Menu

ข่าวความเคลื่อนไหว ผลวิจัยจากการทดลอง ของ สมุนไพร ชนิดต่างๆ

ฤทธิ์ต้านปอดอักเสบและต้านการหดเกร็งกล้ามเนื้อเรียบของสารสกัดน้ำลูกยอ

ศึกษาฤทธิ์ต้านปอดอักเสบของสารสกัดน้ำลูกยอ โดยทำการป้อนและฉีดเข้าทางช่องท้อง (intraperitoneal) หนูแรทที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะปอดอักเสบด้วยการฉีด prednisolone 10 มก./กก. เข้าทางช่องท้อง ส่วนการศึกษาฤทธิ์ต้านการหดเกร็งของกล้ามเนื้อเรียบ ทำการศึกษาโดยการแยกลำไส้ส่วน jejunum ของหนูแรทออกมาเลี้ยงนอกร่างกาย (ex vivo) ในสารละลายที่มีสารสกัดน้ำลูกยอเข้มข้น 30-90 µL ผลจากการศึกษาพบว่า การป้อนและการฉีดสารสกัดน้ำลูกยอเข้าช่องท้องหนูขนาด 4.55 และ 2.17 มก./กก. ตามลำดับ มีผลลดการอักเสบของปอด โดยลดจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ ได้แก่ macrophage, lymphocyte, eosinophils และ neutrophils และยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ โดยสามารถยับยั้งการเกิด nitric oxide ได้ (nitric oxide scavenging effect) ส่วนผลการศึกษาฤทธิ์ต้านการหดเกร็งของกล้ามเนื้อเรียบของลำไส้ส่วน jejunum พบว่า สารสกัดน้ำลูกยอมีฤทธิ์ยับยั้งการหดเกร็งของลำไส้ที่ถูกเหนี่ยวนำโดย BaCl2 (calcium signal) หรือ methacholine (cholinergic signal) โดยแปรตามความเข้มข้นของสารสกัด (dose-dependent) และมีฤทธิ์กั้นช่องทางการไหลของแคลเซียม หรือมีฤทธิ์เป็นแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ (calcium channel blocker) ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าสารสกัดน้ำลูกยอมีฤทธิ์ต้านปอดอักเสบและต้านการหดเกร็งกล้ามเนื้อเรียบ

J Ethnopharmacol. 2016; 192: 264-272.

ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

1

2

3

4

5

6

บทความอื่นๆ

1227

ดอกบัวหลวงช่วยป้องกันภาวะความจำบกพร่องจากภาวะเครียด
ดอกบัวหลวงช่วยป้องกันภาวะความจำบกพร่องจากภาวะเครียดการศึกษาป้อนสารสกัด 50% hydroalcoholic จากดอกบัวหลวงสีชมพู (Nelumbo nucifera Gaertn.) ขนาด 10, 100 และ 200 มก./กก.น้ำหนักตัว ให้แก่หนูแรท 45 นาที ก่อนกระตุ้นให้เกิดความเครียดแบบต่อเนื่อง 12 ชั่วโมง ติดต่อกัน 14 วัน แล้วประเมินความเสียหายของสมอง พบว่าสารสกัดจากดอกบัวป้องกันภาวะความจำบกพร่อง และลดระดับความเสียหายในสมองของหนูแรท ผ่านการยั้บยั้งการเกิด oxidative stress ในสมอง ลดระดับ corticosterone และลดการทำงานของเอนไซม์ acethylcholinesterase (AC...

402

ผลของมะละกอหมักต่อการลดอนุมูลอิสระในเซลล์เลือดที่เป็นธัลลัสซีเมีย
ผลของมะละกอหมักต่อการลดอนุมูลอิสระในเซลล์เลือดที่เป็นธัลลัสซีเมียเมื่อนำสารละลายมะละกอหมัก (fermented papaya preperation ; FPP) ที่ความเข้มข้นต่างๆกัน 0 -10 มก./มล. มาทำการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในเซลล์อิสระ และในเซลล์เลือดของผู้ป่วยที่เป็นธัลลัสซีเมีย โดยใช้ 2′-7′-dichlorofluorescin-diacetate (DCF) พบว่า FPP สามารถลดการเกิดอนุมูลอิสระในเซลล์อิสระทั้งใน DCF ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดออกซิเดชันด้วย hydrogen peroxide และใน spontaneous DCF oxidation และในเซลล์เลือดของผู้ป่วยที่เป็นธัลลั...

254

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของน้ำมันหอมระเหยจากสะระแหน่ฝรั่ง 
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของน้ำมันหอมระเหยจากสะระแหน่ฝรั่ง  (Mentha piperita  L.) และน้ำมันเขียว  Myrtus communis  L. ในการวิเคราะห์น้ำมันหอมระเหยจากสะระแหน่ฝรั่ง และน้ำมันเขียว พบว่าองค์ประกอบหลักในน้ำมันหอมระเหยจากสะระแหน่ฝรั่งคือ alpha-terpinene, isomenthone, trans-carveol, pipertitinone oxide และ beta-caryophyllene ส่วนน้ำมันหอมระเหยจากน้ำมันเขียว องค์ประกอบหลักคือ alpha-pinene, limonene, 1,8-cineole และ linalool เมื่อทดสอบฤทธิ์ในการต้านเชื้อจุลินทรีย์ พบว่าน้ำมันหอมระเห...

548

ฤทธิ์เหนี่ยวนำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็งของสาร
ฤทธิ์เหนี่ยวนำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็งของสาร ellagitannins จากต้นสกุณีสารในกลุ่ม ellagitannins ที่แยกได้จากต้นสกุณี (Terminalia calamansanai  ) ได้แก่ 1-α-O -galloylpunicalagin, 2-O -galloylpunicalin, punicalagin, และ sanguiin H-4 ความเข้มข้น 100 ไมโครโมล เมื่อนำมาทดสอบกับเซลล์มะเร็ง HL-60 พบว่ามีความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 65.2, 74.8, 42.2, และ 38.0 ไมโครโมล ตามลำดับ และเหนี่ยวนำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็งแบบ apoptosis โดยทำให้เกิดการแตกหักของ DNA (DNA fragment...

1419

ฤทธิ์ของสารสกัดจากชาเขียวในผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์
ฤทธิ์ของสารสกัดจากชาเขียวในผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์การศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดจากชาเขียวในผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ น้ำหนักเกินและไม่มีประวัติเบาหวานร่วมด้วย ทำการศึกษาด้วยการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม โดยแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้รับประทานแคปซูลสารสกัดจากชาเขียว ขนาด 500 มก. วันละ 2 ครั้ง นาน 12 สัปดาห์ กลุ่มที่สอง ได้รับยาหลอก เป็นกลุ่มควบคุม ผลการศึกษาพบว่าสารสกัดจากชาเขียว สามารถลดน้ำหนักตัว ลดระดับดัชนีที่คำนวณจากการทดสอบความท...

1280

ฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ของโกฐสอ
ฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ของโกฐสอศึกษาฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ (HT-29) ของโกฐสอ (Angelica dahurica) ในหลอดทดลอง (in vitro) ด้วยการเลี้ยงเซลล์ HT-29 บนจานเพาะเลี้ยงที่มีส่วนสกัดเอทนอลเอทธิลอะซีเตต (ethanol-ethyl acetate fraction) จากรากโกฐสอผสมอยู่ในอาหารเลี้ยงเซลล์ จากการศึกษาพบว่า โกฐสอมีฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็ง HT-29 โดยมีค่าความเข้มข้นของส่วนสกัดที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มจำนวนเซลล์ได้ครึ่งหนึ่ง (IC50) ในชั่วโมงที่ 24, 48 และ 72 ชั่วโมงเท่ากับ 345, 157 และ 73 มคก./มล. ตามลำดับ และพบว่า...

765

ผลลดน้ำตาลในเลือดของผักเบี้ยใหญ่ในผู้ป่วยเบาหวาน
ผลลดน้ำตาลในเลือดของผักเบี้ยใหญ่ในผู้ป่วยเบาหวานการศึกษาผลลดน้ำตาลในเลือดของผักเบี้ยใหญ่ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ทั้งชายและหญิงจำนวน 30 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ได้รับผงเมล็ดผักเบี้ยใหญ่ ขนาด 10 ก./วัน โดยแบ่งรับประทานวันละ 2 ครั้งๆ ละ 5 ก. ร่วมกับโยเกิร์ตไขมันต่ำ 40 มล. และกลุ่มที่ได้รับยาลดน้ำตาลในเลือด metformin ขนาด 1500 มก./วัน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับเมล็ดผักเบี้ยใหญ่จะมีระดับของไตรกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอลรวม และ low density lipoprotein cholesterol (LDL) ในเลือด...

924

ผลการรับประทานโสมแดงต่อภาวะความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดในหญิงวัยหมดประจำเดือน
ผลการรับประทานโสมแดงต่อภาวะความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดในหญิงวัยหมดประจำเดือนการศึกษาผลของการรับประทานโสมแดงต่อความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดในอาสาสมัครหญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีอายุระหว่าง 45-60 ปี จำนวน 72 คน โดยแบ่งเป็นสองกลุ่ม (กลุ่มละ 36 คน) กลุ่มที่ 1 ให้รับประทานแคปซูลโสมแดง 500 มก. (ประกอบด้วยสารสกัด ginsenosides 10 มก.) ครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง นาน 12 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มที่สองให้รับประทานยาหลอก (กลุ่มควบคุม) เมื่อครบ 12 สัปดาห์ทำการเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจวัดค่าชีวเคมีในเลือดที่...

1279

ผลของน้ำมันจากเซนต์จอห์นเวิร์ตในการดูแลและรักษาแผลกดทับ
ผลของน้ำมันจากเซนต์จอห์นเวิร์ตในการดูแลและรักษาแผลกดทับการศึกษาในผู้ป่วยชาย อายุ 82 ปี ที่นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู และเกิดแผลกดทับบริเวณกระเบนเหน็บและก้นกบ (sacro-coccygeal area) โดยใช้สารสกัดที่ได้จากการหมักส่วนเหนือดินของต้นเซนต์จอห์นเวิร์ต (Hypericum perforatum L.) ที่กำลังออกดอก ทาบริเวณที่เป็นแผล วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 40 วัน วัดผลการศึกษาจากขนาดของแผลและลักษณะทางพยาธิวิทยาของเนื้อเยื่อ พบว่าน้ำมันจากดอกเซนต์จอห์นเวิร์ต ทำให้แผลมีขนาดลดลง เซลล์เยื่อบุผิว (squamous cells) มีจำนวนและขนาดเพ...