Menu

ข่าวความเคลื่อนไหว ผลวิจัยจากการทดลอง ของ สมุนไพร ชนิดต่างๆ

ฤทธิ์ต้านเชื้อรา Aspergillus niger จากเหง้าว่านน้ำ

การศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อราของสมุนไพร 10 ชนิด ได้แก่ ใบ Birch-Leaved Cat Tail (Acalypha fruticose), ใบตำแยแมว (Acalypha indica), ใบมะตูม (Aegle marmelos), ใบเสนียด (Adhatoda vasica), ใบรัก (Calotropis gigantean), ใบทองหลางลาย (Erythrina indica), ใบคนทีเขมา (Vitex negundo), ใบยี่โถ (Nerium oleander), ใบมะขามเทศ (Pithecellobium dulce), เหง้าว่านน้ำ (Acorus calamus) และน้ำมันหอมระเหยของว่านน้ำ (ได้จากการสกัดเหง้าว่านน้ำด้วยวิธีกลั่นด้วยน้ำ) โดยนำมาสกัดด้วยตัวทำละลายต่างๆ คือ benzene, chloroform, ethanol, ethyl acetate, methanol, hexane, และ petroleum ether และนำสารสกัดที่ได้มาทดสอบฤทธิ์ต้านเชื้อรา Aspergillus niger ATCC 16888 เปรียบเทียบผลที่ได้กับยาต้านเชื้อรา 2 ชนิดคือ itraconazole และ voriconazole พบว่า สารสกัดเมทานอลและน้ำมันหอมระเหยของว่านน้ำมีประสิทธิภาพในการต้านเชื้อราได้ดีที่สุด (ความเข้มข้น 100 มคล./มล.) เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมและกลุ่มที่ได้รับยาต้านเชื้อรา (ความเข้มข้น 1 มก./มล.) โดยมีค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งเชื้อได้ (MIC) ประมาณ 5 มคก./มล. การวิเคราะห์ทางเคมีพบว่าสารออกฤทธิ์ของว่านน้ำคือ β-Asarone และการศึกษากลไกการออกฤทธิ์พบว่า β-Asarone เข้าแทรกแซงการทำงานและลดปริมาณของ ergosterol ในเยื่อหุ้มเซลล์ของ A. niger ATCC 16888 แสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากเหง้าว่านน้ำและสาร β-Asarone มีประสิทธิภาพในการต้านเชื้อรา ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ในการนำไปพัฒนาเป็นสารต้านเชื้อราในอุตสาหกรรมต่อไป

Proceedings of the National Academy of Sciences, India, Section B: Biological Sciences 2019;89(1):173-84.

ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

1

2

3

4

5

6

บทความอื่นๆ

195

ฤทธิ์ต้านการจับตัวของเกร็ดเลือดของ
ฤทธิ์ต้านการจับตัวของเกร็ดเลือดของ adenineAdenine ซึ่งสกัดแยกได้จากใบชุมเห็ดเทศสามารถยับยั้งการจับตัวของเกร็ดเลือดที่เหนี่ยวนำด้วย collagen ได้ดี แต่ยับยั้ง AD ได้เพียงเล็กน้อย(Biol Pharm Bull 2003;26(9):1361-4) ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล...

1328

ผลของกระชายดำต่อสมรรถภาพทางเพศของหนูเพศผู้ที่เป็นเบาหวาน
ผลของกระชายดำต่อสมรรถภาพทางเพศของหนูเพศผู้ที่เป็นเบาหวานเมื่อป้อนหนูแรทเพศผู้ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวานด้วยผงเหง้ากระชายดำ (Kaempferia parviflora) ขนาด 140 280 และ 420 มก./กก. วันละครั้ง เป็นเวลา 6 สัปดาห์ พบว่ากระชายดำไม่มีผลต่อน้ำหนักตัว ระดับน้ำตาลในเลือด และการกินอาหารของหนูที่เป็นเบาหวาน แต่มีผลเพิ่มน้ำหนักของอวัยวะสืบพันธุ์ ได้แก่ อัณฑะ ท่อเก็บเชื้ออสุจิ (epididymis) และต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ (seminal vesicle) กระชายดำที่ขนาด 420 มก./กก. มีผลเพิ่มความหนาแน่นของอสุจิ แต่ไม่มีผลต่อการเคล...

162

ฤทธิ์กดประสาทของ
ฤทธิ์กดประสาทของ barakol Barakol ซึ่งสกัดได้จากใบขี้เหล็ก มีฤทธิ์ยับยั้งประสาทส่วนกลาง ทำให้ลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ ทำให้หลับมากขึ้น และเมื่อทดสอบหากระบวนการออกฤทธิ์ พบว่าไม่ได้เกิดผ่าน GABA หรือ glycine และ barakol ไม่มีฤทธิ์ต้านการซึม และมีฤทธิ์ลดการหลั่ง dopamine จึงเป็นไปได้ว่าฤทธิ์กดประสาทส่วนกลางเนื่องมาจากการลดการหลั่ง dopamine นั่นเอง J Ethnopharmacol 2002;83:87-94 ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสต...

401

ฤทธิ์ยับยับยั้งการสังเคราะห์คอเลสเตอรอลในเซลล์ของสารโพลีฟีนอลจากชาผู่เอ๋อ
ฤทธิ์ยับยับยั้งการสังเคราะห์คอเลสเตอรอลในเซลล์ของสารโพลีฟีนอลจากชาผู่เอ๋อสารสกัดด้วยน้ำร้อนจากชาผู่เอ๋อ (1:50 w/v) นาน 5 นาที เมื่อนำมาทำให้แห้งแข็งด้วยความเย็น ผสมลงในส่วนประกอบของอาหารเลี้ยงเซลล์ พบว่า สามารถยับยั้งการสังเคราะห์คอเลสเตอรอลในเซลล์เพาะเลี้ยง Hep G2Food Chemistry 2008;111:67-71 ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล...

685

ผลของปริมาณคาเฟอีนต่อคุณภาพน้ำเชื้อ
ผลของปริมาณคาเฟอีนต่อคุณภาพน้ำเชื้อ (Semen)สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพของน้ำเชื้อและปริมาณการบริโภคคาเฟอีนในชายชาวเดนมาร์ค 2554 คน ในปี ค.ศ. 2001-2005 โดยให้อาสาสมัครตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ และขอเก็บตัวอย่างน้ำเชื้อเพื่อตรวจวิเคราะห์ ผลการศึกษาพบว่าผู้บริโภคคาเฟอีนปริมาณขนาดปานกลาง (101-800 มิลลิกรัมต่อวัน) และบริโภคเครื่องดื่มโคล่าไม่เกิน 14 ขวดต่อสัปดาห์ (ขวดขนาด 0.5 ลิตร) เปรียบเทียบกับผู้ที่บริโภคคาเฟอีนปริมาณน้อย (ไม่เกิน 100 มิลลิกรัมต...

868

ฤทธิ์ต้านการอักเสบและปรับภูมิคุ้มกันของย่านพาโหม
ฤทธิ์ต้านการอักเสบและปรับภูมิคุ้มกันของย่านพาโหมการศึกษาฤทธิ์ของสาร iridoid glycoside จากต้นย่านพาโหม (IGPS) ในหนูแรทที่ไตเกิดความผิดปกติเนื่องจากมีระดับของกรดยูริกในเลือดสูง โดยป้อน IGPS ขนาด 280, 140, 70 มก./กก.น้ำหนักตัว ให้หนูแรทติดต่อกัน 24 วัน เทียบกับการป้อนยา allopurinol และยา benzbromarone (ทั้ง 2 ชนิด เป็นยาแผนปัจจุบัน ใช้ลดกรดยูริกในเลือด) ให้แก่หนูแรท พบว่า iridoid glycoside ช่วยบรรเทาความเสียหายของเนื้อเยื่อไต ยับยั้งการทำงานของ nuclear factor kappa-beta p65 (NF-kBp65), monocyte che...

1073

ผลในการลดน้ำหนักของชาผู่เอ๋อในผู้ป่วยที่เป็นโรคอ้วนลงพุง
ผลในการลดน้ำหนักของชาผู่เอ๋อในผู้ป่วยที่เป็นโรคอ้วนลงพุงการศึกษาในผู้ป่วยที่เป็นโรคอ้วนลงพุงชายและหญิง จำนวน 70 คน โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ให้รับประทานแคปซูลสารสกัดชาผู่เอ๋อ (Puerh tea) ขนาด 500 มก. (1 แคปซูล มีสารสกัดชาผู่เอ๋อเท่ากับ 333 มก.) ครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 3 เวลา ก่อนอาหาร เป็นเวลา 3 เดือน เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับชาหลอก พบว่าน้ำหนักตัวและค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของกลุ่มที่ได้รับสารสกัดชา มีแนวโน้มลดลง แม้ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับชาหลอก และในการศึกษาแยกกลุ่มตามเ...

1151

ฤทธิ์ปกป้องตับของสารสำคัญจากเป่ยเช่า
ฤทธิ์ปกป้องตับของสารสำคัญจากเป่ยเช่าการศึกษาฤทธิ์ปกป้องตับของสาร paeoniflorin ซึ่งเป็นสารสำคัญที่แยกได้จากเป่ยเช่า (Paeonia lactiflora Pall.) ในหนูเม้าส์ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับ ชนิดที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ (Nonalcoholic fatty liver disease; NAFLD) ซึ่งหนูจะมีลักษณะอ้วน ระดับไขมันในเลือดผิดปกติ และมีไขมันในตับสูง โดยแบ่งหนูเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เป็นหนูปกติ กลุ่มที่ 2 เป็นหนูปกติที่ได้รับสาร paeoniflorin ผสมในอาหาร 0.05% กลุ่มที่ 3 เป็นหนูที่ได้รับอาหารไขมันสูง และกลุ่มที่ 4 เป็น...

289

เปลือกต้นตะบูนขาวช่วยลดอาการท้องเสีย
เปลือกต้นตะบูนขาวช่วยลดอาการท้องเสียเมื่อป้อนสารสกัดด้วยเมทานอลจากเปลือกต้นตะบูนขาว ขนาด 250 และ 500 มก./กก. ให้หนูถีบจักรที่ถูกเหนี่ยวนำให้ท้องเสียด้วยน้ำมันละหุ่งและแมกนีเซียมซัลเฟต พบว่าสารสกัดสามารถลดอาการท้องเสียได้ โดยไปลดปริมาณอุจจาระที่ถ่ายทั้งหมด และปริมาณอุจจาระเหลว นอกจากนั้นยังช่วยลดการเคลื่อนไหวของลำไส้ด้วยJ Ethnopharmacol 2007;199:539-42 ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล...