Menu

ข่าวความเคลื่อนไหว ผลวิจัยจากการทดลอง ของ สมุนไพร ชนิดต่างๆ

ฤทธิ์ป้องกันการเกิดภาวะตับแข็งจากการอุดตันของทางเดินน้ำดีของกาแฟ

การทดสอบฤทธิ์ปกป้องตับของกาแฟและสารคาเฟอีนในหนูแรทที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะตับแข็งจากการอุดตันของทางเดินน้ำดี (secondary biliary cirrhosis) ด้วยการผูกท่อน้ำดี (model of chronic bile duct ligation; BDL) เป็นเวลา 28 วัน จากนั้นป้อนสารทางปากคือ กาแฟธรรมดา (conventional coffee) 200 มก./กก./วัน, กาแฟที่ไม่มีคาเฟอีน (decaffeinated coffee) 200 มก./กก./วัน หรือสารคาเฟอีน (caffeine) 50 มก./กก./วัน ติดต่อกันทุกวันนาน 28 วัน ผลการทดลองพบว่า กาแฟธรรมดาสามารถยับยั้งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการผูกท่อน้ำดีได้ดีที่สุด แต่สารคาเฟอีนสามารถต้านการเกิดพังผืด (fibrosis) ในตับได้ดีกว่า พบว่ากาแฟธรรมดามีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่น รวมทั้งป้องกันการเพิ่มขึ้นของค่าเอนไซม์ในตับและป้องกันการพร่องของไกลโคเจนในตับ และที่น่าสนใจคือ กาแฟธรรมดาและสารคาเฟอีนสามารถป้องกันการเพิ่มขึ้นของคอลลาเจนในตับได้ ส่วนผลการศึกษาในระดับโปรตีนโดยวิธี Western blot พบว่ากลุ่มที่ได้รับกาแฟธรรมดาและสารคาเฟอีนมีการแสดงออกของ transforming growth factor-β, connective tissue growth factor, α-smooth muscle actin, และ collagen 1 (เป็นโปรตีนที่เกี่ยวกับการเกิดพังผืด) ลดลง โดยกลุ่มที่ได้รับกาแฟธรรมดามีระดับของ mRNA ของโปรตีนดังกล่าวลดลงด้วย จึงสรุปได้ว่า กาแฟธรรมดาและสารคาเฟอีนสามารถป้องกันการเกิดภาวะตับแข็งที่เกิดจากการอุดตันของทางเดินน้ำดีในหนูแรทได้ โดยกลไกการออกฤทธิ์เกี่ยวข้องกับการต้านออกซิเดชั่น ยับยั้งการทำงานของเซลล์สเตลเลต (stellate cell) ซึ่งที่ทำหน้าที่สร้างพังผืดในตับ และลดส่วนประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดพังผืดในตับ

Nutr Res 2017;40:65-74.

ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

1

2

3

4

5

6

บทความอื่นๆ

1513

ผลของสารสกัดข่าตาแดงต่อคุณภาพของอสุจิในชายที่ประสบปัญหามีบุตรยากโดยไม่ทราบสาเหตุ
ผลของสารสกัดข่าตาแดงต่อคุณภาพของอสุจิในชายที่ประสบปัญหามีบุตรยากโดยไม่ทราบสาเหตุการศึกษาทางคลินิกแบบไปข้างหน้า ปกปิดสองทาง และมีการสุ่ม (A prospective double‐blinded randomised clinical trial) ในอาสาสมัครเพศชายที่ประสบปัญหามีบุตรยากโดยไม่ทราบสาเหตุ จำนวน 76 คน โดยสุ่มแยกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 38 คน กลุ่มที่ 1 รับประทานสารสกัด 70% เอทานอลจากเหง้าข่าตาแดง (Alpinia officinarum Hance) ขนาด 300 มก./วัน และกลุ่มที่ 2 รับประทานยาหลอก ทำการศึกษาเป็นเวลานาน 3 เดือน เมื่อสิ้นสุดการศึกษาพบว่า กลุ่มที่ไ...

1427

มะตูมช่วยลดพิษต่อตับอันเกิดจากการใช้ยา
มะตูมช่วยลดพิษต่อตับอันเกิดจากการใช้ยา cisplatinการใช้ยา cisplatin สามารถเกิดผลข้างเคียงในแง่ของการเหนี่ยวนำให้เกิดพิษต่อตับ โดยส่งผลให้ระดับเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการต้านอนุมูลอิสระและเอนไซม์ในตับผิดปกติ จากการศึกษาผลของมะตูมต่อการช่วยลดพิษต่อตับอันเกิดจากยา cisplatin พบว่ากลุ่มหนูแรทที่ได้รับอาหารที่มีส่วนผสมของผลมะตูม (Aegle marmelos (L.) Correa.) ความเข้มข้น 2 และ 4% ติดต่อกัน 27 วัน และมีการให้ยา cisplatin 6 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัวหนูทดลองต่อเนื่องอีก 3 วัน มีระดับการสร้างเอนไซม์ท...

824

หญ้าหวานช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังอาการบาดเจ็บ
หญ้าหวานช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังอาการบาดเจ็บศึกษาผลของการรับประทานสารสกัด stevioside จากหญ้าหวานต่อการฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่ได้รับการเหนี่ยวนำให้เกิดอาการบาดเจ็บ โดยทำการทดลองในหนูแรทเพศผู้ ด้วยการป้อนสารสกัด stevioside ขนาด 10 มก./กก. น้ำหนักตัว เป็นเวลา 7 วัน ก่อนกระตุ้นให้เกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อโดยการฉีด cardiotoxin เข้าที่บริเวณกล้ามน่องส่วนหน้า (tibialis anterior muscle) ของขาขวาด้านหลัง (right hindlimb) ป้อนสารสกัด stevioside ให้หนูต่อไปอีก 7 วัน ทำการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของกล้ามเนื้อ...

113

ความเป็นพิษของสารกลุ่มอัลคิลฟีนอลในใบแป๊ะก๊วย
ความเป็นพิษของสารกลุ่มอัลคิลฟีนอลในใบแป๊ะก๊วย ในการเตรียมสารสกัดมาตรฐานใบแป๊ะก๊วย (Ginkgo biloba L.)50) = 33 ppm แฟรกชั่นที่ประกอบด้วย ginkgolic acids 58 % และ biflavones < 0.02 % มีค่า LD50 = 64 ppm ส่วนแฟรกชั่นที่ประกอบด้วย ginkgolic acids 1 % และ biflavones 16 % มีค่าความเป็นพิษต่ำคือมีค่า LD50 = 4,540 ppm การศึกษานี้ยืนยันความเป็นพิษของ ginkgolic acids และชี้ให้เห็นว่าส่วนประกอบอื่น เช่น biflavones มีผลเสริมความเป็นพิ...

573

ผลของการได้รับบุหรี่ทางอ้อมต่อความจำ
ผลของการได้รับบุหรี่ทางอ้อมต่อความจำการสำรวจผลของบุหรี่ต่อความผิดปกติด้านความจำในผู้ที่ไม่สูบบุหรี่แต่ได้รับบุหรี่ทางอ้อม (secondhand smoker) จำนวน 4,809 คน ซึ่งมีอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 50 ปี โดยวัดปริมาณของ cotinine (เป็นสารแอลคาลอยด์ที่ได้มาจากการเผาผลาญนิโคติน) ในน้ำลาย และการทำ neuropsychological tests พบว่าการได้รับบุหรี่ทางอ้อมทำให้เกิดความผิดปกติของความจำ ซึ่งสามารถสรุปได้ว่าการได้รับบุหรี่ แม้จะไม่ได้เป็นผู้สูบเอง ก็มีความเสี่ยงในการเกิดโรคความจำเสื่อมได้ BMJ 2009;338:b462 ...

389

ผลของอาหารทดแทนที่มีข้าวเป็นส่วนผสมในการควบคุมน้ำหนักในคนอ้วน
ผลของอาหารทดแทนที่มีข้าวเป็นส่วนผสมในการควบคุมน้ำหนักในคนอ้วนทดลองให้อาสาสมัครหญิงที่มีน้ำหนักเกิน (ค่าดัชนีมวลกาย เท่ากับ 25 - 35 กก./ตร.ม.) อายุระหว่าง 20 - 35 ปี จำนวน 40 คน แบ่งเป็นกลุ่มที่รับประทานอาหารทดแทนที่ให้พลังงานต่ำซึ่งมีส่วนประกอบเป็นข้าวขาว และกลุ่มที่รับประทานข้าวผสมระหว่างข้าวกล้องและข้าวดำ วันละ 3 มื้อ ร่วมกับอาหารว่างที่ทางผู้วิจัยจัดให้ เป็นเวลานาน 6 สัปดาห์ พบว่าทั้ง 2 กลุ่ม จะมีกลุ่มที่น้ำหนักตัว รอบเอว และสะโพกลดลง โดยกลุ่มที่รับประทานข้าวกล้องผสมข้าวดำ จะลดได้มากกว่ากลุ...

1158

ฤทธิ์ฆ่าหนอนพยาธิตัวกลม
ฤทธิ์ฆ่าหนอนพยาธิตัวกลม (Aspicularis tetraptera) ของเมล็ดฟักทองป้อนสารสกัดน้ำและเอทานอลจากเมล็ดฟักทอง (Cucurbuta maxima ) ขนาดวันละ 100 มก./กก. ให้แก่หนูเม้าส์ที่ติดเชื้อหนอนพยาธิตัวกลมชนิด A. tetraptera ตามธรรมชาติ นานติดต่อกัน 7 วัน เปรียบเทียบกับการให้ยาฆ่าพยาธิ ivermectin ผลจากการตรวจนับจำนวนพยาธิในลำไส้ของหนูพบว่า จำนวนพยาธิเฉลี่ยในกลุ่มควบคุม กลุ่มที่ได้รับยา ivermectin กลุ่มที่ได้รับสารสกัดเอทานอล เมล็ดฟักทอง และกลุ่มที่ได้รับสารสกัดน้ำเมล็ดฟักทองมีค่าเท่ากับ 249, 29, 60 และ 107 ตามลำดั...

58

ฤทธิ์เป็นพิษต่อเซลล์ของเปล้าใหญ่
ฤทธิ์เป็นพิษต่อเซลล์ของเปล้าใหญ่ สาร labdane diterpenoids 3 ชนิด ได้แก่ 2-acetoxy-3-hydroxy-labda-8(17),12(E)-14-triene , 3-acetoxy-2-hydroxy-labda-8(17),12(E)-14-triene และ 2,3-dihydroxy-labda-8(17),12(E)-14-triene ซึ่งได้จากสารสกัดเฮกเซนของเปลือกต้นเปล้าใหญ่( Croton oblongifolius Roxb. ) แสดงฤทธิ์เป็นพิษต่อเซลล์เนื้องอกของมนุษย์ โดยสารชนิดที่1 และ 2 มีความจำเพาะต่อเซลล์เนื้องอกแต่มีฤทธิ์น้อยกว่าสารชนิดที่ 3 ซึ่งอาจเป็นผลจากโครง...

761

ผลเครื่องดื่มสตรอเบอร์รี่ต่อการอักเสบและการตอบสนองของอินซูลิน
ผลเครื่องดื่มสตรอเบอร์รี่ต่อการอักเสบและการตอบสนองของอินซูลินการศึกษาทางคลินิกทีเดียวแบบสุ่ม ปกปิดทางเดียว มีกลุ่มควบคุมด้วยยาหลอก และสลับกลุ่ม (single-centre, randomised, single-blind, placebocontrolled, cross-over)ของฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจากสตรอเบอร์รี่ที่อยู่ในรูปแบบของเครื่องดื่มต่อกระบวนการอักเสบที่เกิดขึ้นหลังการรับประทานอาหารและการตอบสนองของอินซูลินในอาสาสมัครที่มีน้ำหนักเกินจำนวน 24 คน เป็นชาย 10 คน และเป็นหญิง 14 คน โดยให้รับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดตรสูงและมีไขมันปานกลาง(High-carbohydr...