Menu

ข่าวความเคลื่อนไหว ผลวิจัยจากการทดลอง ของ สมุนไพร ชนิดต่างๆ

ผลในการบรรเทาอาการโรคลำไส้แปรปรวน (Irritable Bowel Syndrome) ของขมิ้นและว่านชักมดลูก

การศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วยโรคลำไส้แปรปรวน (Irritable Bowel Syndrome) ทั้งหญิงและชายอายุ 18-70 ปี จำนวน 99 คน แบ่งออกเป็นกลุ่มที่ได้รับแคปซูล (soft gel) ตำรับสมุนไพรIQP-CL-101 (Xanthofen) ที่มีส่วนผสมหลัก คือ สารเคอคิวมินอยด์ (curcuminoids) จากขมิ้น (Curcuma longa) และน้ำมันหอมระเหยจากว่านชักมดลูก (Curcuma xanthorrhiza) ปริมาณรวม 330 มก. และส่วนผสมอื่นๆ ได้แก่ น้ำมันปลา (fish oil) 70 มก. น้ำมันสะระแหน่ (peppermint oil) 15 มก. น้ำมันเมล็ดยี่หร่า (caraway oil) 8 มก. โฟลิกอะซิด (folic acid) 39 มคก. และวิตามิน D3 625 มคก. โดยรับประทานครั้งละ 2 แคปซูล 2 ครั้ง/วัน ก่อนอาหารมื้อหลัก เปรียบเทียบกับกลุ่มยาหลอก เป็นเวลา 8 สัปดาห์ จากการประเมินด้วยแบบสอบถามเกี่ยวกับความรุนแรงของอาการต่างๆ ของโรคลำไส้แปรปรวน Irritable Bowel Syndrome Symptom Severity Score; IBS-SSS พบว่ากลุ่มที่ได้รับตำรับสมุนไพรมีคะแนนลดลง 113.0 ± 64.9 คะแนน มากกว่ากลุ่มยาหลอกซึ่งลดลง 38.7 ± 64.5 คะแนน โดยเริ่มแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ 4 ของการทดสอบ และจากการประเมินความทนต่อยา (tolerability) ก็ไม่พบอาการไม่พึงประสงค์ชนิดร้ายแรง (serious adverse events) ใดๆ จากผลการทดสอบจึงสรุปได้ว่าตำรับสมุนไพร IQP-CL-101 สามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตจากการบรรเทาอาการปวดหรือไม่สบายท้องของโรคลำไส้แปรปรวนได้ อย่างไรก็ตามการศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาในระยะเวลา 8 สัปดาห์จึงไม่สามารถบอกประสิทธิผลของการรักษาในระยะยาวได้ และมีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะสรุปผลว่าสมุนไพรตำรับดังกล่าวมีประสิทธิผลที่ดีต่อโรคลำไส้แปรปรวนชนิดใด ได้แก่ ชนิดที่มีอาการท้องเสียเด่น (diarrhea predominate IBS) ชนิดท้องผูกเด่น (constipation predominate IBS) ชนิดท้องเสียสลับท้องผูก (mixed IBS) หรือชนิดที่มีอาการไม่ชัดเจน (undetermined IBS) จึงควรมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป

Phytother Res 2017;31(7):1056-62.

ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

1

2

3

4

5

6

บทความอื่นๆ

1217

ฤทธิ์ต้านภาวะอ้วนลงพุงของกรดแกลลิคจากสมอพิเภก
ฤทธิ์ต้านภาวะอ้วนลงพุงของกรดแกลลิคจากสมอพิเภกการศึกษากลไกการออกฤทธิ์บรรเทาภาวะอ้วนลงพุง (Metabolic syndrome) ของสารสกัดน้ำร้อนของผลสมอพิเภก (Terminalia bellirica ) ในเซลล์พบว่าสารสกัดดังกล่าวสามารถกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ 3T3-L1 ซึ่งเป็นเซลล์ตั้งต้นของเซลล์ไขมัน (preadipocyte cell) ให้กลายเป็นเซลล์ไขมันที่โตเต็มที่ (mature adipocytes) และสารสำคัญที่แยกได้จากสารสกัดน้ำร้อนของผลสมอพิเภกคือ กรดแกลลิค (gallic acid) การทดสอบกรดแกลลิคที่ความเข้มข้น 10 - 30 ไมโครโมลาร์ พบว่าสามารถกระตุ้นกา...

803

ประโยชน์ต่อสุขภาพของดอกไม้ไทย
ประโยชน์ต่อสุขภาพของดอกไม้ไทยเมื่อนำสารสกัดน้ำของดอกไม้ 4 ชนิด ที่ประชาชนในแถบภาคเหนือของไทยนำมารับประทานเป็นอาหาร ได้แก่ ดาวเรือง ดาวกระจาย พวงชมพู และเฟื่องฟ้า มาศึกษาฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี Ferric Reducing Antioxidant Power (FRAP assay), Cellular Antioxidant Activity (CAA assay) และ Oxygen Radical Absorbance Capacity (ORAC assay) พบว่าสารสกัดดอกดาวเรืองจะมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระดีที่สุด เมื่อทดสอบด้วยวิธี FRAP และ CAA assay ขณะที่สารสกัดดอกพวงชมพู จะมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระดี...

1338

ฤทธิ์รักษาแผลไฟไหม้ของบัวบก
ฤทธิ์รักษาแผลไฟไหม้ของบัวบกการทดสอบให้ผู้ป่วยที่มีแผลไฟไหม้แบบตื้น (partial-thickness burn) 75 คน แบ่งให้ทาขี้ผึ้งที่เตรียมจากสารสกัดจากใบบัวบก (Centella asiatica L.) หรือยาซิลเวอร์ซัลฟาไดอะซีน (silver sulfadiazine) ทาบริเวณแผลวันละ 1 ครั้ง พบว่าขี้ผึ้งจากใบบัวบกให้ผลการรักษาแผลไฟไหม้ดีกว่ากลุ่มที่ได้รับยาซิลเวอร์ซัลฟาไดอะซีน เมื่อประเมินจากความยืดหยุ่นของแผล การสร้างหลอดเลือดฝอย เม็ดสีบริเวณผิว และการประเมินด้วยสายตา นอกจากนี้อัตราการสร้างเยื่อบุผิวบริเวณแผล (re-epithelialization) ของครีมบัวบกเ...

27

สารCarbazole
สารCarbazole alkaloid ชนิดใหม่จากโปร่งฟ้า สาร siamenol ซึ่งเป็นสาร carbazole alkaloid ชนิดใหม่จากโปร่งฟ้า (Murraya siamensis Craib. ) แสดงฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ HIV โดยมีค่า EC502.6 microgram / ml โดยเมื่อทำการทดลองโดยวิธี XTT-tetrazolium assay และสาร alkaloid ที่เคยค้นพบแล้วคือสาร mahanimbilol จะมีฤทธิ์น้อยกว่าโดยมีค่า EC 508.6 microgram / ml ส่วนสาร mahanimbine ไม่มีฤทธิ์ในการยับยั้งJ Nat Prod 2000 ; 63(3) : 427-28 ...

23

ฤทธิ์ยับยั้งอาการท้องเดินของสารสกัดรากสบู่ดำ
ฤทธิ์ยับยั้งอาการท้องเดินของสารสกัดรากสบู่ดำ จากการทดลองในหนูขาวที่ทำให้เกิดอาการท้องเดินด้วยน้ำมันละหุ่ง พบว่าสารสกัด methanol จากรากของสบู่ดำ (Jatropha curcus L.) แสดงฤทธิ์ยับยั้งอาการท้องเดิน โดยขนาดของสารสกัดที่ให้ผลอย่างมีนัยสำคัญคือมากกว่า 100 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวคาดว่ากลไกการออกฤทธิ์เกิดจากการยับยั้งการสร้าง prostaglandin และฤทธิ์ลดการเคลื่อนไหวของลำไส้เล็กJ Ethnopharmacol 2000;70:183-7 ...

816

สารสกัดจากทับทิมส่งเสริมการสร้างกระดูกในลูกหนูในครรภ์
สารสกัดจากทับทิมส่งเสริมการสร้างกระดูกในลูกหนูในครรภ์การศึกษาผลของสารสกัดจากน้ำและเปลือกผลทับทิมต่อกระดูกในลูกหนูเม้าส์ในครรภ์ โดยหนูเม้าส์ ท้องถูกแบ่งเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 10 ตัว คือ กลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับสารใด กลุ่มที่ได้รับสารสกัดจากน้ำทับทิม (PJE) ขนาด 3.3 มล./กก./วัน กลุ่มที่ได้รับสารสกัดจากเปลือกผลทับทิม (PHE) ขนาด 1.0 ก./กก./วัน และกลุ่มที่ได้รับทั้งสารสกัดจากน้ำทับทิมและเปลือกผลทับทิม (PME) โดยจะได้รับการป้อนวันละ 1 ครั้ง ตั้งแต่อายุครรภ์ 8 วันจนถึง 18 วันและในวันที่ 19 ของอายุครรภ์ ลูก...

1628

ตะลิงปลิงช่วยลดการสะสมของไขมันและต้านการอักเสบในตับและไต
ตะลิงปลิงช่วยลดการสะสมของไขมันและต้านการอักเสบในตับและไตศึกษาผลของการรับประทานผงจากผลตะลิงปลิงต่อการทำงานของตับและไตในหนูแรทที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง โดยแบ่งหนูออกเป็น 6 กลุ่ม (กลุ่มละ 8 ตัว) กลุ่มที่ 1 เลี้ยงด้วยอาหารและน้ำปกติ (กลุ่มควบคุม) กลุ่มที่ 2 เลี้ยงด้วยอาหารที่มีไขมันสูง กลุ่มที่ 3, 4 และ 5 เลี้ยงด้วยอาหารที่มีไขมันสูงร่วมกับการป้อนผงจากผลตะลิงปลิงขนาดวันละ 125, 250 และ 500 มก./กก. ตามลำดับ ตั้งแต่วันที่ 16 ของการศึกษา จนสิ้นสุดการเลี้ยง (วันที่ 45) และกลุ่มที่ 6 เลี้ยงด้วยอาหารที่มีไข...

110

ความเป็นพิษของสารกลุ่มอัลคิลฟีนอลในใบแป๊ะก๊วย
ความเป็นพิษของสารกลุ่มอัลคิลฟีนอลในใบแป๊ะก๊วย การเตรียมสารสกัดมาตรฐานใบแป๊ะก๊วย (Ginkgo biloba  L.) นอกจากต้องกำหนด ปริมาณสารสำคัญคือ flavones glycosides และ terpene lactones แล้ว ยังต้องกำหนดปริมาณสูงสุดของสารเป็นพิษ คือ ginkgolic acids โดยกำหนดไว้ไม่เกิน 5 ส่วนในล้านส่วน (ppm) การศึกษาเพื่อยืนยันความเป็นพิษของ ginkgolic acids ทำโดยนำส่วนที่ทิ้งจากขบวนการเตรียมสารสกัดมาตรฐานใบแป๊ะก๊วย ซึ่งเป็นส่วนที่สารกลุ่ม alkylphenols ส่...

552

ผลของการกินมันฝรั่งต่อการดูดซึมแร่ธาตุ
ผลของการกินมันฝรั่งต่อการดูดซึมแร่ธาตุการทดลองในหนูแรทเพศผู้อายุ 7 สัปดาห์ โดยให้กินอาหารที่มีส่วนผสมของแป้งมันฝรั่ง ซึ่งมีขนาดของ esterified phosphorus (P) ต่างๆ กัน เป็นเวลา 1, 3 หรือ 5 สัปดาห์ พบว่าหนูที่กินแป้งมันฝรั่ง มีการขับทิ้งแคลเซียม แมกนีเซียม และ P ออกมากับอุจจาระเพิ่มขึ้น ในขณะที่การดูดซึมแคลเซียม และแมกนีเซียมลดลง นอกจากนี้ปริมาณของแคลเซียมบริเวณกระดูกโคนขาของหนูที่กินแป้งมันฝรั่งยังลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่กินน้ำตาลซูโคส หรือกลุ่มที่กินแป้งข้าวโพด จากผลการทดลองทำให้สรุปได้ว่...