประเมิน ผลจากคะแนนอาการทางจมูกโดยรวม (total nasal symptom scores), การตรวจวัดโครงสร้างภายในของจมูกด้วยเครื่อง acoustic rhinometry และแบบประเมินคุณภาพชีวิต rhinocon-junctivitis quality of life questionnaire (RQLQ) พบว่าสารสกัดขิงและยา loratadine สามารถลดอาการทางจมูกโดยรวมได้ไม่แตก ต่างกัน สำหรับการตรวจด้วยเครื่อง acoustic rhinometry พบว่าสารสกัดขิงมีผลเพิ่มปริมาตรของโพรงจมูก (volume of the nasal cavity) และลดระยะห่างจากรูจมูก (distances from the nostril) ทำให้อาการคัดแน่นจมูกของผู้ป่วยดีขึ้น ขณะที่ยา loratadine ไม่มีผล ผู้ป่วยในทั้ง 2 กลุ่ม มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สารสกัดขิงและยา loratadine มีความปลอดภัยในการใช้ ไม่มีผลต่อตับและไต รวมทั้งค่าความดันโลหิตของผู้ป่วย สรุปได้ว่า สารสกัดขิง มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับยา loratadine ในการลดอาการทางจมูก และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ได้ โดยสารสกัดขิงจะทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น อาการง่วงนอน อ่อนเพลีย เวียนศีรษะและท้องผูกน้อยกว่ายา loratadine ดังนั้นสารสกัดขิงจึงสามารถนำมาใช้เป็นทางเลือกในการรักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้นอกเหนือจากยาแผนปัจจุบันได้

BMC Complement Med Ther. 2020;20:119.

ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

1

2

3

4

5

6

บทความอื่นๆ

71

ผลของเอเซียติโคไซด์ในกระบวนการหายของแผล
ผลของเอเซียติโคไซด์ในกระบวนการหายของแผล เอเซียติโคไซด์ ( asiaticoside ) เป็นสารที่แสดงฤทธิ์ของบัวบก ( Centella asiatica (L.)Urban ) ที่ช่วยให้แผลหายเร็ว การศึกษาผลของเอเซียติโคไซด์ต่อระดับของสารต้านออกซิเดชั่นชนิดต่างๆในแผล พบว่าเมื่อทาเอเซียติโคไซด์เข้มข้น 2 % บนแผลของหนูขาววันละ 2 ครั้งนาน 7 วัน ระดับของเอนไซม์ซุปเปอร์ออกไซด์ดีสมิวเทส ( superoxide dismutase ) คาทาเลส ( catalase ) กลูตาไธโอนเปอร์ออกซิเดส ( glutathione peroxidase ) ไวตา...

1489

ฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์
ฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase และต้านอนุมูลอิสระของเทียนบ้านเมื่อนำสารสกัดเอทานอล เมทานอล และอะซีโตนจากส่วนต่างๆ ของเทียนบ้าน (Impatiens balsa-mina L.) ได้แก่ ลำต้น ใบ และดอก (สีม่วง) มาทดสอบฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ด้วยวิธี L-DOPA และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ พบว่าปริมาณสารฟีนอลิกรวมและสารฟลาโวนอยด์รวมของสารสกัดอะซีโตนจากดอก สูงกว่าปริมาณในสารสกัดจากส่วนอื่นๆ สารสกัดจากดอกที่เตรียมด้วยตัวทำละลายทั้ง 3 ชนิด ที่ความเข้มข้น 10 มก./มล. มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ได้ดีกว่าสารสกัดจากใบและลำต...

113

ความเป็นพิษของสารกลุ่มอัลคิลฟีนอลในใบแป๊ะก๊วย
ความเป็นพิษของสารกลุ่มอัลคิลฟีนอลในใบแป๊ะก๊วย ในการเตรียมสารสกัดมาตรฐานใบแป๊ะก๊วย (Ginkgo biloba L.)50) = 33 ppm แฟรกชั่นที่ประกอบด้วย ginkgolic acids 58 % และ biflavones < 0.02 % มีค่า LD50 = 64 ppm ส่วนแฟรกชั่นที่ประกอบด้วย ginkgolic acids 1 % และ biflavones 16 % มีค่าความเป็นพิษต่ำคือมีค่า LD50 = 4,540 ppm การศึกษานี้ยืนยันความเป็นพิษของ ginkgolic acids และชี้ให้เห็นว่าส่วนประกอบอื่น เช่น biflavones มีผลเสริมความเป็นพิ...

1475

ฤทธิ์ยับยั้งการเกิดสาร
ฤทธิ์ยับยั้งการเกิดสาร acrylamide ในขนมปังของสาร EGCG จากชาเขียวการศึกษาผลของการเติมสาร (-)-epigallocatechin gallate (EGCG) ที่สกัดได้จากชาเขียว (green tea) ต่อการเกิดสาร acrylamide ในระหว่างกระบวนการอบขนมปัง โดยเติม EGCG ในขนาด 3.3, 6.6 และ 9.9 ก./กก. ลงในสูตรการทำขนมปังขาว แล้ววิเคราะห์การเกิดสาร acrylamide ด้วย liquid chromatography-mass spectrometry (LC-MS) พบว่า EGCG สามารถลดการเกิด acrylamide ได้ 30.2%, 34.3% และ 37.4% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ไม่มีการเติม EGCG และทำให้ความชื้นข...

234

ผลของ
ผลของ mangiferin ต่อการป้องกันรังสี หนูถีบจักรที่ได้รับสาร mangiferin จากมะม่วง ความเข้มข้น 0.25, 0.5, 1, 2, 5, 10, 17.5, 25, 50, 75 และ 100 มก./กก. ก่อนได้รับรังสีแกมม่า 10 Gy จะช่วยป้องกันการเกิดอาการเจ็บป่วยและตายเนื่องจากรังสีได้ ที่ความเข้มข้น 2 มก./กก. จะให้ผลในการป้องกันสูงที่สุด และจะลดลงเมื่อความเข้มข้นสูงขึ้น และสารความเข้มข้น 2 มก./กก. จะเท่ากับ 1/200 ของความเข้มข้นของสารที่ทำให้สัตว์ทดลองตาย 50% คือ 400 มก./กก. Phytomedicine 2005;12:209-15 ข้อมูลอ้างอิงจา...

1214

ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานินของสารสกัดจากข้าวไทยพันธุ์ต่างๆ
ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานินของสารสกัดจากข้าวไทยพันธุ์ต่างๆ เพื่อใช้ในสูตรสำหรับรักษาเส้นผมการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และฤทธิ์กระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานินของสารสกัด 70% เอทานอลจากข้าวไทยสายพันธุ์ต่างๆ ได้แก่ สีนิล ทับทิมล้านนา หอมนิล ไรซ์เบอร์รี่ แดงสังข์หยด และก่ำดอยมูเซอ เพื่อใช้ในสูตรสำหรับรักษาเส้นผม โดยทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH และ ferric ions reducing antioxidant power (FRAP) ผลพบว่าสารสกัดข้าวก่ำดอยมูเซอและข้าวไรซ์เบอร์รี่ มีฤทธิ์ดีที่สุดในการต้านอนุม...

548

ฤทธิ์เหนี่ยวนำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็งของสาร
ฤทธิ์เหนี่ยวนำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็งของสาร ellagitannins จากต้นสกุณีสารในกลุ่ม ellagitannins ที่แยกได้จากต้นสกุณี (Terminalia calamansanai  ) ได้แก่ 1-α-O -galloylpunicalagin, 2-O -galloylpunicalin, punicalagin, และ sanguiin H-4 ความเข้มข้น 100 ไมโครโมล เมื่อนำมาทดสอบกับเซลล์มะเร็ง HL-60 พบว่ามีความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 65.2, 74.8, 42.2, และ 38.0 ไมโครโมล ตามลำดับ และเหนี่ยวนำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็งแบบ apoptosis โดยทำให้เกิดการแตกหักของ DNA (DNA fragment...

799

ฤทธิ์แก้ปวดอักเสบและแก้ไข้ของเมล็ดโพทะเล
ฤทธิ์แก้ปวดอักเสบและแก้ไข้ของเมล็ดโพทะเลการทดสอบฤทธิ์แก้ปวดอักเสบและแก้ไข้ของสารสกัดปิโตเลียมอีเทอร์ (TPO) สารสกัดเอทานอล (TPE) สาร unsaponifiable matter (TPOUM) จากเมล็ดโพทะเล และแยกสารสกัดเอทานอลด้วยการกลั่นแยกลำดับส่วนด้วยคลอโรฟอร์ม, เอทิลอะซีเตท, n-BuOH และน้ำ (fraction 1, 2, 3 และ 4 ตามลำดับ) นำไปทดสอบในหนูแรทที่มีอาการอักเสบบริเวณอุ้งเท้าจากการกระตุ้นด้วย carrageenan พบว่า TPO, TPE ขนาด 200 และ 400 มก./กก. รวมทั้ง TPOUM และทุก fractions ขนาด 200 มก./กก. ออกฤทธิ์ต้านการอักเสบได้ดี มีผลลดอาก...

690

การศึกษาฤทธิ์ยาจากสมุนไพรอายุรเวทศิริราชตำรับจันทลีลาต่อการจับกลุ่มของเกร็ดเลือด
การศึกษาฤทธิ์ยาจากสมุนไพรอายุรเวทศิริราชตำรับจันทลีลาต่อการจับกลุ่มของเกร็ดเลือดการศึกษาวิจัยทางคลินิกโดยเปรียบเทียบก่อนและหลังการได้รับยาในอาสาสมัครสุขภาพดี จำนวน 24 คน โดยเจาะเลือดเพื่อวัดระดับการจับกลุ่มของเกร็ดเลือดเป็นพื้นฐานก่อนการศึกษา สองสัปดาห์ต่อมา ให้อาสาสมัครรับประทานยาเม็ดอายุรเวทศิริราชตำรับจันทลีลา 750 มก./ครั้ง (เม็ดละ 250 มก. จำนวน 3 เม็ด) ทุก 8 ชม. 3 ครั้งติดต่อกัน แล้วเจาะเลือดเพื่อวัดการจับกลุ่มของเกล็ดเลือดที่เวลา 8 ชม. ภายหลังการรับประทานยาครั้งแรกด้วยเครื่องมือ aggregome...