Menu

ข่าวความเคลื่อนไหว ผลวิจัยจากการทดลอง ของ สมุนไพร ชนิดต่างๆ

สารสกัดบัวบกกระตุ้นการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระและไมโตคอนเดรียและการปรับปรุงการเรียนรู้ของหนู

การทดลองในหนูเม้าส์เพศผู้ และเพศเมีย ที่มีอายุ 20 เดือน และ 2 เดือน โดยแบ่งกลุ่มหนูตามเพศ และอายุ ให้หนูกินน้ำดื่มที่มีสารสกัดน้ำจากบัวบกขนาด 2 ก./ล. นาน 2 สัปดาห์ และกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับสารสกัดบัวบก จากนั้นวัดการเรียนรู้ของหนูด้วยวิธี Morris Water Maze (MWM) พบว่าในช่วงที่หนูเห็น platform ไม่มีความแตกต่างกันในทุกกลุ่ม แต่ในช่วงที่มองไม่เห็น platform ในวันที่ 5 ของการทำ MWM พบว่าหนูเพศผู้ที่มีอายุ 20 เดือน สามารถค้นพบ platform ได้เร็วกว่าหนูเพศผู้ที่มีอายุเท่ากัน แต่ไม่ได้รับสารสกัดบัวบก เช่นเดียวกันกับหนูเพศเมียที่มีอายุ 20 เดือน และหนูเพศผู้ที่มีอายุ 2 เดือน ที่ได้รับสารสกัดบัวบกสามารถค้นพบ platform ได้เร็วกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับสารสกัดบัวบก ยกเว้นหนูเพศเมียที่มีอายุ 2 เดือน ไม่มีความแตกต่างกันไม่ว่าจะได้หรือไม่ได้รับสารสกัดบัวบก นอกจากนี้เมื่อศึกษาถึงระดับยีนพบว่าสารสกัดบัวบกเพิ่มการทำงานของไมโตคอนเดรียและสารต้านอนุมูลอิสระส่งผลต่อการรับรู้ของยีนสมองและตับทั้งหนูที่มีอายุ 20 เดือน และ 2 เดือน โดยการแสดงออกของสารสื่อประสาทนั้นมีผลต่อสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (hippocampus) และสมองส่วนหน้า แต่ไม่มีผลต่อสมองส่วนซีรีเบลลัม (cerebellum) จากการศึกษาในครั้งนี้สรุปได้ว่า สารสกัดบัวบกเพิ่มการเรียนรู้ในหนูเม้าส์ที่มีสุขภาพดี โดยคาดว่ามีกลไกไปกระตุ้นการทำงานของไมโตคอนเดรีย และการสร้างสารอนุมูลอิสระซึ่งส่งผลต่อยีนในสมองทำให้หนูเพิ่มการเรียนรู้ได้ดีขึ้น

J Ethnopharmacol 2016;180:78-86.

ข้อมูลอ้างอิงจาก : ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

1

2

3

4

5

6

บทความอื่นๆ

1124

ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการก่อกลายพันธุ์และต้านเชื้อแบคทีเรียของสารสกัดกิ่งมะขามป้อมการศึกษาฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ต้านการก่อกลายพันธุ์ และต้านเชื้อแบคทีเรียของสารสกัด 50% เอทานอลและสารสกัดเมทานอลจากกิ่งมะขามป้อม พบว่า สารสกัดทั้งสองมีปริมาณสารฟีนอลิกสูง (643 และ 547 มก.TAE/ก. ของสารสกัด ตามลำดับ) และมีฤทธิ์แรงในการต้านอนุมูลอิสระ เมื่อทดสอบด้วยวิธี 2,2-Diphenyl-picrylhydrazylradical assay (DPPH) สารสกัดทั้งสองมีฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์ เมื่อทดสอบกับเชื้อ Salmonella typhimurium สายพันธุ์ T...

390

บอระเพ็ดและมะขามป้อมป้องกันการทำลายตับเนื่องจากยา
บอระเพ็ดและมะขามป้อมป้องกันการทำลายตับเนื่องจากยาเมื่อแบ่งหนูขาวออกเป็น 7 กลุ่ม (A-G) ป้อนยารักษาวัณโรค (ATT) ประกอบด้วย isoniazid 31.5 มก./กก., rifampicin 54 มก./กก. และ pyrazinamide 189 มก./กก. ทุกวัน นาน 90 วัน ทุกกลุ่มยกเว้นกลุ่ม A (กลุ่ม A จะได้รับ 0.5% carboxymethylcellulose) 1 ชม.หลังได้รับสารของทุกวัน กลุ่ม A และ B จะได้รับน้ำกลั่น กลุ่ม C จะได้รับสารสกัดด้วยน้ำจากลำต้นบอระเพ็ด (Tc) 100 มก./กก. กลุ่ม D จะได้รับสารสกัดด้วยน้ำจากผลมะขามป้อม (Pe) 300 มก./กก. กลุ่ม E จะได้รับ Tc 100 มก....

1262

ฤทธิ์ปกป้องตับของข้าวเฉดสีแดงของไทย
ฤทธิ์ปกป้องตับของข้าวเฉดสีแดงของไทยในการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของข้าวเฉดสีของไทยจากสายพันธุ์สีแดง ได้แก่ ข้าวหอมแดง ข้าวหอมกุหลาบแดง และสายพันธุ์สีดำ ได้แก่ ข้าวหอมดำสุโขทัย และข้าวก่ำดอยสะเก็ด โดยทดสอบด้วยวิธ๊ ABTS radical scavenging, Hydroxyl radical scavenging, Metal-chelating และ lipid peroxidation assays พบว่าสารสกัดไฮโดรไกลโคลิก (hydroglycolic extract) จากรำข้าวหอมแดง ซึ่งมีปริมาณของสารฟีนอลิก และฟลาโวนอยด์สูงสุด มีฤทธิ์ดีที่สุดในการต้านอนุมูลอิสระ (IC50 เท่ากับ 36.50±0.46, 12.98...

1455

ฤทธิ์ลดน้ำตาลและไขมันในเลือดของสารโพลีแซคคาไรด์จากผลโกจิเบอร์รี่
ฤทธิ์ลดน้ำตาลและไขมันในเลือดของสารโพลีแซคคาไรด์จากผลโกจิเบอร์รี่โกจิเบอร์รี่ (Lycium barbarum L.) เป็นพืชพื้นเมืองของจีน และประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชีย ผลมีสีแดงเนื่องจากประกอบด้วยสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ ซึ่งมีปริมาณอยู่ในช่วง 0.03% ถึง 0.5% ของน้ำหนักผลแห้ง โดยมีสาร zeaxanthin dipalmitate เป็นสารสำคัญหลัก ส่วนประกอบสำคัญของผลโกจิเบอร์รี่ คือ คาร์โบไฮเดรต (ประมาณ 51%) ซึ่งพบว่าสารโพลีแซคคาไรด์ที่ละลายน้ำได้จากผลโกจิเบอร์รี่ (Lycium barbarum polysaccharides: LBPs) เป็นสารสำคัญหลักที่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิ...

1468

การสูดดมน้ำมันหอมระเหยจากมะกรูดฝรั่งช่วยให้มีความรู้สึกดีระหว่างรอคอย
การสูดดมน้ำมันหอมระเหยจากมะกรูดฝรั่งช่วยให้มีความรู้สึกดีระหว่างรอคอยการศึกษาแบบกลุ่มย่อย (pilot study) ในอาสาสมัครที่เป็นผู้ป่วยและญาติ ที่มารับบริการ ณ ศูนย์บำบัดสุขภาพจิต ประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 57 คน เป็นหญิง 50 คน อายุระหว่าง 23 - 70 ปี โดยแบ่งอาสาสมัครออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 อยู่ในห้องที่ให้สูดดมน้ำมันหอมระเหยจากมะกรูดฝรั่ง (bergamot) กลุ่มที่ 2 อยู่ในห้องที่สูดดมด้วยน้ำเปล่า นาน 15 นาที จากนั้นทำการทดสอบสุขภาพจิตโดยใช้แบบสอบถามการประเมินตนเอง (Positive and Negative Affect Schedu...

1660

การใช้เมล็ดลินินร่วมกับสาร
การใช้เมล็ดลินินร่วมกับสาร hesperidin ช่วยบรรเทาภาวะไขมันพอกตับการศึกษาทางคลินิกแบบมีการสุ่ม มีกลุ่มควบคุมคู่ขนาน และไม่ปกปิด ( randomized, parallel controlled, open-label clinical trial) เพื่อศึกษาผลของการใช้เมล็ดลินิน (Linum usitatissimum) ร่วมกับสาร hesperidin (สารกลุ่ม flavonoid พบได้มากในพืชตระกูลส้ม) ในการรักษาภาวะไขมันพอกตับ ในผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันพอกตับชนิดที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ (non-alcoholic fatty liver disease; NAFLD) จำนวน 100 คน โดยสุ่มแยกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 25 คน กลุ่มที...

310

ผลของน้ำกระเจี๊ยบต่อยา
ผลของน้ำกระเจี๊ยบต่อยา diclofenacทดลองในอาสาสมัครสุขภาพดี จำนวน 12 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง ให้ดื่มน้ำกระเจี๊ยบ (เตรียมจากดอกกระเจี๊ยบแห้ง 300 ก. ต้มในน้ำ 10 ลิตร) ขนาด 300 มล. (จะมีแอนโทไซยานิน 8.18 มก.) ทุกวัน นาน 2 วัน ติดต่อกัน ในวันที่ 3 ให้ดื่มน้ำกระเจี๊ยบพร้อมกับกินยา diclofenac sodium ซึ่งเป็นยาลดการอักเสบ ขนาด 25 มก. ส่วนกลุ่มควบคุมให้กินยาพร้อมกับดื่มน้ำเปล่า อาสาสมัครทุกคนจะไม่ได้รับอนุญาตให้รับประทานอาหารหลังจากกินยาจนกระทั่งครบ 3 ชม. เก็บปัสสาวะก่อนกินยาและหลังกินยาเปรียบเทียบผล พบว...

315

การเคี้ยวคาธา
การเคี้ยวคาธา (Catha edulis  Forsk) ทำให้ระดับของ leptin และ nonesteritied fatty acids ในเลือดสูงขึ้นการศึกษาผลของการเคี้ยวใบคาธา ขนาด 200 และ 400 g ต่อระดับของ leptin, nonesteritied fatty acid, triacyglycerol และ cholesterol ในเลือด พบว่าที่ขนาด 400 g ทำให้ความเข้มข้นของ leptin ในเลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งการเพิ่มขึ้นของ leptin นี้อาจสัมพันธ์กับกลไกในการลดลงของความอยากอาหาร ลดน้ำหนักตัวและทำให้อุณหภูมิของร่างกายเพิ่มขึ้น โดยพบว่าในกลุ่มที่เคี้ยวใบคาธาจะมีมวลของร่างกายต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่ได้เ...

1610

ประโยชน์ของคุณสมบัติความเป็นสารพรีไบโอติกของกระเจี๊ยบแดงในหนูเม้าส์ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะอ้วน
ประโยชน์ของคุณสมบัติความเป็นสารพรีไบโอติกของกระเจี๊ยบแดงในหนูเม้าส์ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะอ้วนการทดสอบผลของสารโพลีฟีนอลิกจากสารสกัดของกลีบเลี้ยงของกระเจี๊ยบแดง (Hibiscus sabdariffa) ในหนูเม้าส์ โดยแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ หนูเม้าส์ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะอ้วนที่ได้รับสารสกัดกระเจี๊ยบแดงขนาด 1, 10 และ 25 มก./กก./วัน กลุ่มควบคุมอาหาร กลุ่มควบคุมอาหารที่ได้รับสารสกัดกระเจี๊ยบแดง 25 มก./กก./วัน และกลุ่มที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะอ้วนแต่ไม่ได้รับสารสกัดกระเจี๊ยบแดง โดยให้สารผ่านทางปาก ทำการทดส...