Menu

ข่าวความเคลื่อนไหว ผลวิจัยจากการทดลอง ของ สมุนไพร ชนิดต่างๆ

ผลของการรับประทานแตงโมต่อการตอบสนองความอิ่มและปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ใหญ่ภาวะน้ำหนักเกินและภาวะอ้วน

การศึกษาทางคลินิกในอาสาสมัครผู้ใหญ่ภาวะน้ำหนักเกินหรือภาวะอ้วนทั้งหญิงและชาย มีดัชนีมวลกายอยู่ที่ 25-40 กก./ม.2 จำนวน 33 คน แบ่งออกเป็นกลุ่มทดสอบที่ให้รับประทานแตงโม 2 ถ้วย ปริมาณ 92 กิโลแคลอรี่/วัน เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ให้รับประทานคุกกี้ไขมันต่ำ (Nabisco vanilla wafer cookies) ซึ่งมีปริมาณแคลลอรี่เท่ากับกลุ่มทดสอบ เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ แล้วสลับการรักษา โดยมีระยะพัก (washout) 2-4 สัปดาห์ ผลการทดสอบพบว่าการรับประทานแตงโมมีผลต่อการตอบสนองของความอิ่ม (ความรู้สึกหิว การบริโภคอาหาร ความต้องการรับประทานอาหาร ความรู้สึกอิ่ม) หลังจากรับประทาน 90 นาที ได้ดีกว่ากลุ่มที่รับประทานคุกกี้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) กลุ่มที่รับประทานแตงโมมีผลต่อการลดน้ำหนักตัว ค่าดัชนีมวลกาย ค่าความดันของเลือดสูงสุดขณะหัวใจห้องล่างบีบตัว และอัตราส่วนของรอบเอวต่อรอบสะโพก (waist-to-hip ratio) (p ≤0.05) ส่วนกลุ่มที่รับประทานคุกกี้มีผลเพิ่มความดันโลหิตและไขมันของร่างกาย (p < 0.05) กลุ่มที่รับประทานแตงโมมีภาวะเครียดจากการออกซิเดชันต่ำกว่า ที่สัปดาห์ที่ 4 ของการทดสอบ (p = 0.034) และมีความสามารถในการต้านออกซิเดชันโดยรวมเพิ่มขึ้น (p = 0.003) จากผลการทดสอบนักวิจัยสรุปว่าการรับประทานแตงโมมีผลในการช่วยลดน้ำหนักตัว ลดค่าดัชนีมวลกาย และลดความดันโลหิตได้ผลดีกว่าการรับประทานคุกกี้ไขมันต่ำ ซึ่งอาจจะมีผลในการช่วยปรับปรุงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับภาวะน้ำหนักเกินและภาวะอ้วน และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ อย่างไรก็ตาม วิธีการควบคุมน้ำหนักที่ดีที่สุด คือ การควบคุมอาหาร เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์หลากหลายชนิดในปริมาณที่เหมาะสม ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

Nutrients. 2019;11(3).pii:E595.doi:10.3390/nu11030595.

ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

1

2

3

4

5

6

บทความอื่นๆ

908

ฤทธิ์ต้านการเกิดพังผืดที่ปอดของสารอัลคาไลน์ในเปลือกส้มเขียวหวาน
ฤทธิ์ต้านการเกิดพังผืดที่ปอดของสารอัลคาไลน์ในเปลือกส้มเขียวหวานการศึกษาฤทธิ์ต้านการเกิดพังผืดที่ปอดของสารอัลคาไลน์ในเปลือกส้มเขียวหวานนั้นทำการศึกษาทั้งในหลอดทดลองและในหนูแรท โดยที่สารกลุ่มอัลคาไลน์ที่ได้จากการสกัดเปลือกผลส้มเขียวหวานด้วยเอทานอล (CAE : citrus alkaline extract) เมื่อนำไปทดสอบกับเซลล์ไฟโบบลาสต์ของปอด (MRC-5 cell) และเมื่อทดสอบในหนูแรท 36 ตัว แบ่งหนูเป็น 6 กลุ่มๆ ละ 6 ตัว กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มหนูปกติให้กินน้ำ กลุ่มที่ 2 เป็นหนูกลุ่มควบคุมให้ bleomycin (เป็นสารที่ทำให้เกิดการอักเสบแ...

357

สาร
สาร diallyl sulfone จากกระเทียมป้องกันการกลายพันธุ์เมื่อป้อนสาร diallyl sulfone (DASO22Carcinogenesis 2007;28(80):1824-30 ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล...

511

สาร
สาร catechin จากชาเขียวมีฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มการสะสมไขมันในเซลล์ไขมันสาร (-) - epigallocatechin - 3 - gallate (EGCG) จากชาเขียว ขนาด 0, 1 และ 10 ไมโครโมล เมื่อนำมาทดสอบกับเซลล์ไขมัน (3T3-L1 adipocytes) พบว่าสาร EGCG ขนาด 10 ไมโครโมล สามารถลดการสะสมไขมันในเซลล์ไขมันได้ 19% เมื่อเปรียบเทียบกับเซลล์ที่ไม่ได้รับสาร EGCG โดยไปกระตุ้นการสลายไขมัน และกระตุ้นให้มีการเพิ่มระดับ mRNA ของเอนไซม์ lipase ที่ไวต่อฮอร์โมน (hormone sensitive lipase) จาการศึกษาในครั้งนี้สรุปได้ว่า สาร EGCG จากชาเขียว ขนาด...

1326

สารสำคัญและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของน้ำมันหอมระเหยจากเหง้าหญ้าแห้วหมู
สารสำคัญและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของน้ำมันหอมระเหยจากเหง้าหญ้าแห้วหมูการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของน้ำมันหอมระเหยจากเหง้าหญ้าแห้วหมู พบว่าสารสำคัญส่วนใหญ่ในน้ำมันหอมระเหย ได้แก่ α-cyperone (38.46%), cyperene (12.84%) และ α-selinene (11.66%) น้ำมันหอมระเหยมีฤทธิ์ดีในการต้านอนุมูลอิสระเมื่อทดสอบด้วยวิธี DPPH และ ABTS radicals scavenging และ Ferric reducing antioxidant power มีฤทธิ์ป้องกันความเสียหายของดีเอ็นเอที่ถูกเหนี่ยวนำด้วย ferrous ion (Fe2+) และ 2,2′-azobi...

110

ความเป็นพิษของสารกลุ่มอัลคิลฟีนอลในใบแป๊ะก๊วย
ความเป็นพิษของสารกลุ่มอัลคิลฟีนอลในใบแป๊ะก๊วย การเตรียมสารสกัดมาตรฐานใบแป๊ะก๊วย (Ginkgo biloba  L.) นอกจากต้องกำหนด ปริมาณสารสำคัญคือ flavones glycosides และ terpene lactones แล้ว ยังต้องกำหนดปริมาณสูงสุดของสารเป็นพิษ คือ ginkgolic acids โดยกำหนดไว้ไม่เกิน 5 ส่วนในล้านส่วน (ppm) การศึกษาเพื่อยืนยันความเป็นพิษของ ginkgolic acids ทำโดยนำส่วนที่ทิ้งจากขบวนการเตรียมสารสกัดมาตรฐานใบแป๊ะก๊วย ซึ่งเป็นส่วนที่สารกลุ่ม alkylphenols ส่...

291

ฤทธิ์ป้องกันการถูกทำลายของตับจากสารสกัดผลสมอพิเภก
ฤทธิ์ป้องกันการถูกทำลายของตับจากสารสกัดผลสมอพิเภกสารสกัดผลสมอพิเภกด้วยเอทานอล ขนาด 200, 400 และ 800 มก./กก. และสารสกัด gallic acid จากผลสมอพิเภก ขนาด 50, 100 และ 200 มก./กก. เมื่อป้อนให้หนูขาวหลังจากที่หนูขาวได้รับการฉีดสารคาร์บอนเตดตระคลอไรด์ที่ทำลายตับ ขนาด 1.5 มล./กก. เข้าทางช่องท้อง พบว่าหนูที่ได้รับสารสกัดผลสมอพิเภก ขนาด 400 และ 800 มก./กก. และหนูที่ได้รับสารสกัด gallic acid ขนาด 100 และ 200 มก./กก. ระดับเอนไซม์ aspartate aminotransferase (AST), alanine aminotransferase (ALT) และ alka...

1382

สารไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลืองช่วยให้การเจริญเติบโตและคุณภาพของกระดูกดีขึ้นในสัตว์ทดลอง
สารไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลืองช่วยให้การเจริญเติบโตและคุณภาพของกระดูกดีขึ้นในสัตว์ทดลองการศึกษาผลของสารไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลือง (soy isoflavone) ต่อความยาวของกระดูกหน้าแข้ง (tibia length) ความหนาแน่นมวลกระดูก (bone mineral density; BMD) และตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับการสร้างกระดูกของหนูแรทเพศเมียวัยกำลังเจริญเติบโต (อายุ 3 สัปดาห์) โดยแบ่งหนูเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ได้รับน้ำเปล่า ทางกระเพาะอาหาร (กลุ่มควบคุม) กลุ่มที่ 2 ได้รับไอโซฟลาโวนขนาดต่ำ (10 มก./กก./วัน) ทางกระเพาะอาหาร (low-IF) กลุ่มที่ 3 ได้รับไอโ...

495

ผลน้ำมันเทียนดำ
ผลน้ำมันเทียนดำ (Black caraway) ต่อน้ำหนักตัวของหนูที่เป็นเบาหวานการศึกษาในหนูแรท 40 ตัว น้ำหนัก 145-240 กรัม โดยแบ่งหนูขาวออกเป็น 8 กลุ่ม กลุ่มละ 5 ตัว โดยให้กลุ่มที่ 1 เป็นชุดควบคุม กลุ่มที่ 2 ให้น้ำมันเทียนดำ 10 มลก./กก.น้ำหนักตัว โดยต่อท่อเข้าทางกระเพาะอาหาร กลุ่มที่ 3-8 ชักนำให้เกิดเบาหวานโดยการฉีด alloxan 70 มลก./กก.น้ำหนักตัว และต่อท่อเข้าทางกระเพาะเพื่อให้น้ำมันเทียนดำแก่หนูในกลุ่มที่ 4-8 ในปริมาณ 5, 10, 20, 40 และ 80 มลก./กก.น้ำหนักตัว ตามลำดับ แล้วทำการชั่งน้ำหนักหนูทุกวัน เป็นเวลา 10 ...

155

ครีมว่านหางจระเข้ทดลองทางคลินิก
ครีมว่านหางจระเข้ทดลองทางคลินิก Phase 3 ในคนไข้มะเร็งเต้านมที่ได้รับการฉายรังสี จากการทดลองทางคลินิก phase 3 ของครีมว่านหางจระเข้ในการลดอาการข้างเคียงที่ผิวหนังจากรังสี เช่น erythema, อาการปวด, อาการคัน, การเกิดการหลุดลอกของผิวหนัง ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับการฉายรังสีหลังการผ่าตัดจำนวน 225 ราย ทำการทดสอบแบบสุ่มเทียบกับ aqueous cream โดยให้ผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มทาครีมวันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 2 สัปดาห์หลังจากที่ได้รับการฉายรังสีเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากการศึกษาพบว่า aqueous cream ให้ผลลดอาก...