Menu

ข่าวความเคลื่อนไหว ผลวิจัยจากการทดลอง ของ สมุนไพร ชนิดต่างๆ

เมล็ดเจียมีผลลดน้ำหนักในผู้ที่มีน้ำหนักเกินและผู้ป่วยอ้วนที่มีภาวะเบาหวานชนิดที่2ร่วมด้วยได้

การศึกษาแบบสุ่มมีกลุ่มควบคุม และศึกษาแบบปกปิดทั้ง 2 ฝ่าย (double-blind, randomized, controlled trial) ในผู้ที่มีน้ำหนักเกินซึ่งมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ระหว่าง 25-40 กก/ตรม. หรือผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีภาวะเบาหวานชนิดที่ 2 (มีค่า HbA1c ระหว่าง 6.5-8.0%) ร่วมด้วย จำนวน 77 คน อายุระหว่าง 35 - 75 ปี แบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่ม 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มทดลองซึ่งรับประทานอาหารจำกัดพลังงาน (calorie-restricted diet) ที่มีเมล็ดเจียปริมาณ 30 กรัมต่อพลังงาน 1,000 กิโลแคลอรีของอาหารต่อวัน ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มควบคุมที่รับประทานอาหารจำกัดพลังงานที่มีข้าวโอ๊ตปริมาณ 36 กรัมต่อพลังงาน 1,000 กิโลแคลอรีของอาหารต่อวัน ทานติดต่อกันนาน 6 เดือน ภายหลังการศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่างที่รับประทานอาหารที่มีเมล็ดเจียเป็นส่วนประกอบมีน้ำหนักร่างกายลดลงเฉลี่ย 1.9 ± 0.5 กก. ซึ่งลดลงมากกว่ากลุ่มควบคุมซึ่งมีน้ำหนักร่างกายลดลงเฉลี่ย 0.3±0.4 กก.อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนั้นกลุ่มที่รับประทานเมล็ดเจียมีขนาดรอบเอวและปริมาณของค่า ซีรีแอกทีฟโปรตีน (C-reactive protein) ซึ่งเป็นพารามิเตอร์ที่บ่งบอกความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ลดลงมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเช่นเดียวกัน ทั้งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีค่าอะดิโพเนคติน (adiponetin) เพิ่มขึ้นอย่างไม่แตกต่างกันทางสถิติ โดยเพิ่มประมาณ 6.5 ± 0.7% ซึ่งการเพิ่มขึ้นของสารนี้จะความสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงของภาวะดื้อต่ออินซูลินในผู้ป่วยเบาหวาน
สรุปได้ว่าการรับประทานเมล็ดเจียร่วมกับการควบคุมอาหารมีผลส่งเสริมการลดน้ำหนักและลดความเสี่ยงการเกิดโรคที่เกิดจากความอ้วน เช่น โรคเบาหวานได้

Nutr Metab Cardiovas 2017;27:138-46.

ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

1

2

3

4

5

6

บทความอื่นๆ

779

[6]-Gingerol
[6]-Gingerol มีฤทธิ์ปกป้องเซลล์ประสาทจากการทำลายของเบต้า-อะไมลอยด์การศึกษาผลของ [6]-gingerol ที่ได้จากขิง ต่อการปกป้องจากการทำลายเซลล์ประสาทเพาะเลี้ยงด้วยเบต้า-อะไมลอยด์ พบว่า ในเซลล์ประสาทที่เลี้ยงด้วยอาหารเลี้ยงเซลล์ที่มีระดับเบต้า-อะไมลอยด์ 20 ไมโครโมลาร์ จะมีระดับโปรตีนกระตุ้นการตายของเซลล์ (Bax) เพิ่มขึ้น และมีระดับโปรตีนที่ป้องกันการตายของเซลล์ (Bcl2) ลดลง มีการทำงานของ caspase-3 เพิ่มขึ้น และการตายของเซลล์แบบ apoptosis เพิ่มขึ้น ระดับเบต้า-อะไมลอยด์ยังชักนำให้มีการทำลายเซลล์จากสารอนุมูลอิ...

169

ฤทธิ์แก้ปวดและคลายกล้ามเนื้อของกัญชา
ฤทธิ์แก้ปวดและคลายกล้ามเนื้อของกัญชา มีผู้จดสิทธิบัตรของผลิตภัณฑ์จากกัญชา โดยขอสิทธิเรื่องแก้ปวด คลายกล้ามเนื้อ ซึ่งเหมาะสมกับผู้ป่วยมะเร็ง ผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย tetrahydrocannobinol (THC) และ cannabidiol (CBD) อย่างน้อย 80% แต่ควรเป็น 90% ของน้ำหนัก cannabinoid ทั้งหมด อัตราส่วนของ THC : CBD = 12:25 - 20:80 แต่ควรเป็น 3:1 - 1:2 ใช้ใน palliative cancer therapy และโรคเกี่ยวกับระบบประสาท สารสกัดเตรียมโดยการใช้เอทานอลสกัด ระเหยแห้ง แยกโดยวิธีทางโครมาโตกราฟฟี และปรับให้ได้สัดส่วนของ THC : CBD...

1186

ผลลดความดันโลหิตสูงของเครื่องดื่มที่ผสมสารสกัดจากเมล็ดองุ่น
ผลลดความดันโลหิตสูงของเครื่องดื่มที่ผสมสารสกัดจากเมล็ดองุ่นการศึกษาแบบสุ่มโดยปกปิดทั้งสองฝ่ายในผู้ที่มีความดันโลหิตสูงเล็กน้อย ความดันโลหิตช่วงหัวใจบีบตัว (systolic blood pressure) อยู่ระหว่าง 120 - 139 มม.ปรอท และความดันโลหิตช่วงหัวใจคลายตัว(diastolic blood pressure) อยู่ระหว่าง 80 - 89 มม.ปรอท อายุ 25 - 65 ปี จำนวน 29 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ให้รับประทานยาหลอก กลุ่มที่ 2 ให้รับประทานน้ำผลไม้ซึ่งผสมสารสกัดจากเมล็ดองุ่น ขนาด 300 มก./วัน แบ่งรับประทาน 2 ครั้ง เช้า-เย็น นาน 6 ...

1120

สีผสมอาหารธรรมชาติจากดอกคำฝอย
สีผสมอาหารธรรมชาติจากดอกคำฝอยการศึกษาเปรียบเทียบผลของการใช้สารไนไตรท์ (Nitrite) ซึ่งเป็นวัตถุเจือปนอาหารที่ทำให้เกิดสีแดงอมชมพูในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ กับการใช้ใยอาหารจากข้าวสาลีที่ถูกย้อมด้วยสารคาร์ธามิน (carthamin) ซึ่งเป็นสารสีแดงที่ได้จากดอกคำฝอย (Carthamus tinctorius L.) ในไส้กรอก โดยดูลักษณะของสีและการเกิดออกซิเดชั่นของไขมัน (lipid oxidation) ที่เกิดขึ้น ซึ่งไส้กรอกจะถูกเตรียมโดยการใช้สารไนไตรท์ 2 ความเข้มข้นคือ 0 และ 120 ส่วนในล้านส่วน จากนั้นทั้ง 2 กลุ่มจะถูกผสมด้วยใยอาหารจากข้าวสาลี 3 คว...

1479

ฤทธิ์ต้านการเกิดอะไมลอยด์ของสารสำคัญจากเมล็ดกาแฟ
ฤทธิ์ต้านการเกิดอะไมลอยด์ของสารสำคัญจากเมล็ดกาแฟการแยกสารสำคัญและพิสูจน์โครงสร้างด้วยเทคนิค NMR spectroscopy และ atomic force microscopy รวมทั้งศึกษาฤทธิ์ต้านการเกิดอะไมลอยด์ของสารสำคัญจากสาสกัดเมล็ดกาแฟชนิดยังไม่คั่ว (green coffee) และชนิดคั่วแล้ว (roasted coffee) พบว่า สารที่ออกฤทธิ์คือ 5-O-caffeoylquinic acid และ melanoidins ตามลำดับ และการศึกษาในหลอดทดลองพบว่าสารทั้ง 2 ชนิดสามารถยับยั้งการเกิดอะไมลอยด์เบต้า (amyloid beta; Aβ) และปกป้องเซลล์ของระบบประสาทของมนุษย์ชนิด SH-SY5Y ได้ นอกจากนี...

1348

ฤทธิ์ต้านความเครียดของชาเขียวที่มีปริมาณคาเฟอีนต่ำ
ฤทธิ์ต้านความเครียดของชาเขียวที่มีปริมาณคาเฟอีนต่ำTheanine เป็นกรดไขมันที่ผลลดความเครียดได้ และพบในใบชา แต่ถูกยับยั้งฤทธิ์โดยสารคาเฟอีนที่พบในใบชาเช่นกัน ดังนั้นจึงศึกษาฤทธิ์ต้านความเครียดของชาเขียวที่มีปริมาณคาเฟอีนต่ำในอาสาสมัครสุขภาพดี ทั้งเพศชายและหญิงจำนวน 20 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม (กลุ่มละ 10 คน) กลุ่มแรกให้ดื่มชาเขียวมีปริมาณคาเฟอีนต่ำ วันละมากกว่าหรือเท่ากับ 500 มล. ซึ่งจะได้รับ theanine ประมาณ 15 มก. ต่อวัน (ถุงชา 3 ก. ชงในน้ำ 500 มล. ที่อุณหภูมิห้อง) ในทุกๆ เช้า นานติดต่อกัน 17 วัน...

396

ฤทธิ์ต้านการเกิดออกซิเดชั่น
ฤทธิ์ต้านการเกิดออกซิเดชั่น และลดคอเลสเตอรอลของงาการศึกษาในหนูขาวจำนวน 48 ตัว แบ่งเป็น 6 กลุ่มๆ ละ 8 ตัว กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มควบคุมเป็นหนูปกติให้กินอาหารปกติ กลุ่มที่ 2 และ 3 เป็นหนูปกติและให้กินอาหารที่มีส่วนผสมของผงงา 5% และ 10% ตามลำดับ กลุ่มที่4 เป็นหนูที่เหนี่ยวนำให้มีระดับคอเลสเตอรอลสูง โดยให้กินอาหารที่มีส่วนผสมของคอเลสเตอรอล 0.5% และ sodium taurocholate 1% ในอาหาร กลุ่มที่ 5 และ 6 เป็นหนูที่มีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง และกินอาหารที่มีส่วนผสมของผงงา 5% และ 10% ตามลำดับ ทำการทดลองนาน...

1180

ฤทธิ์ป้องกันโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังของเมล็ดหัวผักกาด
ฤทธิ์ป้องกันโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังของเมล็ดหัวผักกาดการศึกษาฤทธิ์ของเมล็ดหัวผักกาด (Raphanus sativus J Ethnopharmacol 2016;179:55-65 ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล...

1440

ผลของการดื่มน้ำต้มใบกระท่อมต่อฮอร์โมนเพศชาย
ผลของการดื่มน้ำต้มใบกระท่อมต่อฮอร์โมนเพศชายศึกษาผลของการดื่มน้ำต้มใบกระท่อมต่อระดับฮอร์โมนเพศชายในระยะยาว โดยสุ่มสำรวจประชากรเพศชายที่อาศัยในเมืองปีนังประเทศมาเลเซียซึ่งมีประวัติการดื่มน้ำต้มใบกระท่อมมานานมากกว่า 2 ปี จำนวน 19 คน (อายุเฉลี่ย 30±5.6 ปี) จากการตอบแบบสอบถามพบว่า อายุเฉลี่ยของอาสาสมัครทั้ง 19 คนที่เริ่มดื่มน้ำต้มใบกระท่อมคือ 22.5±6.0 ปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ระยะเวลาในการดื่มน้ำต้มใบกระท่อมโดยเฉลี่ยนานมากกว่า 6 ปี และขนาดที่ดื่มโดยเฉลี่ยคือ วันละ 3.5 แก้ว (เทียบเท่ากับการ...