Menu

ข่าวความเคลื่อนไหว ผลวิจัยจากการทดลอง ของ สมุนไพร ชนิดต่างๆ

การศึกษาความปลอดภัยของสารสกัดฟ้าทะลายโจร

การศึกษาความปลอดภัยในมนุษย์ของสารสกัดมาตรฐานฟ้าทะลายโจร (Andrographis paniculata (Burm.f.) Wall.ex Nees) โดยการประเมินผลทางคลินิคในอาสาสมัครชายหญิงสุขภาพดี จำนวน 20 คน ที่รับประทานแคปซูลฟ้าทะลายโจร ครั้งละ 4 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 8 ชั่วโมง (รวมได้รับวันละ 12 แคปซูล เท่ากับสารสกัดมาตรฐานจากฟ้าทะลายโจร 4.2 กรัม) ติดต่อกัน 3 วัน ซึ่งเป็นขนาดที่แนะนำให้ใช้ตามบัญชียาหลักแห่งชาติเพื่อบรรเทาอาการหวัดและเจ็บคอ การตรวจสอบผลทางคลินิคในอาสาสมัครหลังการรับประทานทั้งค่าโลหิตวิทยา ความแข็งตัวของเลือด ระดับชีวเคมี และคลื่นไฟฟ้าหัวใจพบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ปริมาณเซลล์เม็ดเลือดขาว (white blood cell count) และเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิล (absolute neutrophil count) เพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย ระดับ alkaline phosphatase ในเลือดลดลง และระดับกรดด่าง (pH) ในเลือดสูงขึ้น นอกจากนี้ความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัวของอาสาสมัครลดลงเล็กน้อยในระยะเวลาสั้นๆ หลังรับประทาน 30 นาที อย่างไรก็ตามไม่พบความผิดปกติหรืออาการไม่พึงประสงค์อื่นในระหว่างการรับประทาน การศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงความปลอดภัยของการรับประทานสารสกัดฟ้าทะลายโจรเพื่อบรรเทาอาการหวัดและโรคทางเดินหายใจส่วนบน

Planta Med 2017;83:778-89

ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

1

2

3

4

5

6

บทความอื่นๆ

58

ฤทธิ์เป็นพิษต่อเซลล์ของเปล้าใหญ่
ฤทธิ์เป็นพิษต่อเซลล์ของเปล้าใหญ่ สาร labdane diterpenoids 3 ชนิด ได้แก่ 2-acetoxy-3-hydroxy-labda-8(17),12(E)-14-triene , 3-acetoxy-2-hydroxy-labda-8(17),12(E)-14-triene และ 2,3-dihydroxy-labda-8(17),12(E)-14-triene ซึ่งได้จากสารสกัดเฮกเซนของเปลือกต้นเปล้าใหญ่( Croton oblongifolius Roxb. ) แสดงฤทธิ์เป็นพิษต่อเซลล์เนื้องอกของมนุษย์ โดยสารชนิดที่1 และ 2 มีความจำเพาะต่อเซลล์เนื้องอกแต่มีฤทธิ์น้อยกว่าสารชนิดที่ 3 ซึ่งอาจเป็นผลจากโครง...

1379

เปรียบเทียบผลของการสูดดมยูคาลิปตัสและหอมแดงด้วยไอน้ำร้อนต่ออาการคัดจมูกในผู้ป่วยโรคหวัด
เปรียบเทียบผลของการสูดดมยูคาลิปตัสและหอมแดงด้วยไอน้ำร้อนต่ออาการคัดจมูกในผู้ป่วยโรคหวัดการศึกษาวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มไปข้างหน้าและมีกลุ่มควบคุม (Randomized prospective controlled trial) เพื่อเปรียบเทียบผลของการสูดดมยูคาลิปตัสและหอมแดงด้วยไอน้ำร้อนต่ออาการคัดจมูกในผู้ป่วยโรคหวัดจำนวน 37 คน โดยแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่สูดดมยูคาลิปตัสจำนวน 19 คน และกลุ่มที่สูดดมหอมแดงด้วยไอน้ำร้อนจำนวน 18 คน ให้ผู้ป่วยสูดดมยูคาลิปตัสหรือหอมแดงด้วยไอน้ำร้อนอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลา 10 นาที และประเมินอาการ...

217

การป้องกันรังสีจากลูกใต้ใบ
การป้องกันรังสีจากลูกใต้ใบ หนูถีบจักรที่กินสารสกัด 75% เมทานอลจากส่วนเหนือดินของลูกใต้ใบขนาด 750 และ 250 มก./กก. ก่อนฉายรังสี 5 วัน และกินต่อหลังจากฉายรังสีอีก 1 เดือน พบว่าสารสกัดจากลูกใต้ใบป้องกันผลจากการฉายรังสีได้ หนูถีบจักรจะมีปริมาณเม็ดเลือดขาวเซลล์ไขกระดูก และการทำงานของ alpha-esterase เพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับหนูที่ไม่ได้รับสารสกัด นอกจากนี้ยังช่วยต้านการเกิดออกซิเดชั่น โดยเพิ่มเอนไซม์ superoxide dismutase, catalase, glutathione-S-transferase, glutathione peroxidase และ glutath...

500

สารสกัดจากชาเขียวต่อการเกิดความผิดปกติของตัวอ่อน
สารสกัดจากชาเขียวต่อการเกิดความผิดปกติของตัวอ่อนการทดสอบผลของสารสกัด (GTE) ซึ่งประกอบด้วยสารสำคัญ 6 ชนิดคือ epicatechin gallates, catechins, epicatechins, epigallocatechin gallates, gallocatechin gallates และ epicatechin gallates รวม 80.08% ต่อการพัฒนาของตัวอ่อนในหนูแรทที่ตั้งครรภ์ ที่ถูกทำให้ผิดปกติด้วยยากดภูมิคุ้มกัน cyclophosphamide โดยป้อน GTE ขนาด 100 มก./กก. วันละครั้ง เป็นเวลา 7 วัน ให้หนูที่มีอายุครรภ์จากวันที่ 6 ถึงวันที่ 12 และฉีดยา cyclophosphamide ขนาด 11 มก./กก. เข้าทางช่องท้อง 1 ชม...

548

ฤทธิ์เหนี่ยวนำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็งของสาร
ฤทธิ์เหนี่ยวนำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็งของสาร ellagitannins จากต้นสกุณีสารในกลุ่ม ellagitannins ที่แยกได้จากต้นสกุณี (Terminalia calamansanai  ) ได้แก่ 1-α-O -galloylpunicalagin, 2-O -galloylpunicalin, punicalagin, และ sanguiin H-4 ความเข้มข้น 100 ไมโครโมล เมื่อนำมาทดสอบกับเซลล์มะเร็ง HL-60 พบว่ามีความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 65.2, 74.8, 42.2, และ 38.0 ไมโครโมล ตามลำดับ และเหนี่ยวนำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็งแบบ apoptosis โดยทำให้เกิดการแตกหักของ DNA (DNA fragment...

1371

ฤทธิ์ต้านภาวะกระดูกพรุนจากเหง้าว่านพร้าว
ฤทธิ์ต้านภาวะกระดูกพรุนจากเหง้าว่านพร้าวการศึกษาฤทธิ์ต้านภาวะกระดูกพรุนของสาร curculigoside ซึ่งแยกได้จากส่วนเหง้าของว่านพร้าว (Curculigo orchioides) โดยป้อนสาร curculigoside ขนาด 100 มก./กก.ทางปากแก่หนูแรทเพียงครั้งเดียว จากนั้นตรวจสอบสารเมแทบอไลต์ของ curculigoside (metabolites of curculigoside) จากส่วนต่างๆ ได้แก่ พลาสมา น้ำดี ปัสสาวะ อุจจาระ และเนื้อเยื่อต่างๆ 17 ชนิด ผลการทดลองพบว่ากระบวนการเมแทบอลิซึมของสาร curculigoside ในหนูแรท ประกอบด้วยกระบวนการ hydrolysis, demethylation และ glucuronida...

376

ผลของถั่วเหลืองต่อฮอร์โมนเพศและการเรียนรู้ในชายหนุ่ม
ผลของถั่วเหลืองต่อฮอร์โมนเพศและการเรียนรู้ในชายหนุ่มInt J Food Sci Nutr 2007;58(6):424-8 ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล...

1141

การศึกษาเปรียบเทียบชนิดของสารหอมระเหยและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในเมล็ดกาแฟเขียว
การศึกษาเปรียบเทียบชนิดของสารหอมระเหยและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในเมล็ดกาแฟเขียวการศึกษาเปรียบเทียบองค์ประกอบของสารหอมระเหยในเมล็ดกาแฟเขียว 3 ชนิด คือ Coffea arabica , Coffea robusta และ Coffea liberica พบว่าเมล็ดกาแฟทั้งสามชนิดมีองค์ประกอบของสารหอมระเหยคล้ายกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสารในกลุ่มฟีนอลิก เช่น p-vinylguaiacol และสารในกลุ่มกรดคาร์บอกซิลิก การศึกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระพบว่า กาแฟพันธุ์ C. liberica มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุด รองลงมาคือ C. arabica และ C. robusta ตามลำดับJournal of essential ...

65

ฤทธิ์ต้านการอักเสบและลดไข้จากลูกซัด
ฤทธิ์ต้านการอักเสบและลดไข้จากลูกซัด จากการทดลองในหนูที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดการบวมที่อุ้งเท้าหลังด้วย formalin และให้สารสกัดใบของต้นลูกซัด (Trigonella foenum - graecum Linn. ) เปรียบเทียบกับ sodium salicylate ( SS ) พบว่าสารสกัด 1000 mg/kg ได้ผลเทียบเท่ากับ SS 300 mg/kg และสารสกัดในขนาด 2000 mg/kg จะออกฤทธิ์ได้แรงกว่า เมื่อทดลองในระยะยาว ( chronic administration ) พบว่าสารสกัดลูกซัดจะให้ผลดีกว่า SS เมื่อทดลองในหนูที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็...