Menu

ข่าวความเคลื่อนไหว ผลวิจัยจากการทดลอง ของ สมุนไพร ชนิดต่างๆ

การเกิดอันตรกิริยาระหว่างยาลดความดันโลหิต felodipine กับกาแฟ

ศึกษาผลของการเกิดอันตรกิริยาระหว่างการใช้ยาลดความดันโลหิต felodipine ร่วมกับการดื่มกาแฟในอาสาสมัครสุขภาพดีทั้งเพศชายและหญิงจำนวน 13 คน (อายุระหว่าง 31-65 ปี, เฉลี่ย 52 ปี, ในจำนวนนี้เป็นผู้บริโภคกาแฟจำนวน 9 คน และไม่ใช่ผู้บริโภคกาแฟ จำนวน 4 คน) โดยแบ่งอาสาสมัครออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ให้ดื่มกาแฟดำขนาด 300 มล. 2 ครั้ง (ในชั่วโมงที่ 0 และ 1 ของการทดลอง) กลุ่มที่ 2 ให้รับประทานยาลดความดันโลหิต felodipine ขนาด 10 มก. (ในชั่วโมงที่ 0 ของการทดลอง) และกลุ่มที่ 3 ให้ดื่มกาแฟดำขนาด 300 มล. (ในชั่วโมงที่ 0 และ 1 ของการทดลอง) ร่วมกับการรับประทานยา felodipine ขนาด 10 มก. มก. (ในชั่วโมงที่ 0 ของการทดลอง) ทำการตรวจวัดค่าความดันโลหิตทั้งช่วงก่อนและหลังการทดลองเพื่อเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลง และทำการเก็บตัวอย่างเลือดของอาสาสมัครเพื่อตรวจวิเคราะห์ค่าทางเภสัชจลศาสตร์ของยาทุกๆ ชั่วโมง จากชั่วโมงที่ 0-8 ของการทดลอง ผลจากการศึกษาพบว่า การดื่มกาแฟมีผลทำให้ค่าความดันโลหิตของอาสาสมัครเพิ่มสูงขึ้น ทั้งค่าความดันขณะหัวใจบีบตัว (systolic blood pressure) และคลายตัว (diastolic blood pressure) และการดื่มกาแฟร่วมกับการรับประทานยา felodipine มีผลทำให้ค่าความดันโลหิตทั้งสองค่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการรับประทานยา felodipine เพียงอย่างเดียว แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์ค่าทางเภสัชจลศาสตร์ของยา felodipine และคาเฟอีนในเลือดพบว่า ทั้ง 3 กลุ่มไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติแต่อย่างใด ผลการศึกษาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การดื่มกาแฟอาจมีผลต้านการออกฤทธิ์ของยา felodipine ทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร

Am J Hypertens. 2016; 29(12): 1386-93.

ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

1

2

3

4

5

6

บทความอื่นๆ

1594

ผลของกรดคลอโรจีนิก
ผลของกรดคลอโรจีนิก (chlorogenic acids) จากกาแฟต่อไขมันในช่องท้องในผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินการศึกษาทางคลินิก (randomized, double-blind, parallel controlled trial) ผลของกรดคลอโรจีนิก (chlorogenic acids; CGA) ที่พบได้มากในเมล็ดกาแฟสีเขียว (green coffee beans) ในอาสาสมัครสุขภาพดีทั้งเพศหญิงและชายจำนวน 150 คน มีค่าดัชนีมวลกาย ≥25 ถึง ...

236

ฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางของหญ้าขัดใบป้อม
ฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางของหญ้าขัดใบป้อม เมื่อนำสารสกัดหญ้าขัดใบป้อมด้วย 70% อัลกอฮอล์มาทดสอบในหนูถีบจักร พบว่าปริมาณที่ทำให้สัตว์ทดลองตายครึ่งหนึ่งคือ 2639 มก./กก. และขนาดที่ให้ผลต่อระบบประสาทส่วนกลางคือเมื่อฉีดสารสกัดเข้าช่องท้อง 1000 มก./กก. พบว่ามีอาการกดประสาท การเดินลดลง ลดการตอบสนองต่อการสัมผัส ปวด และปัสสาวะน้อยลง(J Ethnopharmacol 2005;98:275-9) ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล...

1617

ผลของการได้รับแป้งจากเมล็ดองุ่นร่วมกับแบคทีเรียจากคีเฟอร์ต่อลักษณะจุลินทรีย์ในลำไส้
ผลของการได้รับแป้งจากเมล็ดองุ่นร่วมกับแบคทีเรียจากคีเฟอร์ต่อลักษณะจุลินทรีย์ในลำไส้การศึกษาลักษณะจุลินทรีย์ในลำไส้ (intestinal microbiota) จากอุจจาระของหนูเม้าส์ที่ได้รับผลิตภัณฑ์ประเภทซินไบโอติก (synbiotics) ที่ประกอบด้วยแป้งซึ่งอุดมไปด้วยสารฟลาโวนอยด์จากเมล็ดองุ่น (flavonoid rich wine grape seed flour; WGF) กับ Lactobacillus kefiri DH5 (LKDH5) ซึ่งเป็นแบคทีเรียกรดแลคติกที่แยกได้จากคีเฟอร์ (kefir lactic acid bacteria; LAB) โดยแบ่งหนูเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ได้รับอาหารไขมันสูง (กลุ่มควบคุม), กลุ...

1290

การก่อการระคายเคืองต่อผิวหนังของสารสกัดแอลกอฮอล์ดีปลีในอาสาสมัครสุขภาพดี
การก่อการระคายเคืองต่อผิวหนังของสารสกัดแอลกอฮอล์ดีปลีในอาสาสมัครสุขภาพดีการทดสอบการก่อการระคายเคืองต่อผิวหนังของสารสกัดเอทานอล 95% ของดีปลีในอาสาสมัครสุขภาพดีจำนวน 10 คน เป็นเพศชาย 5 คน เพศหญิง 5 คน อายุระหว่าง 21 - 56 ปี ด้วยวิธีการปิดสารทดสอบบนผิวหนัง (closed patch test under occlusion) ใช้ชุดทดสอบมาตรฐานสำเร็จรูป TRUE test® เป็นตัวควบคุม โดยเปรียบเทียบกับสารสกัดแอลกอฮอล์ของดีปลีที่ความเข้มข้นร้อยละ 0.5, 1, 3 และ 5 พบว่าสารสกัดเอทานอล 95% ของดีปลี (ปริมาณ piperine เท่ากับ 194.10 มก./ก.ข...

1004

ผลลดความดันโลหิตของน้ำมันเมล็ดเทียนดำ
ผลลดความดันโลหิตของน้ำมันเมล็ดเทียนดำการศึกษาผลของน้ำมันเมล็ดเทียนดำในการลดความดันโลหิตในอาสาสมัครสุขภาพดี จำนวน 70 คน อายุระหว่าง 34-63 ปี ที่มีความดันช่วงบน 110-140 มม.ปรอท และความดันช่วงล่าง 60-90 มม.ปรอท โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับน้ำมันเทียนดำ ขนาด 2.5 มล. 2 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ และกลุ่มที่ได้รับยาหลอก ผลพบว่าความดันทั้งสองช่วงของกลุ่มที่ได้รับน้ำมันเทียนดำจะลดลง เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก ขณะที่ค่าอื่นๆ เช่น ดัชนีมวลกาย (bodymass index) ระดับของเอนไซม์ aspartate transaminase...

1126

ฤทธิ์บรรเทาอาการข้ออักเสบรูมาตอยด์ของเป่ยเช่า
ฤทธิ์บรรเทาอาการข้ออักเสบรูมาตอยด์ของเป่ยเช่าการศึกษาฤทธิ์บรรเทาอาการข้ออักเสบรูมาตอยด์ของสาร paeoniflorin ซึ่งเป็นสารในกลุ่ม glycosides จากเป่ยเช่า (Paeonia lactiflora Pall.) ที่อยู่ในรูปแบบของ lipospheres (clubbed within lipospheres) ในหนูแรทที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบด้วยสารคอลลาเจน (collagen-induced arthritis rat models) พบว่าสาร paeoniflorin ในรูปแบบดังกล่าวสามารถยับยั้งการแบ่งตัวของ synoviocytes* และยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ matrix metalloproteinases (MMP)-1 และ MMP-3 ซึ่งมีฤทธิ์ทำลาย...

1653

ผลของแบล็คเคอร์แรนท์
ผลของแบล็คเคอร์แรนท์ (blackcurrant) ต่อความดันโลหิต สมรรถภาพการรู้คิด และสมรรถภาพทางกายในผู้สูงอายุการศึกษาทางคลินิกในผู้สูงอายุจำนวน 14 คน อายุ 69 ± 4 ปี (สูง 172 ± 9 ซม. น้ำหนัก 85 ± 12 กก.) โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มที่ให้รับประทานสารสกัดแบล็คเคอร์แรนท์ 600 มก./วัน เปรียบเทียบกับกลุ่มยาหลอก เป็นระยะเวลา 7 วัน โดยมีระยะพัก 7 วัน แล้วสลับการทดสอบ ทำการประเมินผลในวันที่7 หลังจากได้รับสารสกัด 2 ชั่วโมง โดยวัดความดันโลหิตขณะพัก ประเมินสมรรถภาพการรู้คิด (cognitive function)และทดสอบประสิทธิภ...

1537

ฤทธิ์ปกป้องสมองของสารสำคัญจากใบหม่อน
ฤทธิ์ปกป้องสมองของสารสำคัญจากใบหม่อนการวิเคราะห์ทางเคมีของสารสกัด 95%เอทานอลจากใบหม่อน (Morus alba) พบสารสำคัญชนิดใหม่จำนวน 2 ชนิด คือ morachalcone D และ morachalcone E ซึ่งเป็นสารในกลุ่ม prenylated flavonoids การทดสอบฤทธิ์ปกป้องสมองในเซลล์ประสาทของหนูเม้าส์ชนิด HT22 พบว่า สารทั้ง 2 ชนิด ที่ขนาด 1-50 ไมโครโมลาร์ไม่เป็นพิษต่อเซลล์ และที่ขนาด 15-50 ไมโครโมลาร์ สามารถปกป้องเซลล์ประสาทจากการถูกทำลายด้วย glutamate และ erastin ได้ โดยประสิทธิภาพจะขึ้นกับขนาดที่ให้ และสาร morachalcone D มีฤทธิ์ดีกว่าสา...

1554

ผลของการดื่มน้ำเสาวรสต่อระบบประสาทอัตโนมัติของหัวใจและหลอดเลือดและระดับน้ำตาลในเลือด
ผลของการดื่มน้ำเสาวรสต่อระบบประสาทอัตโนมัติของหัวใจและหลอดเลือดและระดับน้ำตาลในเลือดการศึกษาทางคลินิกแบบสุ่มและมีการไขว้กลุ่ม (a randomized cross-over trial) เพื่อศึกษาผลของการดื่มน้ำเสาวรส (Passiflora edulis) ต่อระบบประสาทอัตโนมัติของหัวใจและหลอดเลือด (cardiac autonomic function) และระดับน้ำตาลในเลือดในอาสาสมัครสุขภาพดีจำนวน 14 คน ทั้งเพศชายและหญิง (อายุเฉลี่ย 21.29±0.73 ปี) โดยสุ่มแยกอาสาสมัครออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ให้ดื่มน้ำเสาวรสเข้มข้น 50% ปริมาณ 3.5 มล./น้ำหนักตัว 1 กก. เพียงครั้ง...