Menu

ข่าวความเคลื่อนไหว ผลวิจัยจากการทดลอง ของ สมุนไพร ชนิดต่างๆ

ผลของกระเจี๊ยบแดงต่อความดันโลหิต การทำงานของหลอดเลือด ระดับไขมัน ภาวะดื้อต่ออินซูลิน และการอักเสบในผู้ที่มีความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ (cardiovascular disease)

การศึกษาทางคลินิกในอาสาสมัครเพศชายจำนวน 25 คน ที่มีความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในระดับ 1%-10% (ประเมินด้วย QRISK®2) โดยถูกสุ่มให้ได้รับสารสกัดน้ำจากกลีบเลี้ยงของดอกกระเจี๊ยบแดงในปริมาตร 250 มล. (อาสาสมัครจะได้รับปริมาณกระเจี๊ยบแดงเท่ากับ 7.5 ก. สารแอนโทไซยานินทั้งหมด 150 มก. และกรดแกลลิก 311 มก.) หรือได้รับน้ำเปล่า ในมื้อเช้าร่วมกับอาหารที่มีปริมาณไขมันสูง การทดสอบมีระยะพัก (washout period) 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นสลับการทดสอบ ทำการวัดความดันโลหิตในช่วงเริ่มทำการทดสอบ และทุก ๆ ชั่วโมง จนถึง 4 ชั่วโมง และวัดการขยายตัวของหลอดเลือดต่อการไหลเวียนโลหิต (flow mediated dilatation; FMD) ของหลอดเลือดแดงแขน (branchial artery) ในช่วงเริ่มทำการทดสอบ ช่วง 2 และ 4 ชั่วโมงหลังจากดื่มสารสกัด ผลการทดสอบพบว่าการดื่มสารสกัดกระเจี๊ยบแดงมีผลเพิ่มค่าเปอร์เซ็นต์ FMD และปรับปรุงค่าของการต้านอนุมูลอิสระอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ไม่มีผลต่อสภาวะความแข็งของหลอดเลือดแดง (arterial stiffness) และมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าต่าง ๆ เหล่านี้อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติได้แก่ ผลลดความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัวและความดันโลหิตขณะหัวใจคลายตัว เพิ่มระดับไนตริกออกไซด์ในปัสสาวะและพลาสมา ลดระดับของกลูโคสในซีรั่มและระดับอินซูลินในพลาสมา ลดระดับของไตรเอซีลกลีเซอรอล (triacylglycerol) และ ซี-รีแอคทีฟ โปรตีน (C-reactive protein) ในซีรั่ม โดยพบค่าระดับความเข้มข้นสูงสุดในพลาสมาของ gallic acid, 4-O-methylgallic acid, 3-O-methylgallic acid และ hippuric acid อยู่ที่ 1-2 ชั่วโมง หลังได้รับสารสกัดกระเจี๊ยบแดง จากผลการทดสอบสรุปได้ว่าสารสกัดจากกลีบเลี้ยงของกระเจี๊ยบแดงมีผลในการปรับปรุงการทำงานของหลอดเลือดได้ อาจมีผลช่วยลดลดภาวะการทำงานบกพร่องของหลอดเลือดและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ อย่างไรก็ตามควรมีการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

Nutrient 2019;11(2):pii:E341.doi:10.3390/nu11020341.

ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

1

2

3

4

5

6

บทความอื่นๆ

1142

สารอาหารและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพในทุเรียนพันธุ์ที่นิยมรับประทานและพันธุ์พื้นเมือง
สารอาหารและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพในทุเรียนพันธุ์ที่นิยมรับประทานและพันธุ์พื้นเมืองการศึกษาเรื่องสารอาหาร สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ และฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระของทุเรียนพันธุ์ที่นิยมรับประทาน ได้แก่ หมอนทอง และชะนี และพันธุ์พื้นเมือง ได้แก่ กระดุม และกบตาขำ ซึ่งเก็บรวบรวมจากสวนในพื้นที่ของจังหวัดนนทบุรี พบว่าทุเรียนทุกสายพันธุ์ประกอบด้วยใยอาหารจำนวนมาก (7.5 - 9.1 ก./100 ก. นน.แห้ง) และมีปริมาณของคาร์โบไฮเดรทและน้ำตาลสูง (62.9 - 70.7 ก. และ 47.9 - 56.4 ก./100 ก.นน. แห้ง ตามลำดับ) ทุเรียนพันธุ์ชะนี กระดุ...

642

ยี่หร่ากับการต้านภาวะน้ำตาลในเลือดสูง
ยี่หร่ากับการต้านภาวะน้ำตาลในเลือดสูงสารสกัดด้วยเอทานอลจากเมล็ดยี่หร่ามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ โดยค่าความเข้มข้นที่สามารถยับยั้งการเกิด 2, 2-Diphynyl-1-picryhydrazyl (DPPH) และ Superoxide ได้ 50% (IC50) เท่ากับ 230 และ 1,120 µg/ml ตามลำดับ และเมื่อทดสอบในหลอดทดลองที่ใส่ซีรัมโปรตีนจากวัว (bovine serum albumin) กับน้ำตาล พบว่าสารสกัดเอทานอลจากเมล็ดยี่หร่าสามารถยับยั้งการเกิดสารที่จับกับน้ำตาลเมื่อน้ำตาลในเส้นเลือดมีปริมาณสูงขึ้น (Advanced Glycated End products; AGEs) และเมื่อป้อนสารสกัดเอทานอล...

582

ผลของการบริโภคน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ต่อความดันและไขมันในเลือดในผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่
ผลของการบริโภคน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ต่อความดันและไขมันในเลือดในผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2การทดลองในผู้สูงอายุ 40 คน แบ่งเป็นผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 17 คน (ชาย 3 คน หญิง 14 คน อายุเฉลี่ย 81.8 ± 6.9 ปี) และผู้สูงอายุสุขภาพดี 23 คน (ชาย 6 คน หญิง 17 คน อายุเฉลี่ย 83.7 ± 7.1 ปี) ให้รับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าทั้งสองกลุ่มมีความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัว (Systolic blood pressure) ลดลงโดยไม่มีผลต่อค่าชีวเคมีอื่นๆ ในเล...

591

ผลของตำลึงต่อการตั้งครรภ์ในหนูแรทเพศเมียที่ทำให้เกิดภาวะตั้งครรภ์ยาก
ผลของตำลึงต่อการตั้งครรภ์ในหนูแรทเพศเมียที่ทำให้เกิดภาวะตั้งครรภ์ยากการศึกษาในหนูแรทเพศเมียน้ำหนัก 200-250 กรัม ที่เหนี่ยวนำให้มีโปรแลคติน (prolactin) ในเลือดสูง (hyperprolactinemia) หรือเหนี่ยวนำให้มีฮอร์โมนเพศชาย หรือเหนี่ยวนำให้เป็นโรคเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ (endometriosis) ซึ่งทำให้มีลูกยาก แบ่งหนูออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มควบคุมป้อนน้ำเกลือ (normal saline) 1 มล./กก. กลุ่มที่ 2 ป้อนยาแผนปัจจุบัน bromocriptine เพื่อกระตุ้นให้ไข่ตก ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการหลั่งฮอร์โมน prolactin ขนาด 30 มก...

1203

ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดของเหล่งต๋าเช่า
ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดของเหล่งต๋าเช่าการศึกษาฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดของสารสกัดน้ำจากรากเหล่งต๋าเช่า (Gentiana scabra Bunge) ในเซลล์ของต่อมไร้ท่อในทางเดินอาหาร (NCI-H716 cell) พบว่าสารสกัดน้ำจากเหล่งต๋าเช่า มีฤทธิ์กระตุ้นการหลั่ง glucagon-like peptide-1 (GLP-1) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ชักนำให้มีการหลั่งอินซูลินเพื่อตอบสนองต่อระดับกลูโคสที่สูงขึ้น โดยความสามารถในการกระตุ้นนี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับความเข้มข้นของสารสกัดที่ใช้ และเมื่อทำการทดสอบในหนูเม้าส์ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 (db/db mouse) พบว่าสา...

626

พิษต่อเซลล์มะเร็งของสารสกัดจากใบส้มโอ
พิษต่อเซลล์มะเร็งของสารสกัดจากใบส้มโอเมื่อนำสารสกัดเฮกเซน, คลอโรฟอร์ม, เอทิลอะซีเตท, บิวทานอล และน้ำจากใบส้มโอ ความเข้มข้น 50, 100, 200 มคก./มล. ทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง 5 ชนิด ได้แก่ เซลล์มะเร็งปอด NCI-H460, เซลล์มะเร็ง neuroblastoma SK-N-H460, เซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ HCT-15, เซลล์มะเร็งปากมดลูก Hela และเซลล์มะเร็งเต้านม MCF-7 พบว่าสารสกัดคลอโรฟอร์มมีฤทธิ์ดีที่สุด โดยมีค่า IC50 ต่อเซลล์มะเร็งทั้ง 5 ชนิด เท่ากับ 81.18, 129.56, 114.94, 56.54 และ 176.93 มคก./มล ตามลำดับ แต่ไม่เป็นพิษต่อเซลล์ปกต...

1222

ฤทธิ์ลดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของแตงกวา
ฤทธิ์ลดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของแตงกวาทดลองให้หนูแรทกินผงแตงกวาที่ได้จากการนำน้ำคั้นของแตงกวา (Cucumis sativus L.) ไปผ่านความร้อนอุณหภูมิ 80°C เป็นเวลา 40 นาที แล้วทำให้เป็นผงแห้งที่อุณหภูมิ -20°C ขนาด 10, 100 และ 500 มก./กก. ทั้งในช่วงก่อน, หลัง และระหว่างที่ป้อนแอลกอฮอล์เข้มข้น 22% ให้แก่หนูแรท ผลการทดลองพบว่า การกินผงแตงกวาทุกขนาดในช่วงก่อนป้อนแอลกอฮอล์ 30 นาที มีผลลดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดหนูลงในชั่วโมงที่ 7 ของการทดลองอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม และมีผลเพิ่มการทำงานของเอนไ...

920

ฤทธิ์ปกป้องตับของสารสำคัญจากใบงาขี้ม้อน
ฤทธิ์ปกป้องตับของสารสำคัญจากใบงาขี้ม้อนการทดสอบฤทธิ์ปกป้องตับของสาร caffeic acid (CA) และ rosmarinic acid (RA) ซึ่งเป็นสารสำคัญที่อยู่ในสารสกัดน้ำจากใบงาขี้ม้อน (Perilla frutescens  (L.) Britton) ในเซลล์มะเร็งตับของมนุษย์ HepG2 และในหนูแรท พบว่า CA มีฤทธิ์ต้านการถูกทำลายจากกระบวนการ oxidative ได้ดีกว่า RA และการป้อนสาร CA ขนาด 1.32 มก./กก. น้ำหนักตัว หรือ RA ขนาด 26.84 มก./กก. น้ำหนักตัว ให้หนูซึ่งถูกเหนี่ยวนำให้ตับถูกทำลายด้วยการฉีดสาร tert-butyl hydroperoxide ขนาด 0.5 มิลลิโมล/กก. น้ำหนัก...

875

ผลของกล้วยในการปกป้องผิวจากการถูกทำลายด้วยแสงยูวี
ผลของกล้วยในการปกป้องผิวจากการถูกทำลายด้วยแสงยูวีการศึกษาผลปกป้องผิวจากการถูกทำลายด้วยแสงยูวีของกล้วยไทย ได้แก่ กล้วยน้ำว้าและกล้วยไข่ ในหนูเม้าส์ โดยป้อนเนื้อกล้วยน้ำว้าหรือกล้วยไข่สด ขนาด 0.5, 1 และ 1.5 มก./กก./วัน และวิตามินซี ขนาด 50 มก./วัน เป็นเวลา 12 สัปดาห์ แก่หนูที่กระตุ้นให้ผิวถูกทำลายด้วยการฉายรังสียูวี บี ที่ผิวหนัง (3 ครั้ง/สัปดาห์) พบว่ากล้วยไข่ ขนาด 1 มก./กก. และวิตามินซี มีผลเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว และปริมาณของกลูตาไธโอนที่ลดลงจากการถูกทำลายด้วยแสงยูวีได้ ขณะที่กล้วยน้ำว้าไม่มี...