Menu

ข่าวความเคลื่อนไหว ผลวิจัยจากการทดลอง ของ สมุนไพร ชนิดต่างๆ

สารเคอร์คูมินและวิตามินอีช่วยลดอาการร้อนวูบวาบในผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน

การศึกษาแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม ปกปิดสามทาง (triple-blind randomized controlled clinical trial) ในอาสาสมัครผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน จำนวน 93 คน อายุเฉลี่ย 51.7 ปี โดยสุ่มแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ได้รับแคปซูลสารสกัดเคอร์คูมิน ขนาด 500 มก. กลุ่มที่ 2 ได้รับยาเม็ดวิตามินอี ขนาด 200 หน่วยสากล และกลุ่มที่ 3 ได้รับยาหลอก รับประทานวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 8 สัปดาห์ อาสาสมัครจะได้รับการประเมินอาการร้อนวูบวาบ และอาการที่เกี่ยวข้องกับภาวะหลังหมดประจำเดือนโดยใช้แบบประเมินต่างๆ ได้แก่ แบบประเมินความวิตกกังวล (Spielberger STAI) พฤติกรรมทางเพศ (Female Sexual Function Index: FSFI) และอาการในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน (the Greene Climacteric Scale) ผลการศึกษาพบว่าการรับประทานสารเคอร์คูมิน มีผลลดอาการร้อนวูบวาบได้อย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่สัปดาห์ที่ 4 ของการศึกษา และเมื่อครบกำหนด 8 สัปดาห์ ทั้งกลุ่มที่ได้รับสารเคอร์คูมินและวิตามินอีต่างมีอาการร้อนวูบวาบลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก (เคอร์คูมิน difference=−10.7, 95% confidence interval=−3.6 to−17.9, P=0.001) และวิตามินอี (−8.7, −0.6 to −15.0, P=0.029) อย่างไรก็ตามไม่พบผลของการเปลี่ยนแปลงในด้านความวิตกกังวล พฤติกรรมทางเพศ และอาการหลังหมดประจำเดือนอื่นๆ ในอาสาสมัครทั้ง 3 กลุ่ม ผลการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการรับประทานสารเคอร์คูมินและวิตามินอีช่วยลดอาการร้อนวูบวาบในผู้หญิงวัยทองได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่มีผลต่ออาการวิตกกังวล พฤติกรรมทางเพศ และอาการอื่นๆ หลังหมดประจำเดือน

Complement Ther Med. 2020;48:102267.

ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

1

2

3

4

5

6

บทความอื่นๆ

236

ฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางของหญ้าขัดใบป้อม
ฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางของหญ้าขัดใบป้อม เมื่อนำสารสกัดหญ้าขัดใบป้อมด้วย 70% อัลกอฮอล์มาทดสอบในหนูถีบจักร พบว่าปริมาณที่ทำให้สัตว์ทดลองตายครึ่งหนึ่งคือ 2639 มก./กก. และขนาดที่ให้ผลต่อระบบประสาทส่วนกลางคือเมื่อฉีดสารสกัดเข้าช่องท้อง 1000 มก./กก. พบว่ามีอาการกดประสาท การเดินลดลง ลดการตอบสนองต่อการสัมผัส ปวด และปัสสาวะน้อยลง(J Ethnopharmacol 2005;98:275-9) ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล...

744

ผลของสารสกัดจากใบโพธิ์ต่อหนูแรทที่มีภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง
ผลของสารสกัดจากใบโพธิ์ต่อหนูแรทที่มีภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูงการศึกษาฤทธิ์ลดระดับไขมันในเลือดและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดเอทานอลและสารสกัดเฮกเซนจากใบโพธิ์ (Ficus religiosa  Linn.) ในหลอดทดลองพบว่า สารสกัดเอทานอลและสารสกัดเฮกเซนจากใบโพธิ์ มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ β-hydroxy-β-methylglutaryl coenzyme A reductase (เอนไซม์ชนิดนี้เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล) และมีฤทธิ์ในการกำจัดอนุมูลอิสระ DPPH ส่วนการทดลองในหนูแรทที่ได้รับคอเลสเตอรอลขนาด 30 ก. สัปดาห์ละ 5 ครั้ง เป็นเวลา 9 ส...

1054

การปรุงอาหารรูปแบบต่างๆ
การปรุงอาหารรูปแบบต่างๆ ส่งผลให้คุณค่าทางโภชนาการของกะหล่ำปลีม่วงลดลงการศึกษาเพื่อประเมินว่าวิธีการปรุงอาหารรูปแบบต่างๆ ได้แก่ การนึ่ง การใช้ไมโครเวฟ การต้ม และผัด ส่งผลต่อคุณค่าทางโภชนาการของกะหล่ำปลีม่วง (Brassica oleracea L. var. capitata f. rubra DC.) โดยเปรียบเทียบกับกะหล่ำปลีม่วงสด พบว่าการปรุงอาหารทุกรูปแบบส่งผลให้ปริมาณสารแอนโทไซยานิน (anthocyanin) และกลูโคไซโนเลท (glucosinolates) ลดลง และพบว่าการนึ่งจะรักษาปริมาณวิตามินซีและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระได้ดีที่สุด ส่วนการผัดและต้มจะส่งผล...

1129

อันตรกิริยาระหว่างชาเขียว
อันตรกิริยาระหว่างชาเขียว (Green Tea) กับยารักษาภาวะความดันโลหิตสูง Nadololการศึกษาทางเภสัชจลนศาสตร์และเภสัชพลศาสตร์ของอันตรกิริยาระหว่างชาเขียวกับยา nadolol ซึ่งเป็นยารักษาความดันโลหิตสูงกลุ่ม β-blocker โดยทดสอบทางคลินิกแบบ randomized crossover ในอาสาสมัครสุขภาพดี 10 คน โดยให้ดื่มชาเขียว 350 มล. หรือน้ำเปล่าร่วมกับรับประทานยา nadolol 30 mg หลังจากนั้น 30 นาที ให้ดื่มชาเขียว 350 มล. หรือน้ำเปล่าอีกครั้ง ทำการทดสอบทุกเช้า เป็นเวลา 14 วัน หลังจากนั้นสลับการรักษาโดยมีระยะพัก (washout periods)...

1647

ฤทธิ์ต้านแบคทีเรียของใบดาหลา
ฤทธิ์ต้านแบคทีเรียของใบดาหลาการศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียแกรมบวกชนิด Staphylococcus epidermidisand และ Pseudomonas aeruginosaare ของสารสกัด 70%เอทานอลและส่วนสกัดต่างๆ จากใบดาหลา (Etlingera elatior) ด้วยวิธีdiffusion method และ bioautography method พบว่าสารสกัด 70%เอทานอลมีค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งเชื้อ (MIC) ทั้ง 2 ชนิดเท่ากับ 400-25 มคก./มล. ในขณะที่ส่วนสกัดเอ็น-เฮกเซน, ส่วนสกัดเอทธิลอะซีเตท, และส่วนสกัดเมทานอลมีค่า MIC ต่อเชื้อ S. epidermidis เท่ากับ 200, 100 และ 200 มคก./มล. ตามล...

1270

ฤทธิ์เสริมการรักษาของน้ำมันหอมระเหยจากกุหลาบมอญต่ออาการปวดประจำเดือน
ฤทธิ์เสริมการรักษาของน้ำมันหอมระเหยจากกุหลาบมอญต่ออาการปวดประจำเดือนการศึกษาทางคลินิกในผู้หญิงอายุ 19-30 จำนวน 100 คน ที่มีอาการปวดประจําเดือนชนิดปฐมภูมิ โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่ได้รับการฉีดยาต้านอักเสบและลดอาการปวด diclofenac sodium ขนาด 75 มก. เข้ากล้ามเนื้อ เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยา diclofenac sodium ร่วมกับการใช้น้ำมันหอมระเหยจากกุหลาบมอญ (Rosa × damascena Herrm.) 2% ในสุคนธบำบัด (aromatherapy) หลังจากนั้น 10 และ 30 นาที ประเมินความรุนแรงของอาการปวดของทั้งสองกลุ่มด้วย ...

1315

ผลของการรับประทานอัลมอนด์ต่อระดับกรดยูริกในผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด
ผลของการรับประทานอัลมอนด์ต่อระดับกรดยูริกในผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดการศึกษาแบบสุ่มในผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดจำนวน 150 คน แบ่งผู้ป่วยออกเป็น 3 กลุ่มๆ ละ 50 คน กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับอัลมอนด์ กลุ่มที่ 2 ให้รับประทานเมล็ดอัลมอนด์จากปากีสถาน กลุ่มที่ 3 ให้รับประทานเมล็ดอัลมอนด์จากอเมริกา ขนาด 10 กรัม/วัน โดยนำเมล็ดอัลมอนด์แช่น้ำ 1 คืน แล้วนำมารับประทานก่อนอาหารเช้าทุกวัน นาน 12 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มที่รับประทานเมล็ดอัลมอนด์ระดับกรดยูริก ลดลง โดยในสัปดาห์ที่ 6 ของการศึกษา กลุ่มที่ไ...

618

ฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์
ฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ lipase จากตับอ่อนของสารโพลีฟีนอลในชาการทดลองในหลอดทดลองพบว่าสารโพลีฟีนอลจากชาขาว ชาเขียว และชาดำมีผลยับยั้งเอนไซม์ lipase (เอนไซม์ย่อยไขมัน) จากตับอ่อน โดยชาขาวมีฤทธิ์ยับยั้งได้มากกว่าชาเขียว และชาดำ เมื่อเปรียบเทียบในขนาดที่มี gallic acid 200 มคก./มล.เท่ากัน โดยค่าความเข้มข้นที่ยับยั้งเอนไซม์ lipase ได้ 50% (EC50) ของชาขาวและชาเขียวเท่ากับ 22 และ 35 มคก./มล. ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์ปริมาณสารโพลีฟีนอลโดยวิธี Liquid chromatography-mass spectrometry (LC-MS) พบว่าชาทั้งสองชนิดมี...

1144

ฤทธิ์ป้องกันการเกิดหลอดเลือดแข็งตัวของสารสกัดจากใบมะกอกฝรั่ง
ฤทธิ์ป้องกันการเกิดหลอดเลือดแข็งตัวของสารสกัดจากใบมะกอกฝรั่งการศึกษาสารสกัด 75% เอาทานอลจากใบมะกอกฝรั่ง (Olea europaea L.) ต่อการสะสมไขมันในเลือดของหนูแรทที่ถูกเหนี่ยวนำให้มีภาวะไขมันในเลือดสูงโดยการป้อนด้วยอาหารที่มีส่วนผสมของคอเลสเตอรอล 2% ร่วมกับการป้อนสารสกัดจากใบมะกอกฝรั่งขนาด 50 หรือ 100 มก./กก.น้ำหนักตัว/วัน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ เปรียบเทียบกับการป้อนยาลดไขมัน atorvastatin ขนาด 20 มก./กก.น้ำหนักตัว/วัน ผลการศึกษาพบว่าสารสกัดจากใบมะกอกฝรั่งมีผลลดปริมาณคอเลสเตรอลรวม และ LDL-cholesterol ในเลื...