Menu

ข่าวความเคลื่อนไหว ผลวิจัยจากการทดลอง ของ สมุนไพร ชนิดต่างๆ

ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งของสารสกัดจากเห็ดขอนขาวและเห็ดฟาง

เมื่อนำส่วนของดอก (fruiting body) เห็ดขอนขาว (Lentinus squarrosulus) และเห็ดฟาง (Volvariella volvacea) มาสกัดด้วยน้ำร้อนแล้วตกตะกอนด้วยเอทานอล จะได้สารสกัดซึ่งประกอบด้วยสารหลัก คือ เบต้า-กลูแคน (β-glucan) และสารฟีนอลิก โดยปริมาณของเบต้า-กลูแคนในสารสกัดจากเห็ดขอนขาวและเห็ดฟาง เท่ากับ 0.34 และ 0.66 มก./มล. ตามลำดับ และปริมาณของสารฟีนอลิกรวมในสารสกัดจากเห็ดขอนขาวและเห็ดฟาง เท่ากับ 8.55 และ 14.56 มก. กรดแกลลิก (GAE)/ก. สารสกัด ตามลำดับ เมื่อนำสารสกัดจากเห็ดทั้ง 2 ชนิด มาทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี 2,2-diphenyl-1-picrythydrazyl (DPPH) และ ferric reducing antioxidant power (FRAP) พบว่าสารสกัดจากเห็ดฟางมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าสารสกัดจากเห็ดขอนขาว นอกจากนี้ยังพบว่าสารสกัดจากเห็ดทั้ง 2 ชนิด เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง เมื่อทดสอบในเซลล์มะเร็งตับ HepG2 โดยสารสกัดจากเห็ดฟางจะมีฤทธิ์ดีกว่าสารสกัดจากเห็ดขอนขาวเช่นกัน (ค่า IC50 ของสารสกัดจากเห็ดฟางและเห็ดขอนขาว เท่ากับ 0.7 และมากกว่า 1 มก./มล. ตามลำดับ) จากการศึกษานี้จะเห็นว่าสารสกัดจากเห็ดฟางมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งสูงกว่าสารสกัดจากเห็ดขอนขาว และมีปริมาณของสารเบต้า-กลูแคนสูงกว่า 2 เท่า ดังนั้นสารสกัดจากเห็ดฟางอาจจะเป็นประโยชน์สำหรับการรักษามะเร็งต่อไปในอนาคต

The 44th Congress on Science and Technology of Thailand (STT44), 2018, 29-31 October 2018:119-23.

ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

1

2

3

4

5

6

บทความอื่นๆ

1008

ผลของสารสกัดสมอไทยต่อค่า
ผลของสารสกัดสมอไทยต่อค่า pH ของน้ำลายและสุขภาพในช่องปากการศึกษาทางคลินิกแบบสุ่มปกปิดข้อมูลทั้งสองด้านถึงประสิทธิภาพของน้ำยาบ้วนปากสารสกัดจากผลสมอไทย (Terminalia chebula Retz.) 10% ในการขจัดคราบจุลินทรีย์และรักษาเหงือกอักเสบ เปรียบเทียบกับน้ำยาบ้วนปาก chlorhexidine 0.12% และน้ำเกลือ (saline solution) ในอาสาสมัคร อายุ 19-25 ปี จำนวน 78 คน โดยให้บ้วนปาก วันละ 2 ครั้งๆ ละ 10 มล. หลังอาหารเช้าและกลางวัน เป็นเวลา 2 สัปดาห์ พบว่าน้ำยาบ้วนปากทั้งสองชนิด มีผลลดคราบจุลินทรีย์และลดการอักเสบของเหงือกได้ไม่...

60

ฤทธิ์เป็นพิษต่อเซลล์ของโสม
ฤทธิ์เป็นพิษต่อเซลล์ของโสม สารประกอบ acetylenic 16 ชนิด ได้แก่ panaxynol , panaxydol , panaxydol chlorohydrin , panaxytriol , panaxyne epoxide , ginsenoynes A , C , D, E , H , I , J , K , panaxynol linoleate , panaxydol linoleate , ginsenoyne A linoleate ซึ่งแยกได้จากรากโสม ( Panax ginseng CA. Meyer ) แสดงฤทธิ์เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งของหนูและคนในหลอดทดลอง ( in vitro ) และพบว่าสาร panaxydol มีฤทธิ์แรงกว่า 5-fluorourasil และ ci...

644

ฤทธิ์ต้านการหดเกร็งของน้ำมันสะระแหน่ฝรั่งต่อกล้ามเนื้อเรียบของหลอดลมในหนูแรท
ฤทธิ์ต้านการหดเกร็งของน้ำมันสะระแหน่ฝรั่งต่อกล้ามเนื้อเรียบของหลอดลมในหนูแรทการศึกษาฤทธิ์ต้านการหดเกร็งของน้ำมันสะระแหน่ฝรั่งที่ความเข้มข้น 1 - 300 ไมโครกรัม/มล. ในกล้ามเนื้อเรียบหลอดลมของหนูแรทเพศผู้ โดยเหนี่ยวนำให้กล้ามเนื้อเรียบของหลอดลมหดตัวด้วยสารคาบาคอล (cabachol) ขนาด 10 ไมโครโมลาร์ นาน 10 นาที ในแต่ละช่วง พร้อมกับให้หรือไม่ให้ indomethacin (สารยับยั้งการสร้างพรอสต้าแกลนดิน 10 ไมโครโมลาร์), L-N-metyl-nitro-arginine (สารยับยั้ง K+ channel 100 ไมโครโมลาร์), hexamethonium (สารยับยั้งการสร้า...

55

ฤทธิ์ยับยั้งเชื้อมาลาเรียจากชิงเฮา
ฤทธิ์ยับยั้งเชื้อมาลาเรียจากชิงเฮา ชิงเฮา (Artemisia annua Linn.) ประกอบด้วยสารartemisinin ซึ่งแสดงฤทธิ์ต้านเชื้อมาลาเรีย ในส่วนเหนือดินของชิงเฮาที่ทำการเพาะปลูกในแอฟริกา มีปริมาณ artemisinin 0.63-0.70% ของน้ำหนักแห้ง เมื่อนำมาเตรียมในรูปแบบชาชงพบว่าจะสามารถสกัดสารartemisinin ได้ประมาณ 40% ของทั้งหมด จากการทดลองโดยใช้ใบแห้ง 5กรัมต่อน้ำ 1ลิตร ในผู้ป่วยมาลาเรีย 5 รายพบว่า จะไม่พบเชื้อมาลาเรียในเลือดภายใน 2-4 วัน และทดลองในผู้ป่วยมาลา...

790

ฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในระบบทางเดินอาหารของใบชงโค
ฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในระบบทางเดินอาหารของใบชงโคศึกษาฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในระบบทางเดินอาหาร ของสารสกัดน้ำจากใบชงโค โดยทดลองป้อนสารสกัดน้ำใบชงโคขนาด 100 500 และ 1,000 มก./กก. ให้แก่หนูแรท 48 ชั่วโมง ก่อนเหนี่ยวนำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารด้วยการป้อนเอทานอลบริสุทธิ (absolute ethanol) หรือป้อนด้วยยา indomethacin และวิธีผูกช่วงต่อระหว่างกระเพาะอาหารกับลำไส้เล็ก (pylorus ligation) จากนั้นทำการผ่าซากหนูและแยกอวัยวะในระบบทางเดินอาหารเพื่อสังเกตลักษณะทางกายวิภาคของกระเพาะอาหารและลำไส้ ผลการทดลองพบว่า สารสกั...

1267

ฤทธิ์ปกป้องตับและไตของหนูที่เป็นเบาหวานของโปรตีนจากเมล็ดข้าว
ฤทธิ์ปกป้องตับและไตของหนูที่เป็นเบาหวานของโปรตีนจากเมล็ดข้าวการศึกษาฤทธิ์ปกป้องตับและไตของโปรตีนจากเมล็ดข้าว (rice endosperm protein; REP) ที่สกัดแยกมาจากข้าวญี่ปุ่น Oryza sativa L. cv. Koshihikari ในหนูแรทที่อ้วนและเป็นเบาหวาน (Zucker diabetic fatty (ZDF) rat) ซึ่งหนูดังกล่าวจะมีภาวะไขมันเกาะตับ (fatty liver) และไตผิดปกติจากภาวะเบาหวาน (diabetic nephropathy) โดยให้หนู ZDF เพศผู้ อายุ 7 สัปดาห์ กินอาหารที่มี REP หรือโปรตีนนม (casein; C) เป็นส่วนประกอบอยู่ 20% เป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่าระดับ HbA1c ...

1043

ฤทธิ์ลดไขมันของดอกเก๊กฮวย
ฤทธิ์ลดไขมันของดอกเก๊กฮวย (Chrysanthemum morifolium )ศึกษาฤทธิ์ลดไขมันของสารสกัด polyphelol จากดอกเก๊กฮวย ในหนูเม้าส์ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะไขมันในเลือดและในตับสูง โดยการเลี้ยงด้วยนมที่มีไขมันสูง จากนั้นป้อนสารสกัด polyphenol จากดอกเก๊กฮวยขนาดวันละ 75, 150 และ 300 มก./กก. ตามลำดับ นาน 6 สัปดาห์ เมื่อเสร็จสิ้นการทดลองทำการชำแหละซาก แยกเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อตับเพื่อตรวจวิเคราะห์ลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยเทคนิคทางจุลกายวิภาคศาสตร์ (histological techniques) วิเคราะห์การแสดงออกของโปรตีนที่เกี่ยวข...

214

ฤทธิ์เพิ่มความจำของชะเอมเทศ
ฤทธิ์เพิ่มความจำของชะเอมเทศการศึกษาผลของสารสกัดน้ำชะเอมเทศในหนูถีบจักร พบว่าเมื่อให้หนูกินสารสกัดในขนาด 75, 150 และ 300 มก./กก. เป็นเวลา 4 วัน กลุ่มที่ได้รับ 150 มก./กก. มีการเรียนรู้และความจำเพิ่มขึ้น และยังช่วยทำให้การเสียความทรงจำเนื่องจาก diazepam และ scopolamine หายไป ซึ่งฤทธิ์นี้อาจเนื่องมากจากฤทธิ์ต้านการอักเสบ และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ การที่ยับยั้งฤทธิ์ของ scopolamine อาจเนื่องจากมีผลต่อ cholinergic transmission ในสมองหนูJ Ethnopharmacol 2004;91(2-3):361-5 ข้อมู...

1588

ประสิทธิภาพในการรักษาผมร่วงของสารสกัดต้นอ่อนถั่วลันเตา
ประสิทธิภาพในการรักษาผมร่วงของสารสกัดต้นอ่อนถั่วลันเตาการศึกษาในอาสาสมัคร จำนวน 10 คน อายุ 46-60 ปี ซึ่งให้ทาผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยสารสกัดต้นอ่อนถั่วลันเตา (pea sprout extract) 2% บริเวณศีรษะด้านหลัง วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 2 สัปดาห์ พบว่ามีผลเพิ่มการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับการงอกของเส้นผม ได้แก่ fibroblast growth factor 7 (FGF7) และ noggin ได้ 56% และ 85% ตามลำดับ และการศึกษาในอาสาสมัครซึ่งมีอาการผมร่วงเล็กน้อยถึงปานกลาง (วันละ ≥ 100 เส้น) จำนวน 21 คน อายุ 22-63 ปี ซึ่งให้รับประทานสาร...