Menu

ข่าวความเคลื่อนไหว ผลวิจัยจากการทดลอง ของ สมุนไพร ชนิดต่างๆ

ฤทธิ์ลดการสะสมไขมันในตับของสารไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลือง

สารไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลือง (Glycine max L.) ช่วยลดการสะสมไขมันในตับไม่มีสาเหตุจากการดื่มแอลกอฮอล์ (non-alcoholic fatty liver disease: NAFLD) ในสัตว์ทดลองที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะไขมันในตับด้วยการกินอาหารไขมันสูง ทำการทดลองโดยแบ่งหนูแรท ออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นกลุ่มควบคุมซึ่งได้รับอาหารไขมันสูงเพียงอย่างเดียว กลุ่มที่ 2 และ 3 ได้รับอาหารไขมันสูงร่วมกับสารไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลืองในขนาด วันละ 10 และ 20 มก./กก. ตามลำดับ ติดต่อกันเป็นเวลา 12 สัปดาห์ ผลการศึกษาพบว่าสารไอโซฟลาโวนสามารถลดการสะสมไขมันในตับได้ ทำให้ระดับเอนไซม์ตับชนิด alanine transaminase (ALT) ลดลง และปรับปรุงโครงสร้างของเซลล์ตับ (liver lobule structure) นอกจากนี้ยังมีผลลดการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างไขมันของร่างกาย ได้แก่ sterol regulatory element binding protein (SREBP1c) และ fatty acid synthase (FAS) ลง ร่วมกับเพิ่มระดับของ peroxisome proliferator activated receptor (PPAR) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมกระบวนการออกซิเดชันของกรดไขมันอิสระ โดยหากเกิดความบกพร่องของ PPAR จะทำให้กระบวนการออกซิเดชันของกรดไขมันเสียไปและเป็นหนึ่งในสาเหตุทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับ ดังนั้นจากผลการทดลองจึงสรุปได้ว่าสารไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลืองสามารถชะลอการเกิดภาวะไขมันพอกตับ โดยกลไกลดการสะสมไขมันผ่านการยับยั้งการสังเคราะห์ไขมันและเพิ่มระดับ PPAR ซึ่งกระตุ้นการเกิดออกซิเดชันของกรดไขมันในตับ



ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

1

2

3

4

5

6

บทความอื่นๆ

110

ความเป็นพิษของสารกลุ่มอัลคิลฟีนอลในใบแป๊ะก๊วย
ความเป็นพิษของสารกลุ่มอัลคิลฟีนอลในใบแป๊ะก๊วย การเตรียมสารสกัดมาตรฐานใบแป๊ะก๊วย (Ginkgo biloba  L.) นอกจากต้องกำหนด ปริมาณสารสำคัญคือ flavones glycosides และ terpene lactones แล้ว ยังต้องกำหนดปริมาณสูงสุดของสารเป็นพิษ คือ ginkgolic acids โดยกำหนดไว้ไม่เกิน 5 ส่วนในล้านส่วน (ppm) การศึกษาเพื่อยืนยันความเป็นพิษของ ginkgolic acids ทำโดยนำส่วนที่ทิ้งจากขบวนการเตรียมสารสกัดมาตรฐานใบแป๊ะก๊วย ซึ่งเป็นส่วนที่สารกลุ่ม alkylphenols ส่...

1615

ฤทธิ์ปกป้องกระดูกของเห็ดหอม
ฤทธิ์ปกป้องกระดูกของเห็ดหอมการศึกษาฤทธิ์ปกป้องกระดูกของส่วนสกัดเอทธิลอะซีเตท (ethyl acetate fraction; LEA) ซึ่งแยกได้จากสารสกัดน้ำของเห็ดหอม (Lentinula edodes) ใน macrophage ที่แยกมาจากไขกระดูก (bone marrow-derived macrophages; BMMs) พบว่า LEA ขนาด 10 มคก./มล. มีฤทธิ์ยับยั้งการเปลี่ยนรูปร่าง (differentiation) ของ osteoclast ซึ่งเกิดจากการเหนี่ยวนำด้วย RANKL โดยมีผลขัดขวาง NFATc1* signaling pathway และยับยั้งการสร้าง osteoclast การวิเคราะห์ transcriptome พบว่า LEA ยับยั้ง RANKL target genes อย่าง...

1556

ฤทธิ์ต้านการอักเสบของมะขาม
ฤทธิ์ต้านการอักเสบของมะขามศึกษาฤทธิ์ต้านการอักเสบของสารสกัดน้ำจากเนื้อผลมะขาม (Tamarindus indica) ในเซลล์เพาะเลี้ยงแมคโครฟาจ (RAW 264.7) ที่ถูกกระตุ้นให้เกิดการอักเสบด้วยสาร lipopolysaccharide (LPS) พบว่า สารสกัดน้ำจากเนื้อผลมะขามเข้มข้น 3.175-150 มคก./มล. มีผลยับยั้งการสร้าง nitric oxide (NO) โดยประสิทธิภาพจะขึ้นกับขนาดความเข้มข้น (dose-dependent) และมีค่าความเข้มข้นในการยับยั้งการสร้าง NO ลงครึ่งหนึ่ง (IC50) เท่ากับ 35.69 มคก./มล. นอกจากนี้เมื่อวิเคราะห์หาปริมาณการแสดงออกของยีนส์ nitric oxide ...

1004

ผลลดความดันโลหิตของน้ำมันเมล็ดเทียนดำ
ผลลดความดันโลหิตของน้ำมันเมล็ดเทียนดำการศึกษาผลของน้ำมันเมล็ดเทียนดำในการลดความดันโลหิตในอาสาสมัครสุขภาพดี จำนวน 70 คน อายุระหว่าง 34-63 ปี ที่มีความดันช่วงบน 110-140 มม.ปรอท และความดันช่วงล่าง 60-90 มม.ปรอท โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับน้ำมันเทียนดำ ขนาด 2.5 มล. 2 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ และกลุ่มที่ได้รับยาหลอก ผลพบว่าความดันทั้งสองช่วงของกลุ่มที่ได้รับน้ำมันเทียนดำจะลดลง เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก ขณะที่ค่าอื่นๆ เช่น ดัชนีมวลกาย (bodymass index) ระดับของเอนไซม์ aspartate transaminase...

1215

ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของน้ำทับทิม
ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของน้ำทับทิมศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของน้ำทับทิมในอาสาสมัครชายสุขภาพดีจำนวน 28 คน (อายุระหว่าง 18-24 ปี) แบ่งเป็น 2 กลุ่ม (กลุ่มละ 14 คน) กลุ่มที่ 1 ให้ดื่มน้ำเปล่า (กลุ่มควบคุม) กลุ่มที่ 2 ให้ดื่มน้ำทับทิมวันละ 240 มล. นานติดต่อกัน 2 สัปดาห์ ทำการเก็บตัวอย่างเลือดของอาสาสมัครเพื่อวิเคราะห์ค่าชีวเคมีในเลือดและวิเคราะห์เอนไซม์ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (oxidative stress) ในช่วงก่อนและหลังดื่มน้ำทับทิมเพื่อเปรียบเทียบ โดยมีการทดสอบให้อาสาสมัครออกกำลังกาย...

1343

ผลของการใช้น้ำมันดอกกุหลาบมอญทาบริเวณหลังช่วงล่างที่ปวดในหญิงตั้งครรภ์
ผลของการใช้น้ำมันดอกกุหลาบมอญทาบริเวณหลังช่วงล่างที่ปวดในหญิงตั้งครรภ์ศึกษาแบบสุ่มในหญิงตั้งครรภ์อายุ 18-35 ปี ที่มีอายุครรภ์ในช่วง 12-33 สัปดาห์ จำนวน 120 คน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มๆ ละ 40 คน กลุ่มที่ 1 ให้ทาน้ำมันดอกกุหลาบที่มีน้ำมันอัลมอนด์เป็นตัวพา จำนวน 7 หยด ต่อพื้นที่ๆปวด 100 ตร.ซม. วันละ 2 ครั้ง และห้ามนวด นาน 4 สัปดาห์ กลุ่มที่ 2 ให้ทาน้ำมันอัลมอนด์ ในขนาดที่เท่ากันกลับกลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 3 ไม่ต้องทาอะไร ในบริเวณที่ปวด ประเมินอาการปวดโดยการใช้ Visual Analog Scale และแบบสอบถาม Roland-Morr...

625

ฤทธิ์ต้านความเป็นพิษต่อหัวใจของสารสำคัญจากเมล็ดองุ่น
ฤทธิ์ต้านความเป็นพิษต่อหัวใจของสารสำคัญจากเมล็ดองุ่นการศึกษาฤทธิ์ต้านความเป็นพิษของยา Doxorubicin (Dox) ซึ่งเป็นยารักษามะเร็งที่มีผลข้างเคียงสำคัญคือ ทำให้การเกิดพิษต่อหัวใจด้วยกลไกการสร้างสารอนุมูลอิสระชนิด reactive oxygen species (ROS) โดยการเลี้ยงเซลล์ของหัวใจร่วมกับ Dox ขนาด 10 μM และสารสกัด proanthocyanidin จากเมล็ดองุ่น (GSPE) ขนาด 50 μg/ml เปรียบเทียบกับการเลี้ยงเซลล์ของหัวใจร่วมกับ Dox ขนาด 10 μM โดยที่ไม่มี GSPE เป็นเวลา 24 ชม. พบว่า Dox ทำให้ ROS และการตายของเซลล์หัวใจเพิ่มขึ้...

1009

ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านเชื้อจุลชีพของสะตอ
ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านเชื้อจุลชีพของสะตอการศึกษาสารสำคัญและฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระและต้านเชื้อจุลชีพของสารสกัดจากฝักสะตอ 2 ชนิด ได้แก่ สะตอข้าว และสะตอดาน พบว่าสะตอดานจะมีปริมาณของสารฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์สูงกว่าสะตอข้าว สารสกัด 50% เอทานอลจากฝักสะตอทั้ง 2 ชนิด มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ เมื่อทดสอบด้วยวิธี DPPH, ABTS และ metal ion chelating assay โดยสารสกัดจากสะตอข้าวจะมีฤทธิ์ดีกว่า นอกจากนี้สารสกัดทั้งสองยังมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในอาหาร (Bacillus cereus, Escherichia coli, Listeri...

289

เปลือกต้นตะบูนขาวช่วยลดอาการท้องเสีย
เปลือกต้นตะบูนขาวช่วยลดอาการท้องเสียเมื่อป้อนสารสกัดด้วยเมทานอลจากเปลือกต้นตะบูนขาว ขนาด 250 และ 500 มก./กก. ให้หนูถีบจักรที่ถูกเหนี่ยวนำให้ท้องเสียด้วยน้ำมันละหุ่งและแมกนีเซียมซัลเฟต พบว่าสารสกัดสามารถลดอาการท้องเสียได้ โดยไปลดปริมาณอุจจาระที่ถ่ายทั้งหมด และปริมาณอุจจาระเหลว นอกจากนั้นยังช่วยลดการเคลื่อนไหวของลำไส้ด้วยJ Ethnopharmacol 2007;199:539-42 ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล...