Menu

ข่าวความเคลื่อนไหว ผลวิจัยจากการทดลอง ของ สมุนไพร ชนิดต่างๆ

กลไกการเพิ่มความร้อนให้กับร่างกายของสารสำคัญจากชา

การศึกษาทางคลินิกแบบปกปิดทางเดียว มียาหลอกเป็นกลุ่มควบคุม และมีการไขว้กลุ่ม (A randomized, single-blinded, placebo controlled, season-matched crossover trials) เพื่อศึกษาผลของสาร catechin และสาร caffeine จากชา (Camellia sinensis (L.) Kuntze) ต่อ brown adipose tissue (BAT) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อสะสมไขมันที่มีความเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความร้อนให้กับร่างกายแบบไม่สั่น (nonshivering thermogenesis) โดยแบ่งเป็น 2 การทดลอง การทดลองที่ 1 เป็นการศึกษาผลแบบเฉียบพลัน (acute effects) โดยให้อาสาสมัครสุขภาพดีเพศชายจำนวน 15 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 จำนวน 8 คน ดื่มชาที่มีสาร catechin 615 มก. และสาร caffeine 77 มก. ขนาด 350 มล. และกลุ่มที่ 2 จำนวน 7 คน ดื่มเครื่องดื่มที่มีสาร caffeine 81 มก. ในขนาดเดียวกัน (ยาหลอก) เพียงครั้งเดียว ช่วงเวลา wash out ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ วิเคราะห์ผลด้วย fluorodeoxyglucose-positron emission tomography เพื่อประเมินการใช้พลังงานของร่างกาย (whole-body energy expenditure; EE) การทดลองที่ 2 เป็นการศึกษาผลแบบเรื้อรัง (chronic effects) ในอาสาสมัครเพศชาย (มี BAT ต่ำ) จำนวน 10 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 จำนวน 5 คน ดื่มชาวันละ 2 ครั้ง และกลุ่มที่ 2 จำนวน 5 คน ดื่มยาหลอก ในขนาดเดียวกัน ทำการทดลองนาน 5 สัปดาห์ ช่วงเวลา wash out ใช้เวลาประมาณ 11 เดือน ซึ่งก่อนและหลังการดื่มสารทดสอบ ร่างกายของอาสาสมัครจะถูกเหนี่ยวนำให้เกิดการสร้างความร้อนด้วยการสัมผัสกับอากาศเย็นที่อุณหภูมิ 19 °C (cold-induced thermogenesis; CIT) เป็นเวลานาน 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงทำการวิเคราะห์ผลการทดลอง จากการศึกษาทั้งหมดพบว่าในอาสาสมัครที่มี BAT สูง (จำนวน 9 คน) การดื่มชาแบบครั้งเดียวทำให้ EE เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน (+15.24 ± 1.48 kcal, P<0.01) ส่วนอาสาสมัครที่มี BAT ต่ำ (จำนวน 6 คน) การดื่มชาแบบครั้งเดียวก็ทำให้ EE เพิ่มขึ้นแต่ผลไม่ชัดเจน (+3.42 ± 2.68 kcal) ในขณะที่ยาหลอกมีผลต่อ EE น้อยกว่าและไม่พบความแตกต่างระหว่างอาสาสมัครทั้ง 2 กลุ่ม การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (multivariate regression analysis) แสดงให้เห็นว่า BAT และสาร catechin มีความเกี่ยวข้องกันอย่างชัดเจนต่อการเพิ่ม EE (β = 0.496, P = 0.003) และการดื่มชาทุกวันจะทำให้ CIT เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน (จาก 92.0±26.5 เป็น 197.9±27.7 kcal/วัน; P = 0.009) ในขณะที่ยาหลอกไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ จากผลการทดลองดังกล่าวทำให้สามารถสรุปได้ว่าการดื่มชาที่มีสาร catechin ร่วมกับสาร caffeine สามารถเพิ่มการใช้พลังงานของร่างกายด้วยการกระตุ้นการทำงานของเนื้อเยื่อสะสมไขมันและเพิ่มการสร้างความร้อนเมื่อร่างกายสัมผัสกับอากาศเย็นได้



ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

1

2

3

4

5

6

บทความอื่นๆ

1639

ฤทธิ์ต้านอักเสบของอนุพันธุ์
ฤทธิ์ต้านอักเสบของอนุพันธุ์ kavalactone ในข่าเหลืองการทดสอบฤทธิ์ต้านการอักเสบของสารสกัดเมทานอลจากส่วนใบ รังไข่ (placenta) เปลือกผล (pericarp) และเมล็ดของข่าเหลือง (Alpinia zerumbet (Pers.) B.L.Burtt & R.M.Sm.) ผลจากการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี พบสารสำคัญเป็นอนุพันธุของสาร kavalactone 6 ชนิด ได้แก่ 7,8-dihydro-5,6-dehydrokawain, 5,6-dehydrokawain, 6,6′-((1α,2α,3β,4β)-2,4-diphenylcyclobutane-1,3-diyl) bis (4-methoxy-2H-pyran-2-one), rel-6,6′-((1R,2S,3R,4S)-3,4-diph...

507

สารสกัดใบมะรุมลดระดับน้ำตาลในเลือด
สารสกัดใบมะรุมลดระดับน้ำตาลในเลือดการศึกษาฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดและฤทธิ์ต้านเบาหวานของสารสกัดใบมะรุมด้วยน้ำ โดยการป้อนสารสกัดมะรุมด้วยน้ำขนาด 100, 200 และ 300 มก./กก. ให้หนูแรทปกติและหนูแรทซึ่งถูกเหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวานด้วยการฉีดสาร streptozotocin (STZ) ขนาด 55 มก./กก. เข้าภายในช่องท้อง โดยแบ่งระดับความรุนแรงในการเป็นเบาหวาน 3 กลุ่ม ได้แก่ ระดับเกือบเป็นเบาหวาน (sub diabetic), เป็นเบาหวานอย่างอ่อน (mild diabetic) และเป็นเบาหวานขั้นรุนแรง (severely diabetic) หลังจากนั้นตรวจระดับน้ำตาลในเลือด...

857

สารสกัดจากรำข้าวช่วยลดน้ำตาลในเลือด
สารสกัดจากรำข้าวช่วยลดน้ำตาลในเลือดการศึกษาฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดของ Rice Hull Smoke Extract (RHSE: ของเหลวที่ได้จากควันในการเผารำข้าว) ในหนูเม้าส์ที่เป็นเบาหวานจากการป้อนอาหารไขมันสูง พบว่าเมื่อป้อน RHSE ขนาด 0.5 และ 1.0 % โดยน้ำหนัก ร่วมกับการป้อนอาหารไขมันสูง นานติดต่อกัน 7 สัปดาห์ มีผลช่วยลด ไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอลในเลือด เมื่อด้วยวิธีตรวจวัดความทนกลูโคส (glucose tolerance test) พบว่า RHSE ช่วยเพิ่มปริมาณอินซูลินและลดน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีสำคัญเมื่อเทียบกับหนูเม้าส์ที่ป้อนอาหารไขมันสูงเพี...

378

ผลของการให้ขิงผสมในอาหารต่อสภาวะการต้านอนุมูลอิสระในหนูขาว
ผลของการให้ขิงผสมในอาหารต่อสภาวะการต้านอนุมูลอิสระในหนูขาวทำการศึกษาในหนูขาวเพศผู้อายุ 8-10 สัปดาห์ โดยให้อาหารที่มีผงขิงผสมในปริมาณ 0.075, 0.15 และ 0.75 กรัมของขิง/ 15 กรัมของอาหาร / วัน (คิดเป็นสัดส่วนของผงขิง 0.5 %, 1% และ 5 % ตามลำดับ) เป็นระยะเวลา 1 เดือน พบว่าอาหารผสมขิงทั้ง 3 สัดส่วน สามารถกระตุ้นการเพิ่มปริมาณเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ 3 ชนิดจากตับ ได้แก่ superoxide dismutase , catalase และ glutathione peroxidase นอกจากนี้ยังช่วยลดระดับ lipid peroxidation ในตับและไต และยับยั้งการเกิด o...

1520

ปริมาณสารโพลีฟีนอล
ปริมาณสารโพลีฟีนอล และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งของสารสกัดจากฝักบัวสารสกัด 50% เอทานอลจากฝักบัว ความเข้มข้น 0.2-1.6 มก./มล. มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ เมื่อทดสอบด้วยวิธี 2,2-diphenyl-1-picrylhydrazyl (DPPH), superoxide, hydroxyl, 2,2'azinobis-3-ethylbenzothiazoline-6-sulfonic acid (ABTS) radicals scavenging, ferric reducing power assay, metal ion chelating และ linoleic acid assay ซึ่งสารสกัดที่ความเข้มข้น 1.6 มก./มล. จะให้ผลดีที่สุดในการออกฤทธิ์ สำหรับการทดสอบฤทธิ์ต้านการ...

1537

ฤทธิ์ปกป้องสมองของสารสำคัญจากใบหม่อน
ฤทธิ์ปกป้องสมองของสารสำคัญจากใบหม่อนการวิเคราะห์ทางเคมีของสารสกัด 95%เอทานอลจากใบหม่อน (Morus alba) พบสารสำคัญชนิดใหม่จำนวน 2 ชนิด คือ morachalcone D และ morachalcone E ซึ่งเป็นสารในกลุ่ม prenylated flavonoids การทดสอบฤทธิ์ปกป้องสมองในเซลล์ประสาทของหนูเม้าส์ชนิด HT22 พบว่า สารทั้ง 2 ชนิด ที่ขนาด 1-50 ไมโครโมลาร์ไม่เป็นพิษต่อเซลล์ และที่ขนาด 15-50 ไมโครโมลาร์ สามารถปกป้องเซลล์ประสาทจากการถูกทำลายด้วย glutamate และ erastin ได้ โดยประสิทธิภาพจะขึ้นกับขนาดที่ให้ และสาร morachalcone D มีฤทธิ์ดีกว่าสา...

816

สารสกัดจากทับทิมส่งเสริมการสร้างกระดูกในลูกหนูในครรภ์
สารสกัดจากทับทิมส่งเสริมการสร้างกระดูกในลูกหนูในครรภ์การศึกษาผลของสารสกัดจากน้ำและเปลือกผลทับทิมต่อกระดูกในลูกหนูเม้าส์ในครรภ์ โดยหนูเม้าส์ ท้องถูกแบ่งเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 10 ตัว คือ กลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับสารใด กลุ่มที่ได้รับสารสกัดจากน้ำทับทิม (PJE) ขนาด 3.3 มล./กก./วัน กลุ่มที่ได้รับสารสกัดจากเปลือกผลทับทิม (PHE) ขนาด 1.0 ก./กก./วัน และกลุ่มที่ได้รับทั้งสารสกัดจากน้ำทับทิมและเปลือกผลทับทิม (PME) โดยจะได้รับการป้อนวันละ 1 ครั้ง ตั้งแต่อายุครรภ์ 8 วันจนถึง 18 วันและในวันที่ 19 ของอายุครรภ์ ลูก...

1017

ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคเท้าเหม็นและลดการอักเสบของมะขามป้อม
ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคเท้าเหม็นและลดการอักเสบของมะขามป้อมสารสกัด 95% เอทานอลจากเมล็ดและเนื้อของมะขามป้อม ความเข้มข้น 20 มก./แผ่น มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคเท้าเหม็น ได้แก่ Kytococcus sedentarius ATCC 27573, K. sedentarius ATCC 27574 และ K. sedentarius ATCC 27575 เมื่อทดสอบด้วยวิธี agar diffusion โดยพบว่าบริเวณยับยั้งเชื้อ (Inhibition zone) ของสารสกัดทั้งสอง มีค่าระหว่าง 18.67 - 42.37 และ 14.72 - 43.57 มม. ตามลำดับ และการศึกษาฤทธิ์ลดการอักเสบในหนูแรท โดยทาสารสกัด ...

1265

ฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งตับของสารไดออสซิน
ฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งตับของสารไดออสซินสารไดออสซิน (Dioscin) เป็นสานในกลุ่มสเตียรอยด์ ซาโปนิน ที่พบได้ในพืชหลายชนิดโดยเฉพาะในพืชสกุลเดียวกับกลอย การศึกษาฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งตับ (hepatocellular carcinoma) ในหลอดทดลองพบว่า สารไดออสซินสามารถยับยั้งการเพิ่มจำนวนของ เซลล์มะเร็งตับชนิด Bel-7402 และ HepG2 ได้ โดยประสิทธิภาพจะขึ้นกับขนาดที่ให้ และเมื่อศึกษากลไกการออกฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งตับชนิด Bel-7402 ก็พบว่าสารไดออสซินทำให้เซลล์เกิดการตายแบบอะพอพโตซิส (apoptosis) ...